โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กำเนิด "ถนนข้าวสาร" จากคลองสู่ถนนชื่ออาหารหลักคนไทยได้อย่างไร

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 เม.ย. 2567 เวลา 15.16 น. • เผยแพร่ 13 เม.ย. 2567 เวลา 23.47 น.
ผู้คนมากมายเล่นน้ำในเทศกาลสงกรานต์ (ภาพจาก : MIC Matichon Information Center ศูนย์ข้อมูลมติชน)

ถนนความยาว 400 เมตรเส้นนี้นั้นแสนมหัศจรรย์ มีเรื่องราวเล่าผ่านรุ่นต่อรุ่น “ถนนข้าวสาร” วันนี้ กับแสงสีที่ไร้ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างกลิ่นอาชญากรรม คาวโลกีย์ กับความรุ่งเรือง ศิวิไลซ์ เป็นเมืองของคนต่างถิ่นที่ไม่ซ้ำหน้า และกลายเป็นสถานบันเทิงอีกแห่งของกรุงเทพฯ ไปเรียบร้อยแล้ว

จากภาพสะอาดของนักท่องเที่ยวรุ่นแรก ที่มีทั้งนักศึกษา มิชชันนารี และกองถ่ายทำหนังของฮอลลีวู้ด กลายเป็นความสกปรกของคนต่างถิ่นที่ถูกรังเกียจจากคนท้องถิ่น กลายเป็นผสมผสานทั้งขาจร ขาประจำ อีกทั้งผู้มองเห็นโอกาสธุรกิจ และนักท่องเที่ยวบางคนอาจเปลี่ยนมาเป็นคนไทยไปในที่สุด

เมื่อถนนกรุงเทพฯ เข้ามาแทนที่คลอง ไม่เพียงการสัญจรที่เปลี่ยนไป แต่วิถีชีวิตของคนไทยก็เปลี่ยนไปด้วย เรียกได้ว่าไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไปก็ย่อมได้ จากการที่เราต้องเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกที่มาพร้อมกับรูปแบบการล่าอาณานิคม ในรัชกาลที่ 4 ที่มีการตัดถนน 3 สายแรกของไทยก็เกิดขึ้นในสมัยนี้ คือ เจริญกรุง บำรุงเมือง เฟื่องนคร

จนถึงปี 2411 เมื่อรัชกาลที่ 5 ขึ้นครองราชย์ มีการปรับปรุงขนานใหญ่ เริ่มจากการตัดถนนราชดำเนินในปี 2442 หลังจากได้เสด็จประพาสยุโรปในปี 2440 และทรงสั่งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงนริศรานุวัดติวงศ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ ในขณะนั้นตัดถนนข้าวสารในเวลาต่อมา

ก่อนมาเป็นถนนข้าวสารในวันนี้ ถนนนี้คือคลองที่มีการถม เมื่อมีการเริ่มทำถนน เพราะสมัยก่อนนั้นชาวไทยเรานิยมตั้งบ้านเรือนอยู่ตามคูคลอง ที่มีชื่อถนนข้าวสาร ซึ่งหมายถึงข้าว (Rice) อาหารหลักของคนไทย อีกทั้งชาวนายังเป็นอาชีพที่เป็นกระดูกสันหลังของประเทศอีกด้วย เพราะเป็นถนนในอดีตเมื่อ 30-40 ปีที่แล้วเต็มไปด้วยร้านขายข้าวสาร หรือร้านขายของชำ ที่สมัยก่อนมีการล่องเรือขึ้นมาค้าขายกันทางแม่น้ำเจ้าพระยา

นอกจากการสัญจรทางน้ำในสมัยก่อนแล้ว ต่อมาเมื่อเป็นถนนแล้วได้มีการใช้ขนส่งมวลชนอื่น ๆ อย่างรถราง ซึ่งจะผ่านถนนข้าวสารทางด้านถนนตะนาว ไปทางบางลำพู เทเวศร์ สามเสน และไปสุดที่โรงประปา รถเมล์ไอน้ำและรถเมล์ขาว โดยเริ่มจากรถเมล์ไอน้ำ จากนั้นจึงเป็นรถเมล์ขาวของบริษัทนายเลิศ สายที่ยังอยู่ในความทรงจำของคนเก่า ๆ นั้นก็คือ สาย 19 รถยนตร์ส่วนตัวมีใช้กันอยู่ไม่มากนัก คนที่จะซื้อใช้ได้มักจะเป็นคนที่มีฐานะดี จึงไม่เป็นที่แพร่หลายมากนักในสมัยก่อน

