โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พระนลคำหลวง" พระราชนิพนธ์ในร. 6 สู่ที่มานามปากกา "ทมยันตี" ของคุณหญิงวิมล

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 11 ก.ค. 2565 เวลา 03.17 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2565 เวลา 22.55 น.
คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ เจ้าของนามปากกา

“ทมยันตี” เป็นที่คุ้นชื่อเป็นอย่างดีว่าเป็นนามปากกาของ คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ นักประพันธ์นวนิยายชื่อดังมากมาย ทั้งคู่กรรม, ทวิภพ, พิษสวาท, ดั่งดวงหฤทัย, เลือดขัตติยา ฯลฯ และยังเป็นศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ประจำปี พ.ศ. 2555

นามปากกา“ทมยันตี” เป็นหนึ่งในหลายนามปากกาของคุณหญิงวิมลที่ใช้ในผลงานประพันธ์ สำหรับนามปากกาดังกล่าวนี้มีที่มาจากชื่อ “นางทมยันตี” นางในวรรณคดีเรื่อง “พระนลคำหลวง” พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6

รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์เรื่องพระนลคำหลวงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2456 แล้วเสร็จในวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2457 ทรงตรวจแก้ไขและพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2459 [1] พระนลคำหลวงได้รับการยกย่องจากวรรณคดีสโมสรให้เป็นยอดแห่งกวีนิพนธ์ มีลักษณะเป็นหนังสือดีมีคุณวิเศษณ์บริบูรณ์ คือ 1) เป็นหนังสือดีกล่าวคือ เป็นเรื่องราวที่สมควรซึ่งสาธารณชนจะอ่านได้โดยไม่เสียประโยชน์ คือเป็นเรื่องสุภาษิต และ 2) เป็นหนังสือแต่งดี ใช้วิธีเรียบเรียงอย่างใด ๆ ก็ตาม แต่ต้องให้เป็นภาษาไทยอันดีถูกต้องตามเยี่ยงที่ใช้ในโบราณกาลหรือไม่ปัตยุบันกาลก็ได้ [2]

พระนลคำหลวงเป็นนิทานแทรกอยู่ในมหาภารตะ แต่งขึ้นโดยมุนีกฤษณไทวปายน (บ้างว่าชื่อพระฤาษีพฺฤหทัศวะ) ชื่อเรื่องดั้งเดิมคือ “นโลปาขยานัม” ต่อมา เซอร์โมเนียร์ โมเนียร์ วิลเลียมส์ ได้แปลความจากต้นฉบับจากภาษาสันสกฤตเป็นภาษาอังกฤษ และรัชกาลที่ 6 ทรงใช้ฉบับภาษาอังกฤษนี้พระราชนิพนธ์เป็นวรรณกรรมคำหลวง [3] แต่ทรงตรวจทานกับฉบับภาษาสันสกฤตเพื่อความถูกต้องแม่นยำด้วย

เนื้อเรื่องของพระนลคำหลวงกล่าวถึง พระนล พระมหากษัตริย์เมืองนิษัท มีนางทมยันตี แห่งแคว้นวิทรรภ เป็นมเหสี กลี (ชื่อผีร้ายหรือผีการพนันตามคติของพราหมณ์-พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2554) เข้าสิงพระนลทำให้ลุ่มหลงการพนัน และแพ้พนันสกา (เครื่องเล่นการพนันอย่างหนึ่งใช้ลูกบาศก์ทอดแล้วเดินตัวสกาตามแต้มลูกบาศก์-พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน, 2554) ท้าวบุษกรพระอนุชาจนเสียทรัพย์สินและบ้านเมืองทั้งหมด ทำให้พระนลและนางทมยันตีต้องออกจากบ้านเมือง เดินป่าและได้รับความทุกข์ยากลำบาก [4]

ต่อมากลีแกล้งให้ทั้งสองพลัดพรากจากกัน นางทมยันตีต้องเดินทางติดตามหาพระนลด้วยความอดทน ฝ่ายพระนลได้ช่วยพญานาค ๆ พ่นพิษทำให้พระนลกลายเป็นวาทุกคนอัปลักษณ์ แต่มีฤทธิ์ทำให้กลีไม่สามารถสิงพระองค์ได้ พระนลเรียนวิชาสกากับท้าวฤตุบรรณ และเมื่อผ่านความลำบากและอุปสรรคต่าง ๆ พระนลกลับเมืองท้าเล่นสกาได้บ้านเมืองคืนมา พระนลและนางทมยันตีพบกันและกลับมาครองเมืองอย่างมีความสุขดังเดิม [5]

