โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 12 ส.ค. 67

AEC10NEWs

อัพเดต 12 ส.ค. 2567 เวลา 08.17 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2567 เวลา 01.16 น. • AEC10NEWS

1. สรุปสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ : จ.เชียงราย (94 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.สกลนคร (89 มม.) ภาคกลาง : จ.สระบุรี (32 มม.) ภาคตะวันออก : จ.นครนายก (115 มม.) ภาคตะวันตก : จ.ประจวบคีรีขันธ์ (22 มม.) ภาคใต้ : จ.ปัตตานี (87 มม.)

สภาพอากาศวันนี้ : ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคตะวันออก จากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้

ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นเป็นปานกลาง ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนบนและประเทศลาวเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน

คาดการณ์ : ช่วงวันที่ 15 –17 ส.ค. 67 ร่องมรสุมกำลังปานกลางจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ตลอดช่วง ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง

2. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 57% ของความจุเก็บกัก (46,207 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 38% (22,045 ล้าน ลบ.ม.)

3. แนวทางการบริหารจัดการน้ำ : วานนี้ (11 ส.ค. 67) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ และความก้าวหน้ามาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2567 ในพื้นที่ลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่าน ณ ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์และ

คลองยม - น่าน อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย ประตูระบายน้ำบ้านใหม่โพธิ์ทองและคันกั้นน้ำ DK1 คลองเมม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก โดยมีผู้แทนจากกรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมอุตุนิยมวิทยา และหน่วยงานท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ด้วย ทั้งนี้ สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการติดตามสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด และวิเคราะห์คาดการณ์ฝน One Map พบว่า ในช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงกันยายนนี้ ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างจะมีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นซึ่งพื้นที่ลุ่มน้ำยม ยังไม่มีโครงการแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่จะช่วยกักเก็บน้ำไว้ได้ ดังนั้น พื้นที่ จ.สุโขทัย จึงมีความเสี่ยงที่จะต้องรับสถานการณ์น้ำหลาก การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อมาติดตามความพร้อมของประตูระบายน้ำตามจุดต่าง ๆ ให้สามารถปรับแผนในการเพิ่มประสิทธิภาพการของระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

โดย เลขาธิการ สทนช. ได้ให้ข้อเสนอแนะกับกรมชลประทานในการปรับการเพิ่มการระบายน้ำเพื่อเร่งพร่องน้ำบริเวณพื้นที่ตอนบนของลุ่มน้ำยม เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้ สำหรับแผนการผันน้ำจากลุ่มน้ำยมไปแม่น้ำน่าน กรมชลประทานได้เตรียมพื้นที่ทุ่งบางระกำไว้รอรับน้ำหลาก หลังเก็บเกี่ยวข้าวครบแล้วทุกพื้นที่ ทั้งนี้ เลขาธิการ สทนช. ได้ให้ข้อเสนอแนะในการดำเนินการของพื้นที่ทุ่งบางระกำว่าจะต้องมีการพัฒนาการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำในการขยายพื้นที่ฝั่งขวาของแม่น้ำยมให้เป็นพื้นที่รับน้ำ ซึ่งจะต้องวางแผนการกระจายน้ำให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวได้เร็วขึ้น โดยให้เริ่มเพาะปลูกข้าวตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนเพื่อเก็บเกี่ยวข้าวได้ทันก่อนช่วงน้ำหลากในช่วงเดือนสิงหาคม

นอกจากนี้ กรมชลประทานอยู่ระหว่างดำเนินการโครงการปรับปรุงคลองยม-น่าน ด้านเหนือน้ำ ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำผ่านคลองยม - น่านให้ได้มากขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2569 รวมทั้งแผน 3 ปี.ด้านทรัพยากรน้ำและโครงการสำคัญ โดยให้กรมชลประทานเร่งเสนอโครงการระบบกระจายน้ำเข้าพื้นที่รับน้ำบริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำยม และโครงการเสริมคันกั้นน้ำตลอดแนวลำน้ำและคลองต่าง ๆ บริเวณจุดเสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากของลุ่มน้ำยม เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

5. สถานการณ์น้ำท่วม วันที่ 12 ส.ค. 67 ในพื้นที่ 1 จังหวัด ได้แก่ จ.ปราจีนบุรี (อ.บ้านสร้าง และประจันตคาม)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 11 ส.ค. 67

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...