โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เริ่มจากความไม่พอใจจบที่ช่วยสังคม เหล่า "แฟนด้อม" เผยเบื้องหลังซื้อโฆษณารถตุ๊กตุ๊ก-สองแถว

Khaosod

อัพเดต 11 ธ.ค. 2563 เวลา 14.43 น. • เผยแพร่ 11 ธ.ค. 2563 เวลา 12.33 น.

เริ่มจากความไม่พอใจจบที่ช่วยสังคม เหล่า "แฟนด้อม" เผยเบื้องหลังซื้อโฆษณารถตุ๊กตุ๊ก-สองแถว  BBCไทย

  • วัชชิรานนท์ ทองเทพ
  • ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย

การเปลี่ยนความชื่นชอบดารานักร้องให้เป็นพลังขับเคลื่อนทางสังคมของกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลีหรือที่เรียกกันว่า "แฟนด้อม" เป็นที่จับตาและได้รับความสนใจจากสังคมหลายครั้งในปีนี้ ทั้งการระดมเงินทุนหลายล้านบาทเพื่อสนับสนุนการเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตย และสมทบทุนในการสู้คดีของแกนนำและผู้ชุมนุมกลุ่ม "ราษฎร"

ล่าสุดแฟนคลับศิลปินเกาหลี-ฮอลลีวูดสร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการยกเลิกการเช่าพื้นที่ป้ายโฆษณาตามสถานีรถไฟฟ้าทั้งบีทีเอสและเอ็มอาร์ที เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ผู้ประกอบการขนส่งมวลชนปิดระบบบริการบางส่วนในช่วงที่มีการชุมนุม ทางการเมือง ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทางไปร่วมชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นการปิดบริการตามคำสั่งของรัฐบาลหรือเป็นการตัดสินใจของบีทีเอส-เอ็มอาร์ทีเองก็ตาม

TWITTER/@NUNA_VMIN

กระแสการระดมทุนเพื่อทุ่มซื้อพื้นที่โฆษณาตามจุดต่าง ๆ ในสถานที่สำคัญ ๆ ในกรุงเทพมหานครของกลุ่มแฟนด้อม เป็นกระแสต่อเนื่องมาแล้วหลายปี โดยเฉพาะกลุ่มแฟนคลับศิลปินเกาหลี การระดมทุนอาจจะทำกับเป็นกลุ่มผ่านการโดเนท หรือ แฟนคลับบางคนก็ลงทุนด้วยตัวเอง เพื่อประชาสัมพันธ์ศิลปินที่ชื่นชอบ โดยเนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็นการอวยพรวันเกิดหรือวันครบรอบสำคัญ ๆ ของศิลปินนั้น

ประสบการณ์ตรงของ "แฟนด้อม"

ผู้ใช้งานทวิตเตอร์ที่ใช้ชื่อบัญชี @timeiizz หนึ่งในสมาชิกแฟนคลับของศิลปินวง BTS หรือที่เรียกกันในหมู่แฟนคลับว่า "อาร์มมี" เล่าประสบการณ์ที่ได้เจอในวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันที่มีการสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวัน

แม้ว่าเธอจะไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมในวันนั้น แต่ก็เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระงับบริการของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส

"เราทำงานตรงสถานีชิดลมพอดีเลยค่ะ (บีทีเอส) นึกจะปิดก็ปิด วันนั้นกลับบ้านลำบากมาก เพราะเลิกงานค่ำแล้ว ฝนก็ตกอีก ถามตำรวจหรือทหารแถวนั้นว่าจะให้กลับยังไงปิดแบบนี้ก็ยังตอบไม่ได้เลย แถมวันนั้นมีการใช้รถฉีดน้ำใส่ผู้ชุมนุมอีก เลยทำให้ยิ่งโกรธคูณสอง" แฟนคลับศิลปินเกาหลีรายนี้เล่าให้ฟัง

หนึ่งในชนวนเหตุของการยุติการลงโฆษณากับบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีของกลุ่มแฟนด้อมคือ เหตุการณ์ฉีดน้ำสลายการชุมนุมในเดือนต.ค. ที่ผ่านมา

