โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แรงงานเมียนมา 210 คน ที่ติดต่อสถานทูตพม่าในไทย ได้กลับบ้านแล้ว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 23 พ.ค. 2563 เวลา 03.29 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2563 เวลา 03.28 น.

แรงงานเมียนมา 210 คน ที่ติดต่อสถานทูตพม่าในไทย ได้กลับบ้านแล้ว

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 ที่ด่านพรมแดนไทย-เมียนมา (แม่สอด-เมียวดี) สะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา แห่งที่ 2 ท้ายบ้านวังตะเคียน ตำบลท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แรงงานต่างด้าว สัญชาติเมียนมา จำนวน 210 คน ได้เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยรถยนต์บัส จำนวน 10 คัน โดยสารคันละ 21 คน โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธ์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตากเป็นผู้กำกับดูแล และอำนวยการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง, ตรวจคนเข้าเมือง จ.ตาก ตำรวจ สภ.แม่สอด ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 4 อ.แม่สอด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ได้บริหารจัดการ

โดยเฉพาะการเว้นระยะห่าง การคัดกรอง วัดอุณภูมิร่างกาย และผ่านพิธีการของตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดตาก และศุลกากรแม่สอดอย่างรวดเร็ว ซึ่งแรงงานเมียนมาทั้งหมดนี้ ได้ติดต่อสถานทูตเมียนมาประจำกรุงเทพฯ เพื่อขอกลับภูมิลำเนา เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากสถานประกอบหยุดกิจการ, นายจ้างเลิกจ้าง, ครบสัญญา และกลุ่มที่ต้องการกลับภูมิลำเนาตั้งแต่ก่อนเทศกาลสงกรานต์ และหลังสงกรานต์ จนมีการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เนื่องมาจากประเทศไทยมีความจำเป็นต้องมีมาตรการปิดด่านพรมแดน และการประกาศของของจังหวัดตากที่ห้ามรถยนต์ส่วนบุคคล รถโดยสาร ห้ามโดยสารแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จังหวัดตาก ทำให้การเดินทางของแรงงานต่างด้าวต้องหยุดชะงักลง

ทั้งนี้ ล่าสุด ยังคงมีแรงงานต่างด้าว จำนวนหนึ่ง ถูกรถยนต์โดยสารไปทิ้งไว้ที่จังหวัดนครสวรรค์ เจ้าหน้าที่จึงนำมาที่อำเภอแม่สอด เพื่อส่งกลับไปเช่นกัน

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางการเมียนมา จังหวัดเมียวดี ได้นำรถยนต์มารับแรงงานเมียนมา บริเวญเชิงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา เขตฝั่งเมียนมา เนื่องจากแรงงานทั้งหมดต้องถูกคัดกรองอย่างเข้มข้น และจะต้องถูกกักตัว ตามสถานที่ทางการเมียนมาจัดไว้ เป็นเวลา 21 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...