‘ตีกอล์ฟ’ ไม่ใช่กีฬาคนรวยแต่เป็นทักษะมาแรง! ออกรอบเพื่อสร้างคอนเนกชัน – ดีลงาน
TODAY Bizview
อัพเดต 23 ส.ค. 2567 เวลา 13.17 น. • เผยแพร่ 23 ส.ค. 2567 เวลา 06.16 น. • workpointTODAY“การเล่นกอล์ฟเพียงอย่างเดียวไม่สามารถหางานให้คุณได้ แต่การไม่เล่นกอล์ฟเลยก็อาจทำให้คุณเสียเงินได้เช่นกัน” นี่คือคำกล่าวของ ‘Shawn Cole’ เจ้าหน้าที่สรรหาบุคลากรระดับผู้บริหาร หรือที่เรียกกันว่า‘Executive Recruiter’ ให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นกีฬากอล์ฟในฐานะเครื่องมือทางธุรกิจที่กำลังมาแรงสุดๆ ในขณะนี้
องค์กรไม่ได้คาดหวังให้คนทำงานต้องพัตต์กอล์ฟได้อย่างมือโปร แต่ทักษะการตีกอล์ฟไดร์ฟไกล 300 หลา พัตต์เบอร์ดี้ได้แบบท่วมๆ เป็นที่ต้องการในภาคธุรกิจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการเงิน การให้คำปรึกษา การเจรจาค้าขาย ฯลฯ ยิ่งในยุคหลังโควิด-19 เป็นต้นมา ‘Business Talk’ ในสนามกอล์ฟก็ได้ฤกษ์กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง
‘Cole’ บอกว่า เขาได้รับคำขอจากหลายองค์กรให้เฟ้นหาทักษะนักกอล์ฟมือดี ทุกวันนี้ในฐานะรีครูตเตอร์เขาไม่ได้มีเพียงฐานข้อมูลเรื่องความสามารถของคนทำงานอีกแล้ว แต่ยังรวมไปถึง ‘แฮนดิแคป’ ของผู้สมัคร นั่นคือระดับความสามารถการไดร์ฟกอล์ฟของนักกอล์ฟมือสมัครเล่น เพื่อนำไปประกอบการตัดสินใจกับองค์กรที่กำลังเร่งหาทีม เพราะนอกจากประสบการณ์การทำงานมาอย่างช่ำชองแล้ว เขาหรือเธอคนนี้ยังต้องสวมหมวก ‘โปรกอล์ฟ’ เพื่อเจรจาพาทีในสนามได้อย่างคล่องแคล่วด้วย
“ผมรู้จักผู้ชายคนหนึ่งบินรอบโลกด้วยเครื่องบินเจ็ทส่วนตัวที่เต็มไปด้วยไวน์ฝรั่งเศส เขาตีกอล์ฟ และทำข้อตกลงมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์ในสนามได้” Cole กล่าวเสริม
[ เก่งงานไม่พอ ต้อง ‘ออกรอบ’ เก่งด้วย ]
The Wall Street Journal รายงานผลการวิจัยของ ‘Nicholas Bloom’ นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanfird University) โดยมีการระบุว่า ในปี 2023 ที่ผ่านมาความนิยมในการเล่นกีฬากอล์ฟของชาวอเมริกันพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ เก็บสถิติในปีนั้นได้ราว 531 ล้านรอบ ซึ่งนัยสำคัญอยู่ที่สัดส่วนการออกรอบช่วงวันธรรมดาที่เพิ่มขึ้นเกือบสองเท่านับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา โดยในช่วงวันจันทร์ถึงศุกร์ยังพบด้วยว่า เวลายอดนิยมในการไดร์ฟกอล์ฟ คือ‘เวลาทำงาน’
หากย้อนกลับไปก่อนปี 2019 กีฬากอล์ฟในบทบาททางธุรกิจอาจยังไม่ได้แพร่หลายมากนัก มีเพียงเจ้าของธุรกิจระดับบนๆ ที่ใช้กีฬาดังกล่าวเป็นเครื่องมือทำเงิน ทว่า ตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปี 2024 การออกรอบในเวลาทำงานกลับไม่ใช่เรื่องผิดแผกแต่อย่างใด กลับถูกมองว่า เป็นการใช้เวลาอย่างมีคุณค่าเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เห็นผลมากกว่า
ที่ปรึกษาทางการเงินจากตลาดวอลล์สตรีทบอกว่า เขาจัดการเวลาทำงานใหม่ โดยใช้เวลาในช่วงเช้าก่อน 10 โมงไปกับการเคลียร์งานให้แล้วเสร็จ และใช้เวลาที่เหลือกับการไดร์ฟกอล์ฟทั้งกับลูกค้าและคนที่มีโอกาสเป็นไปได้ว่า จะได้เป็นคู่ค้ากันในอนาคต