แม้ว่าในเวลาต่อมา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด ผู้ดำเนินการรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ชี้แจงว่าการปิดให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสช่วงที่มีการชุมนุมไม่ได้เป็นความสมัครใจของผู้ให้บริการ แต่มีความจำเป็นต้องประกาศหยุดให้บริการรถไฟฟ้าทุกครั้ง ตามคำสั่งจากกองอำนวยการร่วมแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (กอร.ฉ.) และคำสั่งศูนย์ติดตามสถานการณ์กรุงเทพมหานคร

แต่เธอมองว่าระงับการให้บริการรถไฟฟ้าในช่วงที่มีการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจของผู้ให้บริการระบบขนส่งหรือผู้มีอำนาจนั้นไม่ถูกต้อง จึงคิดว่าต้องทำอะไรสักอย่างในฐานะที่เป็นเธอเป็นลูกค้าที่เคยซื้อพื้นที่โฆษณาบนระบบบีทีเอส

"ตอนแรกเรามีแพลนจะทำจอ E-poster ในบีทีเอสเพิ่มอีก ก็เลยยกเลิกหมดทุกอย่างค่ะ ขนส่งสาธารณะก็น่าจะให้บริการแก่ผู้ที่เสียค่าโดยสาร แบบทำแบบนี้ไม่ถูกต้องเลย" เธอกล่าว

WATCHIRANONT THONGTEP/BBC THAI
ป้ายโฆษณาที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินแห่งนี้ เดิมเคยถูกลงโฆษณาเพื่ออวยพรวันเกิดศิลปินเกาหลีที่ "แฟนด้อม" ชาวไทยร่วมกันระดมทุน

หลังจากนั้นเธอก็แจ้งเอเยนต์ไปตามตรงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เธอไม่ต้องการซื้อพื้นที่โฆษณาในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสแล้ว และต้องการยกเลิกโฆษณาที่มีอยู่ทันที ซึ่งเอเยนต์แจ้งว่าสามารถยกเลิกได้

สำหรับโฆษณาดังกล่าว เธอทั้งออกแบบเอง หาเอเยนต์เองและใช้เงินของตัวเองในการเช่าพื้นที่ ไม่ได้เปิดระดมทุน

จากคว่ำบาตร สู่การต่อลมหายใจผู้ขับตุ๊กตุ๊ก

แฟนคลับศิลปินเกาหลีรายนี้ไม่ได้เป็นคนเดียวที่ออกมา "ตอบโต้" การปิดให้บริการรถไฟฟ้าช่วงเวลาที่มีการชุมนุม

กระแสคว่ำบาตรบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีด้วยการไม่เช่าพื้นที่โฆษณาตามจุดเชื่อมต่อสถานีสำคัญของบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีของกลุ่มแฟนคลับขยายตัวขึ้นเรื่อย ๆ นำมาสู่การโยกงบโฆษณาจากบรรดาแฟนด้อมไปยังสื่อทางเลือกใหม่ ๆ หนึ่งในนั้นคือ พื้นที่โฆษณาบนรถตุ๊กตุ๊กและรถสองแถว

https://twitter.com/ferorina36/status/1335205625706377219

 

"แกงอ่อม" แฟนคลับตัวยงของตัวละคร "โลกิ" จากจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล ที่นำแสดงโดย ทอม ฮิดเดิลสตัน บอกกับบีบีซีไทยว่า กลุ่มแฟนด้อมส่วนใหญ่มีจุดยืนทางการเมืองคือสนับสนุนฝ่ายประชาธิปไตย หลังเกิดกระแสบอยคอตบีทีเอส-เอ็มอาร์ที เธอเริ่มมองหาพื้นที่โฆษณาใหม่ ๆ ในระบบขนส่งสาธารณะและพบว่ารถตุ๊กตุ๊ก ท่าเรือ และท่ารถสองแถวสำคัญ ๆ ในกรุงเทพมหานคร เช่น ย่านสยาม ย่านหัวลำโพง ย่านเยาวราช และท่าน้ำราชวงศ์ รวมทั้งรถกระป๊อ ย่านอุดมสุข เป็นเป้าหมายที่น่าสนใจ

