ฮีโร่เหรียญโอลิมปิก 2024 แบรนด์ดัง-รัฐบาลแห่อัดฉีด
วันที่ 11 สิงหาคม 2567 คือวันปิดฉากของโอลิมปิกเกมส์ 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมีพิธีเปิดอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งคนทั่วโลกต่างพูดถึง โดยมีการชิงทั้งหมด 329 เหรียญ จาก 32 ชนิดกีฬา มีนักกีฬาร่วมแข่งขันทั้งหมด 10,500 คน จาก 206 ประเทศทั่วโลก
สำหรับทัพนักกีฬาทีมชาติไทยมีเข้าร่วมทั้งสิ้น 51 คน จาก 17 ชนิดกีฬา ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ตั้งเป้าเอาไว้สูงถึง 6 เหรียญทอง จากยกน้ำหนัก 1 เหรียญทอง, เทควันโด 1 เหรียญทอง, มวยสากล 2 เหรียญทอง, แบดมินตัน 1 เหรียญทอง และกอล์ฟ 1 เหรียญทอง
ฮีโร่ 6 เหรียญโอลิมปิก
ซึ่งทัพนักกีฬาไทยเครื่องติดคว้าเหรียญโอลิมปิกมาได้รัว ๆ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนจบการแข่งขัน คว้าไปถึง 6 เหรียญรางวัล แบ่งเป็น 1 เหรียญทอง, 3 เหรียญเงิน และ 2 เหรียญทองแดง (ข้อมูลล่าสุด 9 ส.ค. 2567)
เหรียญแรกประเดิมโดย “วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์” นักแบดมินตันมืออันดับ 8 ของโลก ที่ได้เข้าชิงเหรียญทอง แม้จะพ่ายต่อ “วิกเตอร์ อักเซลเซน” มืออันดับ 2 ของโลกชาวเดนมาร์ก แต่วิวก็ได้ใจชาวไทยทั้งประเทศ
เหรียญเงินของ “วิว กุลวุฒิ” ทำให้เจ้าตัวขยับขึ้นอันดับ 4 ของโลก กลายเป็นเหรียญประวัติศาสตร์เหรียญแรกของแบดมินตันไทยในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยเป็นคนแรกที่ทำได้หลังจากแบดมินตันไทยเคยเข้ารอบลึกสุดในอันดับที่ 4 จาก “บุญศักดิ์ พลสนะ” เมื่อครั้งโอลิมปิกเกมส์ 2004 ที่กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ หรือกว่า 20 ปีมาแล้ว ขณะนั้น “วิว กุลวุฒิ” อายุราว 3 ขวบได้
จากนั้น ตามมาติด ๆ กับเหรียญทองแดงของ “จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง” มวยสากลสมัครเล่นหญิง รุ่น 66 กิโลกรัม ที่ขึ้นสังเวียนดวลกับ “อิมาน เคลิฟ” นักชกสุดแกร่งจากแอลจีเรียที่กำลังมีประเด็นไม่ผ่านการตรวจเพศ แม้จะพ่ายไป 5-0 เสียง แต่แฟนชาวไทยพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าจันทร์แจ่มสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
เหรียญทองแดงดังกล่าวจากการขึ้นชกบนสังเวียนโอลิมปิกครั้งแรกในชีวิตด้วยวัยเพียง 23 ปี ทำให้จันทร์แจ่มสามารถคว้าเหรียญให้ทัพนักกีฬาไทยเป็นเหรียญที่สองต่อจากวิว กุลวุฒิ และจารึกเกียรติประวัติของตนเองไว้ว่าเป็นนักมวยหญิงไทยคนที่สองที่คว้าเหรียญโอลิมปิกได้สำเร็จ ต่อจาก “สุดาพร สีสอนดี” ที่ทำไว้ในโอลิมปิก 2020 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
หลังจากนั้น คืนวันที่ 7 ต่อช่วงเช้าวันที่ 8 สิงหาคม ทัพนักกีฬาไทยก็สร้างความสุขให้คนไทยรัว ๆ ด้วยการคว้า 3 เหรียญติดต่อกัน เริ่มจากขวัญใจมหาชนอย่าง “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” เทควันโด รุ่น 49 กก.หญิง ที่เข้าชิงกับคู่ปรับเก่า “กัว ฉิง” จากประเทศจีน ก่อนที่เทนนิสจะเอาชนะไปได้ 2-1 ยก คว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้กับทีมชาติไทยในการแข่งขันโอลิมปิก 2024 ได้สำเร็จ ความพิเศษคือเป็นวันคล้ายวันเกิดของตัวเองในวัย 27 ปีด้วย