การเล่นกอล์ฟเพื่อนำมาซึ่งดอกผลทางธุรกิจยังต้องระบุเจาะจงสนามกอล์ฟที่ได้รับความนิยมในกลุ่มนักธุรกิจด้วย แหล่งข่าวคนนี้ระบุว่า ตนเป็นสมาชิกคลับกอล์ฟที่ต่อคิวรอสมัครนานหลายปี เมื่อได้รับโอกาส จึงไม่พลาดที่จะคว้าช่วงเวลา ‘พิเศษ’ ที่ไม่ใช่ว่าใครจะทำสิ่งนี้ก็ได้
สำหรับเทคนิคการเจรจาธุรกิจในสนาม ไม่ใช่การบุกประชิดตัวเพื่อร่ายยาวให้คู่สนทนาฟัง แต่ต้องค่อยๆ ทำความรู้จัก ชวนคุยเรื่องที่ต่างคนต่างสนใจ สนุกสนานเข้าไว้ และเมื่อบทสนทนารอบๆ ตัว ถูกใช้งานไปเรื่อยๆ ด้วยจิตวิญญาณของนักธุรกิจแล้ว ไม่ฝ่ายใดก็ฝ่ายหนึ่งจะเป็นคนเอ่ยปากถามไถ่เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กลยุทธ์การลงทุน และความเห็นที่เกี่ยวข้องกับการทำงานเอง
‘Matt Parziale’ อดีตนักกอล์ฟมืออาชีพที่ผันตัวกลับมาทำงานประจำ ใช้ความสามารถในการไดร์ฟกอล์ฟต่อยอดสู่เส้นทางการเป็นนายหน้าขายประกันภัยรายใหญ่ กระทั่งปี 2022 เขาก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้บริหารองค์กร ซึ่ง ‘Parziale’ บอกว่า กอล์ฟเป็นเครื่องมือในการช่วยปิดดีลขายประกันได้เป็นจำนวนมาก
เจ้านายของเขาเองก็ชื่นชมความสามารถที่สามารถผนวกกีฬากอล์ฟเข้ากับการเจรจาทางธุรกิจได้ การออกรอบกลายเป็นการสร้างความไว้วางใจเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงที่ส่งผลดีกับบริษัท เปลี่ยนมุมมองเรื่องการเล่นกอล์ฟในเวลางานที่เคยถูกมองว่า เป็นเพียงกีฬาฆ่าเวลาของคนรวย เพราะบางคนก็ใช้โอกาสนี้ในการทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งดีลที่ดีที่สุด
นอกจากใช้เพื่อการเจรจาทางธุรกิจ กีฬากอล์ฟยังเปิดพื้นที่ให้เราได้เรียนรู้นิสัยใจคอของอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะหลังจากทำผลงานในสนามได้แย่กว่าคาดการณ์ นั่นคือจังหวะทองที่จะได้เรียนรู้เบื้องลึกของอีกฝ่ายแบบที่บริบทอื่นให้ไม่ได้
[ ความพิเศษที่เปิดโอกาสให้เพียง ‘สังคมชายแท้’ ? ]
มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์บางส่วนชี้ว่า การสร้างเครือข่ายผ่านกีฬากอล์ฟมีส่วนในการบ่อนทำลายความหลากหลายและความเสมอภาค เพราะในความเป็นจริงแล้ว ‘กอล์ฟ’ ยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้หญิงมากนัก ข้อมูลจาก ‘National Golf Foundation’ ระบุว่า จากจำนวนนักกอล์ฟทั้งหมดมีเพียง 22% เท่านั้นที่ไม่ใช่คนผิวขาว และมีอยู่ 26% ที่เป็นผู้หญิง
พื้นที่พิเศษของสนามไดร์ฟกอล์ฟทำให้บรรดาผู้บริหารยกย่องความสามารถของพนักงานที่มีความสามารถในการหวดวงสวิงอย่างมีนัยสำคัญ เป็นเรื่องยากที่เราจะหาพื้นที่ผ่อนคลายในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นพร้อมล้วงลึกอินไซต์ความต้องการของอีกฝ่าย เนื่องจากบทสนทนาในวงกอล์ฟช่วยกระชับความสัมพันธ์ในเวลาที่สั้นกว่า และมีโอกาสปิดการเจรจาได้มากกว่า
แม้จากสถิติจะสะท้อนว่า ผู้หญิงมีพื้นที่น้อยแต่ไม่ได้แปลว่า ไม่มีเลย ‘Tami McQueen’ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ ‘BIP Capital’ ตัดสินใจลงทะเบียนเรียนกอล์ฟในปีนี้ และเชื่อว่า การเพิ่มความสามารถในการไดร์ฟกอล์ฟจะช่วยให้เธอมีความได้เปรียบ เธอเชื่อว่า นับจากนี้ใครก็ตามที่อยากไปได้ไกลในอาชีพการงาน ‘กอล์ฟ’ จะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่มองข้ามไม่ได้