วิธีผสมเกสรทับทิมข้ามสายพันธุ์ เพื่อการพัฒนาสู่สายพันธุ์ใหม่
รักบ้านเกิด
อัพเดต 05 มี.ค. 2563 เวลา 04.35 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2563 เวลา 04.35 น. • รักบ้านเกิด.คอมจากพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งทำให้คุณชาติชายหันกลับมาสู่บ้านเกิดเพื่อมาทำอาชีพเกษตรกรเต็มตัว โดยเริ่มจากการปลูกทับทิมพันธุ์พื้นเมืองเดิม ด้วยความตั้งใจ ความคิดสร้างสรรค์ การไม่หยุดนิ่ง หาแนวทางที่แตกต่างเพื่อความสำเร็จที่ก้าวไปอย่างไม่หยุดนิ่ง จึงได้ทำการผสมสายพันธุ์ขึ้นมาใหม่เป็นทับทิมเมล็ดนิ่มชื่อพันธุ์เพชรชมพู เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย แต่ก็ยังไม่จบเพียงเท่านั้น จากการได้มองเห็นข้อด้อยของสายพันธุ์แรกทำให้คุณชาติชายได้พัฒนาสายพันธุ์ใหม่ขึ้นอีกครั้ง เป็นทับทิมสายพันธุ์จรัสแสง
จากการทดลองพัฒนาผสมพันธุ์ทับทิมขึ้นมาใหม่ที่ชื่อพันธุ์เพชรชมพู แล้วนำออกจำหน่ายสู่ตลาด แต่เมื่อเกิดการสะท้อนให้มองเห็นถึงข้อเสีย ซึ่งเป็นความคิดเห็นจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้าลูกค้านั่นเอง
ในเรื่องของสีที่ซีดไม่สวย ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้คุณชาติชายไม่สามารถหยุดนิ่งได้ เกิดแนวทางแก้ไขโดยการหาสายพันธุ์มาผสมใหม่อีกครั้งเพื่อให้ได้ตามความต้องการของตลาด จนเมื่อได้สายพันธุ์ที่มีสีที่ใช่ตามต้องการแล้วจึงนำวิธีทำการเขี่ยเกสรของทั้งสองพันธุ์เพื่อมาผสมพันธุ์กัน
เทคนิคในการเขี่ยเกสร หลักง่ายๆคือเราต้องสามารถรู้ได้ว่าอันไหนคือเกสรตัวผู้ อันไหนคือเกสรตัวเมีย ซึ่งในหนึ่งดอกจะมีเกสรตัวผู้ข้างนอก ส่วนข้างในเป็นเกสรตัวเมีย เมื่อเวลาที่แมลงกินน้ำหวาน ก้นของมันจะเอาเกสรตัวผู้เข้าไปผสมกับเกสรตัวเมียโดยธรรมชาติ จากเทคนิคของธรรมชาตินี้เราก็ใช้วิธีสังเกตจากธรรมชาติว่าควรทำอย่างไร ซึ่งเราจะใช้พู่กันเขี่ยเกสรตัวผู้ของอีกสายพันธุ์หนึ่งให้ติดปลายพู่กันยิ่งเยอะจะยิ่งดี แล้วนำไปใส่ในเกสรตัวเมียของอีกสายพันธ์หนึ่ง โดยการใส่พู่กันลงไปแล้วหมุน
เทคนิคนี้จะทำให้เกิดการข้ามสายพันธุ์ คือหากเป็นผลไม้ชนิดเดียวกัน เกิดแต่ละสายพันธุ์ก็จะไม่เหมือนกันจุดเด่นจุดด้อยของแต่ละพันธุ์จะทำให้มันแข็งแรงขึ้น