เก็บ 945 คะแนนโทอิค นอกจากอ่าน ท่อง จำ แล้วต้องทำอะไรอีกบ้าง - Panya
เก็บ 945 คะแนนโทอิค นอกจากอ่าน ท่อง จำ แล้วต้องทำอะไรอีกบ้าง
สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่า ผมเป็นพี่มนุษย์อิ้งปีสี่ ไปสอบโทอิคเพื่อขอยกเว้นวิชาบังคับของมหาลัยเท่านั้นครับ อาจมองว่า เรียนมนุษย์อิ้งต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นประจำอยู่แล้ว ทำคะแนนได้เท่านี้ก็คงไม่แปลก ถูกต้องครับแต่ไม่ทั้งหมด เพราะการเตรียมความพร้อมนั้นสำคัญกว่า ผมมีเพื่อนต่างชาติหลายคน ที่สอบยังไงก็ไม่ได้เต็มสักที เพราะคนเหล่านี้มักเตรียมความพร้อมไปไม่ดีพอ ในบทความนี้ ผมจึงอยากแบ่งปันการเตรียมความพร้อมของผม ที่นอกจากอ่าน ท่อง จำ แล้ว ต้องทำสิ่งนี้ควบคู่ไปด้วย
1. กำหนด “เวลา” และ “สถานที่ฝึก” ทำข้อสอบให้ชัดเจน
ผมจำเทคนิคนี้มาจากหนังสือ Atomic Habits ผู้เขียนอธิบายไว้อย่างน่าสนใจว่า การที่เราพยายามทำสิ่งใหม่ ๆ แล้วล้มเหลว เป็นเพราะขาด “ความชัดเจน”
ตัวอย่างเช่น ผมตั้งเป้าหมายว่าจะออกกำลังกายมากขึ้น แต่ผมไม่หาสถานที่ออกกำลังกายไว้ล่วงหน้า ไม่กำหนดเวลาเข้ายิมให้ชัดเจน คิดว่าผมจะประสบความสำเร็จไหมครับ ดังนั้น ผู้เขียนหนังสือจึงให้สูตรเพิ่มความชัดเจนในการทำสิ่งต่าง ๆ ไว้ดังนี้
[ฉันจะ (ทำสิ่งนี้) ณ (เวลานี้) และ (สถานที่แห่งนี้)]
ผมใช้สูตรนี้กับการฝึกทำข้อสอบ หน้าตาจึงออกมาประมาณนี้ครับ
[ฉันจะเริ่มฝึกทำข้อสอบตอนสองทุ่มบนโต๊ะทำงานของฉัน]
เมื่อกำหนดเวลาและสถานที่ผึกอย่างชัดเจน ผมจึงไม่ต้องเปลืองสมองไปกับการวางแผนในส่วนนี้ เพราะเมื่อวันรุ่งขึ้นมาถึง ผมจะสามารถทำซ้ำตามตารางเวลาเดิมได้ทันที
กลับกันหากขาดความชัดเจน ผมจะต้องสูญเวลาไปกับการคิดว่าจะต้องเริ่มจับปากกาหลังจากทำสิ่งใดเสร็จ ฝึกที่ไหน นานเท่าไหร่ และเสร็จกี่โมง วันต่อมาก็มาเริ่มวางแผนใหม่ วนเวียนไปนานเข้า สมองเริ่มเหนื่อยล้าและเบื่อหน่าย จึงล้มเลิกการฝึกไปในที่สุด
ดังนั้น การกำหนดเวลาและสถานที่ฝึกที่ชัดเจน จึงช่วยลดภาระทางสมองส่วนนี้ได้เยอะมาก
2. เลิกนิสัยทำลายสมาธิ
นอกจากการอ่านหนังสือ ท่อง จำ ก่อนสอบ ผมอยากให้เราสังเกตนิสัยตัวเองเหล่านี้ ตัวอย่างเช่น การนั่งหลังงอ นั่งสั่นขา การล้วงแคะแกะเกาใบหน้า หรือการบิดขี้เกียจบ่อย ๆ หากมีนิสัยเหล่านี้ ผมแนะนำให้รีบแก้ไขโดยด่วน เพราะปัจจัยที่หลายคนทำคะแนนได้ไม่ถึงเป้า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนิสัยที่เราทำไปโดยไม่รู้ตัวนี่แหละครับ
ช่วงสัปดาห์แรกระหว่างฝึกทำข้อสอบจำลอง ผมสังเกตว่าผมชอบนั่งหลังค่อม และมักสั่นขาไปเอง ทำให้ต้องคอยบิดลำคอและนวดต้นขาอยู่ตลอด เมื่อลองนับดูพบว่า ผมบิดคอและนวดขาอย่างละประมาณ 8-10 ครั้งขึ้นไป ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีเลย เพราะพฤติกรรมเหล่านี้คอยรบกวนสมาธิผมอยู่เรื่อย ๆ บางครั้งถึงขนาดบิดแล้วคอเคล็ดดังเป๊าะเลยก็มี
ในการสอบโทอิค สมาธิเป็นสิ่งสำคัญที่สุด กับการกำหนดเวลาสอบแค่ 2 ชั่วโมง พาร์ทฟัง 45 นาที พาร์ทอ่าน 75 นาที ข้อสอบอีก 200 ข้อ เท่ากับเรามีเวลาทำเฉลี่ยเพียงข้อละ 35 วินาที บวกเวลายืด เหยียด สั่นร่างกายเข้าไปอีก ใครที่ไหนจะทำทันใช่ไหมครับ
ส่วนการเลิกนิสัยเหล่านี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก แค่เรา “รู้ตัว” ว่ากำลังทำมันอยู่ แล้วใช้สมองสั่งร่างกายให้หยุด เท่านี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ เวลาฝึกเราควรทำให้ได้ทุกครั้งเมื่อเผลอทำนิสัยนั้น ๆ เมื่อทำซ้ำได้เรื่อย ๆ เราจะเลิกไปเองโดยไม่รู้ตัว
3. ควรพกเสื้อกันหนาวไปสอบ
ข้อสุดท้ายขออนุญาตเขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวครับ ผมเลือกสอบที่ศูนย์สอบโทอิคในกรุงเทพ เวลาสอบ 13.30 นาฬิกา ผมมาถึงก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง หลังจากเชคอินและกรอกเอกสารด้านนอกเสร็จ ผมจึงเข้ามานั่งรอในห้องสอบ ในขณะนั้นเอง ผมเริ่มสังเกตว่าเพื่อน ๆ ที่กำลังทยอยเข้าห้องสอบเกือบครึ่งพกเสื้อกันหนาวมาด้วย
เท่านั้นแหละ ผมรู้ตัวว่าผมทำพลาดไปเสียแล้ว เพราะหลังจากกรรมการอนุญาตให้เริ่มทำข้อสอบได้เพียงไม่กี่นาที อุณภูมิในห้องก็เริ่มต่ำลงเรื่อย ๆ ผมเป็นคนตัวใหญ่แต่หนาวง่ายครับ อากาศในห้องหนาวมาก ๆ ทั้งที่ช่วงนั่งรอสอบก็ปกติดีอยู่ ผมรู้สึกเหมือนโดนแกล้งอย่างไรอย่างนั้น จึงอยากเตือนเพื่อน ๆ ที่ไม่ชอบอากาศหนาวให้พกเสื้อแขนยาวติดไปด้วยนะครับ ด้วยความเป็นห่วง