วิสุทธ์ บุษยกุล ผู้ศึกษาเรื่องนโลปาขยานัม ต้นเค้าของเรื่องพระนลคำหลวง สรุปว่าเรื่องนโลปาขยานัมแสดงถึงความสำคัญของความรักและความซื่อสัตย์ มีการพรรณนาถึงความรู้สึกอันเกิดจากการพลัดพราก ความทุกข์ทรมาน ความเป็นห่วง ความเสียสละ ความหวาดระแวง ความรู้สึกสำนึกผิด ความเข้าใจซึ่งกันและกัน การให้อภัย ซึ่งเรื่องนี้ให้รสวรรณคดีได้อย่างซาบซึ้ง เท่าเทียมกับวรรณคดีสันสกฤตเรื่องอื่น ๆ [6]

รัชกาลที่ 6 ได้ทรงนำเสนอแนวคิดหลักของเรื่องตามแนวคิดเดิมคือ การฟันฝ่าอุปสรรค และมีความบากบั่นพยายามเพื่อความสำเร็จ แต่ตัวละครที่ยิ่งใหญ่เกิดความผิดพลาดในชีวิต คือมีลักษณะเป็นเรื่องของผู้ยิ่งใหญ่ที่ผิดพลาด เหมือนขนบของโศกนาฏกรรม ที่ผู้ยิ่งใหญ่คือ กษัตริย์ได้รับความสุขและความรักจากการได้นางทมยันตีเป็นมเหสี ต่อมาเสียสิ่งที่ยิ่งใหญ่คือศักดิ์ศรี บ้านเมือง และความรัก การได้รับความทุกข์อย่างแสนสาหัส และการกลับใจต่อสู้เพื่อเรียกคืนศักดิ์ศรีและความรักกลับคืนมาดังเดิม สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติของกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ต้องเผชิญเพื่อพิสูจน์ตนเอง นอกจากนี้ รัชกาลที่ 6 ยังทรงเสนอคุณธรรมของนางทมยันตีในด้านความซื่อสัตย์ในฐานะภรรยาที่มั่นคงต่อสามีอีกด้วย [7]

ในเรื่องพระนลคำหลวงอธิบายความงานของนางทมยันตีไว้ว่า ฝ่ายนางทมยันตี มีโฉมเฉิดเลิศโสภา พร้อมสง่าบริบูรณยศ สำรวยสดสิริวิลาศ ในโลกธาตุทั่วไป ไม่มีเสมอเสาวภาคย์ นารีนาคเอวกลมกล่อม ย่อมปรากฎยศฤๅชา อันดวงสุดานั้นถับถึง ซึ่งชนมวัยอันแง่งาม [8]

นางทมยันตีได้ชื่อว่าเป็นคน “จงรักภักดี บ่มีเสื่อมทราม” [9] แม้ขณะที่พลัดพรากจากบ้านเมืองมาใช้ชีวิตอย่างลำบากก็คอยปรนนิบัติพระนลเป็นอย่างดี ครั้นจำต้องแยกจากพระนล นางก็ต้องออกเดินทางตามหาสวามีไปในป่า แม้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก เผชิญอันตรายมากมาย แต่ด้วยความห่วงหาอาลัยจึงพยายามตามหาพระนลอย่างถึงที่สุด

“หวลคิดจิตก็ โศก วิโยคผัวตัวอยู่ไกล ผิวพรรณอันผ่องใส ก็สลดหมดเลือดลง ๏ มีกรรมเจ้าจำจร จึ่งบังอรจรฝ่าดง โอ้เหนื่อยเมื่อยทั้งองค์ อีกมิหนำชํ้าอุรา ๏ เดินพลางทางครวญครํ่า รํ่าถึงพระภัสดา เดินย่างหว่างมรรคา ถึงฉายาอโศกไพร” [10]

ในเรื่องจะเห็นได้ถึงน้ำจิตน้ำใจของนางทมยันตีอย่างมาก เป็นนางในวรรณคดีที่มีความเข็มแข็ง มานะบากบั่น เพียรพยายาม และทรหดอดทนไม่น้อยไปกว่าชายใด ดังในอธิบายในลักษณประพันธ์ซึ่งรัชกาลที่ 6 ทรงอธิบายความหมายชื่อของนางทมยันตีว่าแปลว่า “ข่มชาย” คือให้ชายยำเกรงเพื่อเคารพในธรรมะแห่งนาง เปนนามแห่งธิดาท้าวภีมราช ผู้ได้เปนมเหษีพระนล ฯ [11]

นี่คือที่มาของนามปากกา “ทมยันตี” จาก“นางทมยันตี” เรื่องพระนลคำหลวง นางผู้รัก ซื่อสัตย์ และมั่นคง ต่อสวามี

อ้างอิง :

[1] [3] [8] [9] [10] [11] วชิรญาณ. (2564). พระนลคำหลวง. สืบค้นเมื่อ 13 กันยายน 2564, จาก https://vajirayana.org/%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%84%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87

[2] [4] [5] [6] [7] พิสิทธิ์ กอบบุญ. (พฤษภาคม-สิงหาคม, 2561). วิชากวี: แนวคิดของ “คำหลวง” ในพระนลคำหลวงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. ปีที่ 35 : ฉบับที่ 2.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 13 กันยายน 2564

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...