ดีไซเนอร์ในวัย 29 ปี ใช้ประสบการณ์ที่เคยลงพื้นที่และเก็บข้อมูลเมื่อครั้งทำโครงการสมัยเป็นนักศึกษาสถาปัตย์ออกไปพูดคุยกับบรรดาเจ้าของวินและคนขับรถตุ๊กตุ๊กทำให้ได้ทราบถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากของพวกเขาจากรายได้ที่ลดลงเพราะการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งทำให้นักท่องเที่ยวหายไป ลูกค้าแทบไม่มี และเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ลูกค้าที่เคยซื้อพื้นที่โฆษณาบนป้ายด้านหลังรถตุ๊กตุ๊ก อย่างเช่นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โรงแรมและสายการบิน ก็หายไปด้วย

"เหตุผลที่สนใจลงโฆษณาในระบบขนส่งทางเลือก คือ ราคาเข้าถึงได้ เป็นโฆษณาแนวใหม่ และยังได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยอีกด้วย" เธออธิบาย

https://twitter.com/Pannipame_Aom/status/1336671636234272774

 

หลังจากลงพื้นที่สอบถามราคาโฆษณาบนป้ายต่าง ๆ แล้วเธอก็ได้แชร์ข้อมูลที่ได้ผ่านทางทวิตเตอร์ของเธอ @ferorina36 เผื่อว่ากลุ่มแฟนคลับอื่น ๆ จะสนใจติดต่อและลงโฆษณาตรงกับคนขับรถ ซึ่งล่าสุด มีกลุ่มแฟนคลับดาราของไทยอย่าง ศุภศิษฏ์ จงชีวีวัฒน์ หรือ มิว ดาราหนุ่มชื่อดังจากซีรีส์วาย "TharnType The Series" (เกลียดนักมาเป็นที่รักกันซะดี ๆ) จากเมียนมา ติดต่อมาเพื่อที่จะลงโฆษณาดาราคนที่ชื่นชอบแล้ว เขาบอกว่าจะลงโฆษณาบนรถตุ๊กตุ๊ก 30 คัน

จ่ายไม่ถึงพันต่อคันต่อเดือนก็ลงโฆษณาได้

ผู้ใช้ทวิตเตอร์บัญชีชื่อ @nuna_vmin ซึ่งเป็นตัวแทนทีมโปรเจคท์ วันเกิดของคิม ซ็อก-จิน (จิน) และ คิม แท-ฮย็อง (วี) สมาชิกวง BTS ของเกาหลี ที่จัดกิจกรรมปล่อยตัวรถตุ๊กตุ๊กช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาบอกกับบีบีซีไทยว่าเธอไม่เคยลงสื่อโฆษณาบนสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดินมาก่อนเพราะคิดว่าราคาสูงเกินงบประมาณที่มี แต่หลังจากเหตุการณ์ปิดบริการบีทีเอสและเอ็มอาร์ทีเพื่อขัดขวางผู้ชุมนุม สมาชิกคนหนึ่งก็ตัดสินใจถอนโฆษณาจากบีทีเอสมาลงที่รถตุ๊กตุ๊กแทน

TWITTER/@NUNA_VMIN

การลงโฆษณาบนป้ายด้านหลังของรถตุ๊กตุ๊กดูเหมือนจะตอบโจทย์ของพวกเธอด้วยเพราะราคาที่เอื้อมถึง

"โครงการนี้มีค่าใช้จ่ายเพียง 700 บาทต่อคันต่อเดือนเท่านั้น" เธอให้ข้อมูลและกล่าวว่า ระยะเวลาโครงการนี้ครอบคลุมหนึ่งเดือน (1 -31 ธ.ค.) จึงไม่เป็นสิ่งที่น่ากังวลในแง่ค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกัน ก็หวังว่าจะเป็นสิ่งที่สร้างความแปลกใหม่ นอกจากนี้รถตุ๊กตุ๊กยังเป็นสัญลักษณ์ของไทยและยังช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวด้วยอีกทาง

