โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เผยโฉมภาพประวัติศาสตร์ "ปัตตานี" เก่าแก่กว่า 400 ปี

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 03.47 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 01.07 น.
ภาพพิมพ์ออริจินัลจากห้องสมุด ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช (อนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น)

เผยโฉมภาพประวัติศาสตร์ “ปัตตานี” เก่าแก่กว่า 400 ปี

ภาพโบราณ “สยามประเทศ” ที่วาดหรือพิมพ์โดยชาวยุโรป ไม่เพียงมีคุณค่าในเชิงศิลปะ แต่สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญ ความคิด และจินตนาการ ที่ชาวยุโรปมีต่อสยามประเทศในยุคสมัยนั้น แต่น่าเสียดายที่ภาพเหล่านี้ยังไม่ได้รับการศึกษาอย่างจริงจัง

ภาพพิมพ์ “สยามประเทศ” เก่าแก่สุดที่ค้นพบคือ “ชุดภาพปัตตานี” เป็นภาพพิมพ์ทองแดง (copperplate) จำนวน 4 ภาพในหนังสือ Achter Theil der Orientalischen Indien จัดพิมพ์โดยโยฮาน ธีโอดอร์ เดอ บรี (Johann Theodore de Bry) และโยฮาน อิสราเอล เดอ บรี (Johann Israel de Bry) พิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาเยอรมันที่เมืองแฟรงก์เฟิร์ต ค.ศ. 1606/พ.ศ. 2149 และพิมพ์ภาษาลาตินในปีถัดมา โดยฉบับลาตินให้ชื่อหนังสือว่า Indiae Orientalis pars octava พิมพ์ที่แฟรงก์เฟิร์ตเช่นกัน

หนังสือ Achter Theil der Orientalischen Indien เป็นภาคที่ 8 ของ Petits voyages หรือสารานุกรมการเดินทางมายังเอเชียของชาวดัตช์ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16 – ต้นคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยในภาคนี้มีบันทึกการเดินทางของยาค้อบ ฟาน เน็ค (Jacob van Neck) ชาวดัตช์ที่เดินทางเข้ามา ปัตตานี (7 พฤศจิกายน 1601/2144 – 23สิงหาคม 1602/2145) เขียนโดยโรลอฟซูน (Roelof Roelofszoon) นักบวชผู้ร่วมคณะเดินทาง [1]

ภาพพิมพ์จำนวน 4 ภาพ ขนาด 135 x 170มม.โดยประมาณ มีรายละเอียดดังนี้ การเข้ามาปัตตานีของฟาน เน็ค, ขบวนเสด็จฯ พระราชินีรายอฮีเยา, การลงโทษผู้ต้องหาคดีชู้สาว, และการคล้องช้าง ภาพพิมพ์ออริจินัลจากห้องสมุด ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช (อนุญาตให้ใช้เพื่อการศึกษาเท่านั้น)

ภาพเด่นสุดน่าจะเป็นภาพขบวนเสด็จฯ พระราชินีรายอฮีเยา (Raja Ijau) ผู้ปกครองปัตตานี (1584-1616/2127-2159) ฟาน เน็ค กล่าวถึงพระองค์ว่า “ทรงปกครองบ้านเมืองอย่างร่มเย็นเป็นสุข ราษฎรต่างชื่นชอบการปกครองของพระองค์มากกว่าในรัชสมัยที่ผ่านมา อีกทั้งสินค้าข้าวของต่างๆ ได้มีราคาถูกลงเป็นอย่างมาก” [2]

แม้ว่าฟาน เน็คใช้เวลาอยู่ในปัตตานีนานร่วมปี แต่ในบันทึกที่เขียนโดยโรลอฟซูนไม่ได้ให้รายละเอียดมากนัก กล่าวถึงเพียงเรื่องการค้าและศาสนสถานที่เขาได้พบเห็น ต่อมาคอมเมอแลง (Isaac Commelin) ได้เพิ่มเติมรายละเอียดจากบันทึกของสปริงเคล (Victor Sprinckel) ที่เข้ามาปัตตานี (1607/2150) บันทึกฟาน เน็คและสปริงเคลรวมอยู่ในสารานุกรมของคอมเมอแลงที่ชื่อว่า Begin ende voortgangh พิมพ์ที่อัมสเตอร์ดัม (1646/2189)

