ใช้ฟางข้าวบำรุงดินนาหลังหมดฤดูเก็บเกี่ยว
ฟางข้าวส่วนใหญ่เป็นผลพลอยได้ที่ได้หลังการเก็บเกี่ยว มักจะถูกนำไปขายต่อเป็นอาหารของสัตว์หรือนำไปทำอย่างอื่น แต่ถ้าเรานำฟางข้าวมาไถกลบพร้อมกับตอซัง ฟางข้าวจะช่วยให้ดินในนาข้าวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะเป็นแหล่งอาหารธาตุครบถ้วน อีกทั้งยังได้ธาตุอาหารบำรุงแปลงนา เหมาะที่ต้นข้าวในรุ่นถัดไปจะนำไปใช้ และเกษตรกรสามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้อีกด้วย
คุณอำไพ สิทธิบุญ เกษตรกรชาวนาผู้ปลูกข้าวในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ได้ให้ข้อมูลกับทีมงานรักบ้านเกิด ในเรื่องการนำฟางข้าวมาปรับสภาพดิน ให้มีความร่วนซุย และมีคุณภาพโดยธรรมชาติว่า การใช้ฟางข้าวสามารถช่วยเพิ่มธาตุอาหารและยังมีการเพิ่มออกซิเจนในดินได้อีกด้วย ธาตุอาหารที่ได้จากฟางข้าวมีความสําคัญต่อความอุดมสมบูรณ์ของดินและเป็นวิธีแบบเดิมๆ ที่เคยทำกันมา เป็นการอนุรักษ์ธาตุในดินสร้างความสมดุลโดยไม่ต้องพึ่งสารเคมี อีกทั้งยังช่วยปรับสภาพดินให้ยั่งยืน ดินร่วนซุย ส่งผลให้ผลผลิตข้าวในรุ่นต่อไปมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่ต้องเตรียม คือ
1.หน่อกล้วย 30 กิโลกรัม
2.น้ำตาล 20 กิโลกรัม
3.หัวเชื้อ พด.2 จำนวน 4 ซอง
5.น้ำเปล่า
6.ฟางข้าว 500 กก./ไร่
4.ถัง 200 ลิตร
วิธีการทำ
ขั้นแรกให้เกษตรกรนำฟางข้าวที่ได้หลังจากการเก็บเกี่ยวแล้วไปตีฟางในนา ซึ่งปริมาณการใช้ประมาณ 500 กิโลกรัมต่อไร่ จากนั้นให้ปล่อยน้ำเข้านาทิ้งไว้ 1 วัน หลังจากนี้จะปล่อยให้ฟางข้าวสลายไปเองตามธรรมชาติได้ แต่อาจใช้เวลานาน
ขั้นตอนที่สองหลังจากที่ปล่อยน้ำเข้านา ถ้าหากเราต้องการให้ฟางสลายเร็วขึ้น จึงต้องใช้น้ำหมักช่วยย่อยสลายฟาง โดย การขุดหน่อกล้วยทั้งเหง้าที่มีความสูงไม่เกิน 1 เมตร คัดเลือกหน่อที่สมบูรณ์ไม่มีโรคแมลงในช่วงก่อนพระอาทิตย์ขึ้น นำมาสับให้เล็กโดยสับปนกันทั้งใบ เหงา ราก อัตรา 30 กิโลกรัม ผสมกับน้ำตาล 20 กิโลกรัม และหัวเชื้อพด.2 4 ซอง โดยใช้น้ำผสมกับหัวเชื้อ พด.2 ก่อน ให้คนไปทางเดียวกัน ประมาณ 5 นาที แล้วนำไปเทใส่ถัง 200 ลิตร เติมน้ำคนทุกวันเช้า-เย็น จากนั้นให้เก็บในที่ร่ม 7 วัน เมื่อครบ 7 วัน นำมากรองเอากากออกเอาแต่น้ำ
อัตราส่วนการใช้
น้ำหมัก 5 ลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร/ไร่
วิธีการใช้
ฉีดพ่นในพื้นที่นาที่ทำการตีฟางและปล่อยน้ำเข้านาแล้ว ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณที่มีฟางข้าว หลังจากทำการฉีดพ่นอย่าให้น้ำไหลออกจากนาเพราะน้ำย่อยสลายฟางจะไหลออก หลังจากนั้น ประมาณ
10 -15 วันหรือมากกว่า ฟางจะย่อยสลาย แล้วทำการไถปลูกข้าวรุ่นใหม่ได้เลยเมื่อถึงฤดูปลูก
เรียบเรียงโดย: พรรษา พินิจกรณ์ เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จังหวัดระยอง