โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถาบันโรคผิวหนังยุคใหม่ ผุดคลินิกชิงตลาด3หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 16 ธ.ค. 2562 เวลา 06.51 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2562 เวลา 01.03 น.
แฟ้มภาพ

สถาบันโรคผิวหนังโดดชิงธุรกิจความงาม 3 หมื่นล้าน เปิดศูนย์บริการผิวหนังรูปแบบพิเศษชนคลินิกความงามเอกชน พร้อมชูจุดขาย ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง-เครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย ราคาเบากระเป๋า ร่อนจดหมายถึงกระทรวง ทบวง กรม ชวนข้าราชการทำสวย ชี้บางรายการเบิกได้ตามสิทธิ์

ถึงวันนี้ ว่ากันว่า ตลาดคลินิกความงามและผิวหนังมีมูลค่าตลาดรวมถึง 2-3 หมื่นล้านบาท และขยายตัวต่อเนื่องทุกปี สะท้อนจากจำนวนคลินิกความงามทั้งรายเล็ก รายใหญ่ ที่ขยายสาขาเพิ่มทุกปี ขณะที่โรงพยาบาลเอกชนหลาย ๆ แห่งก็หันมาให้ความสำคัญกับตลาดนี้ด้วยการเปิด “ศูนย์ผิวหนังและความงาม” ขึ้นมารองรับดีมานด์ที่มีมากขึ้น ล่าสุด เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ได้เปิดบริการเพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชนทั่วไป ด้วยการเปิดคลินิกพิเศษขึ้นมารองรับโอกาสนี้ด้วย

เปิดคลินิกพิเศษรับตลาดโต

แพทย์หญิงมิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันตลาดความงามในไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปีและเป็นตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว สำหรับสถาบันโรคผิวหนัง ซึ่งมีนโยบายหลักในเรื่องของเน้นการรักษา การวิจัย และผลิตแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังเพื่อรองรับความต้องการที่มีมากขึ้น

ขณะเดียวกัน สถาบันโรคผิวหนังก็ต้องปรับตัวและเร่งพัฒนาบุคลากรให้ได้มาตรฐาน สามารถแข่งขันในตลาดได้ ล่าสุดได้ทดลองเปิดคลินิกพิเศษขึ้น โดยใช้ชื่อว่า “ศูนย์บริการผิวหนังรูปแบบพิเศษ” สาขาอาคาร DMS6 ตั้งอยู่ในพื้นที่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นศูนย์รักษาและวิจัยทางการแพทย์และเพิ่มช่องทางการเข้าถึงบริการสำหรับข้าราชการและประชาชนทั่วไป

คลินิกพิเศษนี้มีบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่การรักษาสิว ฝ้า ผื่นคัน ลมพิษ ผมร่วง สะเก็ดเงิน ลดอาการนอนกรน ตลอดจนบริการด้านความสวยความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ยกกระชับสัดส่วน กระชับผิวกาย หน้าใส เป็นต้น ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยเช่นเดียวกับคลินิกและโรงพยาบาลเอกชน และในเร็ว ๆ นี้เตรียมจะเปิดให้บริการใหม่เพิ่มอีกหลายรายการ อาทิ การรักษาผู้ป่วยด้วยออกซิเจนความดันบรรยากาศสูง การยกกระชับช่องคลอด เป็นต้น

ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ระบุว่า ตอนนี้แม้ยังไม่ได้ประชาสัมพันธ์คลินิกพิเศษอย่างเป็นทางการ แต่หลังจากเปิดบริการเมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมาก็มีผู้เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ทั้งกลุ่มข้าราชการและประชาชนทั่วไป จากเดิมที่คาดว่าจะมีเฉพาะกลุ่มข้าราชการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ด้วยทำเลที่ตั้งของศูนย์บริการที่อยู่ในสถานที่ราชการ จึงได้ปรับเวลาการให้บริการเป็น 10.00-13.30 น. จากเดิมที่จะเปิด 10.00-12.00 น.เท่านั้น นอกจากนี้ยังอำนวยสะดวกให้ผู้ที่จะเข้ารับบริการสามารถลงทะเบียนจองชื่อเข้าใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ด้วย