บันทึกการเดินทางของฟาน เน็ค ได้รับการตีพิมพ์แยกเล่มครั้งแรกเมื่อราว ค.ศ. 1665/พ.ศ. 2208 ให้ชื่อหนังสือว่า Journael van de Tweede Reys, gedaen by den Heer Admirael Jacob van Neck … พิมพ์ที่อัมสเตอร์ดัมโดย Gillis Joosten Saeghman หนังสือมีความยาว 32 หน้า ภาพปัตตานี 3 ภาพ ผมเพิ่งได้หนังสือจากเนเธอร์แลนด์ และจะนำเสนอในโอกาสต่อไป

สองพี่น้อง “เดอ บรี” ยังได้พิมพ์แผนที่คาบสมุทรมลายูซึ่งระบุตำแหน่งของ ปัตตานี (Patane) แผนที่ Nova tabula Insularum Javae, Sumatrae, Borneonis et aliarum Malaccam (ขนาด 43 x 37ซม.) แทรกอยู่ในภาค 2 ของสารานุกรม Petits voyages ถือเป็นแผนที่ต้องห้ามในยุคนั้น เพราะให้รายละเอียดการสำรวจชายฝั่งคาบสมุทรมลายู สุมาตรา และตอนบนของชวา (1595-1597/2138-2140) โดยฮูธมัน (Cornelis de Houtman) ผู้บัญชาการกองเรือของบริษัท วี. โอ. ซี. (VOC) แห่งฮอลันดา ไม่แปลกใจเพราะทางบริษัทต้องการเก็บข้อมูลการสำรวจเป็นความลับ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของตน[๓]

ผมนำเสนอข้อมูลภาพปัตตานีในทัศนะมุมมองของนักสะสม เพื่อหวังกระตุ้นให้เราได้ตระหนักถึงคุณค่าของเอกสารจดหมายเหตุต่อการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ของชาติ ผมอยากถือโอกาสนี้เขิญชวนนักสะสมท่านอื่นๆ ที่ได้เพียรพยายามเสาะแสวงหาเอกสาร ภาพถ่าย หรือแผนที่โบราณ ได้โปรดค้นคว้าในสิ่งที่ท่านรัก เผยแพร่แบ่งปันความรู้ อย่าปล่อยให้หลายสิ่งหลายอย่างยังคงหลบเร้นอยู่ในเสี้ยวของประวัติศาสตร์อีกต่อไป

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เชิงอรรถ :

[1] Donald F. Lach and Edwin J. van Kley, Asia in the Making of Europe, vol. 3, bk. 1 (Chicago: University of Chicago Press, 1993), 463-464, 515-516.

[2] Journal van Jacob van Neck (1602) อ้างใน Anthony Reid, Southeast Asia in the Age of Commerce 1450-1680, vol. 1 (New Haven: Yale University Press, 1988), 171; Patrick Jory, Ghosts of the Past in Southern Thailand (Singapore: NUS Press, 2013), 20, 26.

[3] แผนที่คาบสมุทรมลายูโดยเดอ บรี คัดลอกจากแผนที่ต้องห้ามโดย Willem Lodewijcksz (1598/2141) ดู Thomas Suarez, Early Mapping of Southeast Asia (Singapore: Periplus Editions, 1999), 180-181; Emma Gray, “The ‘Secret’ Map,” sl.nsw.gov.au ( (State Library of New South Wales, Australia).

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 กันยายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เผยโฉมภาพประวัติศาสตร์ “ปัตตานี” เก่าแก่กว่า 400 ปี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...