อย่างไรก็ตาม ใครกันจะนึกถึงว่าถนนสายนี้มีชีวิตชีวา มีชื่อเสียงขจรขจายไปในหมู่นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ รวมถึงวัยรุ่นไทย อีกทั้งมีเรื่องราวอันเปลี่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นอาชีพแปลกใหม่บนถนนหรืออาณาบริเวณที่ชยายออกไป เพื่อเป็นการตั้งคำถามถึงวิญญาณของถนนข้าวสารว่าจริง ๆ แล้วคืออะไรกันแน่ เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวที่รอความเสื่อมโทรม หรือสวรรค์บนดินของผู้มาใหม่ หรือแหล่งอาชญากรรม ของผิดกฎหมายและเซ็กซ์

แม้จะเป็นเพียงถนนสายสั้น ๆ แต่ชุมชนถนนข้าวสารก็มีความเป็นเอกลักษณ์และยังเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนบางลำพู ซึ่งนับเป็นย่านธุรกิจที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ในอดีต สภาพทั่วไปของถนนในย่านบางลำพูหรือบริเวณใกล้เคียงถนนข้าวสารนั้นมีสภาพแตกต่างกันไป เช่น

ถนนตานี ไม่ค่อยจะมีการอนุญาตให้ปลูกสร้างตึกแถว เพราะที่ดินส่วนใหญ่เป็นของวัดบวรนิเวศวิหาร มักจะทำสัญญาให้เช่า-เซ้งเป็นระยะเวลามากกว่า

ถนนตะนาว อันเป็นถนนหนึ่งที่ติดต่อกับถนนข้าวสารนั้น มีการสร้างตึกแถวของคนจีนที่ทำการค้าไปตลอดแนวของถนน ตึกแถวเหล่านี้มีสองชั้นปลูกสร้างกันมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4-รัชกาลที่ 5 แต่เดิมการสร้างตึกแถวมี 2 ประเภท คือ ตึกแถวที่เอกชนสร้างซึ่งสามารถสร้างได้อย่างรวดเร็วตามกำลังทรัพย์ อีกประเภทหนึ่งเป็นตึกแถวที่ปลูกอยู่บนที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การก่อสร้างจะเป็นไปอย่างมีลำดับขั้นตอน จะต้องมีการขออนุญาตเสียก่อนจึงจะปลูกสร้างอาคารได้ อาคารประเภทนี้จึงมักใช้เวลายาวนานกว่าการปลูกสร้างตึกแถวของเอกชน

ถนนรามบุตรี สมัยก่อนเคยเป็นคลองมาก่อนจนถึงเมื่อสมัยที่มีการตัดถนนในกรุงเทพฯ นั้น มีการถมคลองเพื่อทำเป็นถนนและตั้งชื่อว่า “ถนนรามบุตรี” เป็นย่านที่พักอาศัยของผู้มีฐานะดี มีการปลูกบ้านแบบตึกยุโรปซึ่งนับเป็นรูปแบบที่ทันสมัยมากในสมัยนั้น

ลักษณะบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของชาวชุมชนถนนข้าวสารสมัยก่อนส่วนใหญ่จะเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวที่ปลูกเรียงรายขนานไปกับถนน บ้านตึกที่มีบ้างส่วนใหญ่เป็นบ้านของขุนนางหรือผู้มีฐานะดีบางคน นอกจากบ้านไม้ที่เป็นสภาพทั่วไปของชุมชนถนนข้าวสารในสมัยก่อนแล้ว เมื่อประมาณ 30 ปีที่ผ่านมา มีการเกิดขึ้นของตึกแถวโดยชาวจีนที่มาพักอาศัยและใช้ทำการค้าขายเครื่องสังฆภัณฑ์ และอัฐบริขาร ทั้งยังเปิดกิจการมาจนถึงปัจจุบันแต่ย้ายไปตั้งอยู่บนถนนตะนาวแทน

ในสมัยก่อนย่าน “ถนนข้าวสาร” นี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไปทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ว่าเป็นย่านค้าขายเครื่องสังฆภัณฑ์และอัฐบริขาร ก่อนที่จะเป็นย่านเกสต์เฮ้าส์สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างในปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากหนังสือ “ย่ำตรอก ซอกซอย บนถนนข้าวสาร” เขียนโดย ปรารถนา รัตนะสิทธิ์ (สนพ.มติชน, 2550)

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 2 สิงหาคม 2561

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กำเนิด “ถนนข้าวสาร” จากคลองสู่ถนนชื่ออาหารหลักคนไทยได้อย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...