“เป้าหมายอีกอย่างหนึ่งของคลินิกนี้ คือ เพื่อรองรับกลุ่มประชากรสูงอายุที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เพื่อทำให้คนกลุ่มนี้มีสุขภาพจิตที่ดี รูปร่างหน้าตาสมวัย ซึ่งหลังเปิดคลินิกมาพบว่า มีกลุ่มคนที่มีอายุ 40-50 ปี เข้ามาใช้บริการจำนวนมาก”

คุณภาพดี-ราคาไม่แพง

แพทย์หญิงมิ่งขวัญย้ำว่า คลินิกพิเศษนี้สามารถแข่งขันกับคลินิกเอกชนได้ นอกจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนัง และเครื่องมืออุปกรณ์ทันสมัย และที่สำคัญคือ ราคาค่าบริการไม่แพง เพราะมีกรอบกำหนดว่าราคาบริการจะต้องไม่สูงกว่า 15% ของต้นทุน

โดยอัตราค่าบริการ ราคาเฉลี่ยจะเริ่มต้นตั้งแต่ 60-10,000 บาท/ครั้ง เช่น บริการฉีดยารักษาสิว แผลเป็นใต้ผิวหนัง 60 บาท เลเซอร์เฉพาะจุดเริ่มต้น 500 บาท เลเซอร์ทั่วหน้า 2,000 บาท เลเซอร์กำจัดขน บริเวณแก้ม 1,500 บาท เลเซอร์กำจัดขน หนวด 1,000 บาท เลเซอร์กำจัดขนรักแร้ 2 ข้าง 2,000 บาท เลเวอร์กำจัดขน ส่วนเกินขอบขา 1,500 บาท ฉีดโบท็อกซ์ ค่าฉีดขวดละ 50 ยูนิต 1,000 บาท (ไม่รวมค่ายา) ฉีดฟิลเลอร์ 1 มล. 1,000 บาท (ไม่รวมค่ายา) เป็นต้น และคิดค่าผู้ป่วยนอก ในเวลาราชการครั้งละ 100 บาท

“ตอนนี้เรามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ 30 คน ที่หมุนเวียนกันให้บริการ 3 คลินิก ได้แก่ สถาบันโรคผิวหนัง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และอาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ และ DMS6 ถือเป็นอีกทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค เช่น ถ้าต้องการฉีดโบท็อกซ์ ก็สามารถนำราคาของเราไปเทียบกับคลินิกเอกชนได้ และถ้าราคาคลินิกเอกชนสูงก็อาจจะเลือกที่ใหม่ หรือมาใช้บริการที่กับสถาบันโรคผิวหนัง”

ข้าราชการ “ทำสวย” เบิกได้

แพทย์หญิงมิ่งขวัญกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากเรื่องของค่าบริการที่ไม่สูงและมีราคาที่ถูกกว่าคลินิกเอกชน หรือโรงพยาบาลเอกชนทั่ว ๆ ไปแล้ว สำหรับคลินิกพิเศษนี้ หากเป็นข้าราชการก็จะสามารถใช้สิทธิ์เบิกค่ารักษาได้ตามข้อกำหนดของกรมบัญชีกลาง และตามคำวินิจฉัยของแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น การตัดไฝ ถือเป็นบริการความงาม ซึ่งปกติไม่สามารถเบิกหรือใช้สิทธิ์สวัสดิการข้าราชการได้ แต่ถ้าแพทย์วินิจฉัยว่า ไฝ นั้นเป็นเซลล์มะเร็ง ก็จะสามารถเบิกได้ เป็นต้น หรือกรณีของโรคสะเก็ดเงิน ภูมิแพ้ ก็สามารถเบิกค่ารักษาได้ตามสิทธิ์ข้าราชการ ส่วนบริการความสวยความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ เป็นต้น ไม่สามารถเบิกค่ารักษาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา ในโอกาสเปิดศูนย์บริการโรคผิวหนังรูปแบบพิเศษ สาขา DMS6 ที่กระทรวงสาธารณสุข สถาบันโรคผิวหนังยังได้ส่งจดหมายถึงหน่วยงานราชการต่าง ๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ข้าราชการในกระทรวงต่าง ๆ ได้รู้จักและเข้ามาใช้บริการ พร้อมแนบเอกสารอัตราค่าบริการด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...