แม้ว่าความพยายามของกลุ่มแฟนคลับที่ต้องการช่วยจุนเจือกลุ่มผู้ขับขี่รถตุ๊กตุ๊กที่ได้รับผลประทบจากโรคโควิด-19 ด้วยการลงโฆษณาโดยตรงกับผู้ขับรถ แต่ผู้ประกอบการบางกลุ่มก็ยังคงใช้ระบบวินที่ต้องดำเนินการทุกอย่างผ่านหัวหน้าคุมวิน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้ขับรถอาจจะได้รายได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยเท่าที่ควร

TWITTER/@NUNA_VMIN

"แกงอ่อม" มองว่า ด้วยสถานการณ์ทางการเมืองและการชุมนุมที่ยังคงยืดเยื้อ ประกอบกับเหตุสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวันเมื่อวันที่ 16 ต.ค.การเช่าพื้นที่โฆษณาตามรถขนส่งสาธารณะทางเลือกเช่น รถตุ๊กตุ๊ก รถสองแถว รถกระป๊อ และเรือยังคงจะได้รับความนิยมต่อไปอีก

เธอยังมองอีกว่า การย้ายพื้นที่โฆษณาจากผู้ให้บริการขนส่งมวลชนยักษ์ใหญ่ไปยัง ผู้ให้บริการรายย่อยที่เกิดขึ้นแล้วในกรุงเทพฯ กำลังจะกลายเป็นต้นแบบให้กับกลุ่มแฟนคลับเกาหลีหรือดาราในต่างจังหวัดทำตาม และก็ยังถือเป็นการกระจายรายได้สู่ส่วนภูมิภาคได้อีกด้วย

"การสนับสนุนให้ตุ๊กตุ๊กแทน เป็นการกระจายรายได้แก่คนขับตุ๊กตุ๊กมากขึ้น ขณะที่พวกเขาก็เดือดร้อนจากการที่จำนวนนักท่องเที่ยวหายไป อยากให้ช่วย ๆ กัน" เธอกล่าว

บีทีเอสและเอ็มอาร์ทีได้รับผลกระทบแค่ไหน

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบไม่มากนักต่อผู้ให้บริการด้านการขนส่งมวลชน เนื่องจากรายได้จากกลุ่มบรรดาแฟนคลับคิดเป็นสัดส่วนไม่มากนัก

เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์โพซิชันนิง รายงานโดยอ้างคำสัมภาษณ์ของ ณัฐวุฒิ ตรีวิศวเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด หรือ BMN ผู้บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ของเอ็มอาร์ทีว่า รายได้รวมจากป้ายอวยพรวันเกิดศิลปินจากกลุ่มเเฟนคลับถือเป็นส่วนเล็ก ๆ ของสื่อโฆษณาทั้งหมดของโดยคิดเป็นเพียง 2 - 3% ขณะที่รายได้ส่วนใหญ่ 97% มาจากการลงโฆษณาของสินค้าเเบรนด์ต่าง ๆ

K-pop singer Jimin at the subway in Bangkok

สำหรับค่าใช้จ่ายในการโฆษณาก็ขึ้นอยู่กับขนาดของป้ายโฆษณา เช่น ขนาดเล็ก อัตราค่าใช้จ่ายราว 2-3 หมื่นบาท ขนาดกลางหรือ แนวนอน ค่าใช้จ่ายราว 5-8 หมื่นบาท และขนาดใหญ่ ค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักแสนบาท

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาโดยภาพรวมปีนี้ ธุรกิจสื่อก็มีชะตากรรมไม่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ยอดรวมการใช้จ่ายงบประมาณผ่านสื่อต่าง ๆ ลดลง

นีลเส็น ประเทศไทย ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยข้อมูลด้านสื่อโฆษณาและการตลาด รายงานมูลค่าเม็ดเงินโฆษณาระหว่างเดือนม.ค. - ต.ค. ว่าอยู่ที่ 86,046 ล้านบาท ลดลง 15% จากปีที่แล้ว ในขณะที่สื่อนอกบ้าน ซึ่งนับรวมกับสื่อโฆษณาตามระบบขนส่งมวลชนก็ลดลงเช่นกันถึง 20% จากปีก่อนมาอยู่ที่ 8,848 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...