เลาะสนาม : บ้านอัมพวัน ระอุ! เมื่อ ทหาร เล็งเทกโอเวอร์ ตำแหน่งใหญ่ โอลิมปิกไทย
บ้านอัมพวัน ระอุ!!! เมื่อ ทหาร เล็งเทกโอเวอร์ ตำแหน่งใหญ่ โอลิมปิกไทย
คอลัมน์ เลาะสนาม
ในยามที่โลกมุนษย์เราเจอวิกฤต “โควิด-19” ต่างเจอผลกระทบกันถ้วนหน้า หลายคนคาดหวังจะได้กลับมาใช้ชีวิตปกติ โดยไม่ต้อง “ใส่หน้ากาก” เข้าหากัน แต่นั่นก็เป็นเพียงความฝันเล็ก ที่ยังหาบทสรุปที่ชัดเจนไม่ได้
วงการกีฬาเมืองไทยจอดนิ่ง ไม่มีอะไรเคลื่อนไหวมาเป็นเวลาเดือนกว่าๆ
แต่ในความนิ่งเงียบดังกล่าว คงไม่มีใครเชื่อว่าเสาหลักของวงการกีฬาอย่าง “บ้านอัมพวัน” สำนักงานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย กลับมีเปลวไฟรุกโชนท่ามกลางความแปลกใจของขุนพลรุ่นเก๋าในบ้านหลังนี้ ว่า ทำไม “ประมุขบ้านอัมพวัน” ถึงกล้าคิดและกล้าทำกับ ปูชนียบุคคลของวงการกีฬาชนาดนี้
ใครจะเชื่อว่าคนระดับ“บิ๊กจา” พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ ในวัย 89 ปี ผู้ที่นั่งเป็น “พ่อบ้าน” บวกกับในฐานะรองประธานอันดับ1 กำลังถูกลดบทบาท ด้วยกลอุบายของคนรอบข้าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคฯ
วันนี้ในบ้านอัมพวันไม่ใช่เป็นเสมือนบ้านของคนกีฬาเหมือนแต่เก่าก่อนแล้ว ถ้าใครเข้าไปจะเห็นชัดว่า ที่นี่เป็นเสมือนฐานทัพทางขุมกำลังด้านกีฬาของบรรดาลูกน้อง “บิ๊กป้อม”
นายทหารระดับผู้ใหญ่หลายคนที่เกษียณมาปักหลักตั้งฐานที่มั่นกันที่นี่ ตั้งแต่เมื่อครั้ง “บิ๊กป้อม” เข้ามานั่งเก้าอี้ผู้นำบ้านอัมพวัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะทำให้นายทหารระดับสูงที่ปักหลักมาเป็นระยะเวลาหลายๆปี จะไม่คิดการใหญ่กับการยึดบ้านอัมพวันไว้ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งหลังจบการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก2020
การที่คนระดับ “บิ๊กป้อม” กล้าเอ่ยปากขอให้ “บิ๊กจา” เซ็นเอกสารมอบอำนาจเรื่องต่างๆให้กับลูกน้องตัวเองที่เป็น”นายทหาร" ในฐานะผู้ช่วยเลขาธิการมันบ่งชี้ และเป็นสัญญาณเตือนให้ชัดว่า วันนี้ที่แห่งนี้(บ้านอัมพวัน)กำลังจะถูกปฏิวัติโดยทหาร รอเพียงวันเวลาสุกงอมเท่านั้น
เมื่อเป็นเช่นนั้นจริง ก็คงจะต้องรอดูกันต่อไปว่า บทสรุปสุดท้ายสมาคมกีฬาที่มีสิทธิ์ออกเสียงจะแสดงท่าทีกับเรื่องนี้อย่างไรกันต่อไป
แดง ตานี