จากนั้นคือการจารึกประวัติศาสตร์ เทนนิสกลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่สามารถคว้าเหรียญทองโอลิมปิกได้ 2 เหรียญติดต่อกัน พร้อมเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่ได้ถึง 3 เหรียญโอลิมปิก จากเหรียญทองแดง โอลิมปิก 2016 เหรียญที่สองเป็นเหรียญทอง โอลิมปิก 2020 และเหรียญที่สามคือเหรียญทองคือโอลิมปิก 2024
ช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ความสุขของแฟนกีฬาชาวไทยที่อดนอนรอเชียร์ก็พุ่งทะลุปรอท เมื่อ 2 นักยกน้ำหนักไทย “ธีรพงศ์ ศิลาชัย” และ “สุรจนา คำเบ้า” บวกได้เพิ่มคนละเหรียญ
โดยธีรพงศ์ ศิลาชัย ในรุ่น 61 กิโลกรัมชาย สามารถทำน้ำหนักรวมจาก 2 ท่าสแนตช์ และคลีนแอนด์เจิร์ก ได้ 303 กิโลกรัมคว้าเหรียญเงินมาครองได้สำเร็จ นับเป็นเหรียญโอลิมปิกเหรียญแรกของสมาคมกีฬายกน้ำหนักสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในรอบ 8 ปี หลังจากคว้า 2 เหรียญทอง, 1 เหรียญเงิน, 1 เหรียญทองแดงในโอลิมปิก 2016 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ ธีรพงศ์ยังเป็นนักกีฬายกน้ำหนักชายคนที่ 2 ที่คว้าเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ได้ หลังจากที่ “สินธุ์เพชร กรวยทอง” ทำไว้ในปี 2016
ขณะที่ สุรจนา คำเบ้า ในรุ่น 49 กิโลกรัมหญิง ยกรวม 2 ท่าสแนตช์ และคลีนแอนด์เจิร์ก ได้ 200 กิโลกรัม คว้าเหรียญทองแดงเพิ่มอีกเหรียญให้ทัพนักกีฬาไทย
ทัพยกน้ำหนักไทยยังฟอร์มแรงต่อเนื่อง วันถัดมา “วีรพล วิชุมา” จอมพลังหนุ่มวัย 19 ปี ในรุ่น 73 กิโลกรัมชาย ก็มาบวกเหรียญเงินเพิ่มได้อีก จากการยก 2 ท่า รวม 346 กิโลกรัม ที่สำคัญในท่าคลีนแอนด์เจิร์ก ที่เจ้าตัวยกได้ 198 กิโลกรัม ยังเป็นการทุบสถิติเยาวชนโลกด้วย
ภาครัฐจ่ายอัดฉีด-เงินเดือน 20 ปี
สำหรับทัพนักกีฬาไทยที่คว้าเหรียญในโอลิมปิก 2024 ภาครัฐและภาคเอกชนเตรียมเงินอัดฉีดเพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้นักกีฬาด้วย
เทนนิส พาณิภัค เหรียญทอง เทควันโดหญิง 2 สมัย ได้รับเงินจากกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF) สูงถึง 12 ล้านบาท หากรับแบบแบ่งจ่าย หรือรับ 10 ล้านบาท หากเลือกรับเป็นเงินก้อน รวมถึงได้รับเงินเดือนจากคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย เดือนละ 12,000 บาท นาน 20 ปี รวม 2.88 ล้านบาท
วิว กุลวุฒิ เหรียญเงินประวัติศาสตร์ของแบดมินตันไทย ได้รับเงินอัดฉีดจากกองทุน 7.2 ล้านบาท หากเลือกรับแบบแบ่งจ่าย หรือรับ 6 ล้านบาท หากรับแบบเงินก้อน ได้รับเงินเดือน 20 ปี ในฐานะนักกีฬาเหรียญโอลิมปิก เดือนละ 10,000 บาท รวม 2.4 ล้านบาท และคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล มอบเงินส่วนตัวเป็นรางวัลพิเศษอีก 1.5 ล้านบาท
ธีรพงศ์ ศิลาชัย เหรียญเงิน ยกน้ำหนักชาย รุ่น 61 กิโลกรัม และ วีรพล วิชุมา เหรียญเงินยกน้ำหนักชาย รุ่น 73 กิโลกรัม ได้รับเงินอัดฉีดจากกองทุน คนละ 7.2 ล้านบาท หากเลือกรับแบบแบ่งจ่าย หรือรับคนละ 6 ล้านบาท หากรับแบบเงินก้อน และได้รับเงินเดือน อีกคนละ 10,000 บาทต่อเดือน รวมคนละ 2.4 ล้านบาท
จันทร์แจ่ม สุวรรณเพ็ง เหรียญทองแดงมวยสากลสมัครเล่นหญิง และ สุรจนา คำเบ้า เหรียญทองแดงยกน้ำหนักหญิง รุ่น 49 กิโลกรัม ได้รับเงินอัดฉีด คนละ 4.8 ล้านบาท หากเลือกรับแบบแบ่งจ่าย หรือรับคนละ 4 ล้านบาท หากรับแบบเงินก้อน และได้รับเงินเดือนในฐานะนักกีฬาเหรียญโอลิมปิก เป็นเวลา 20 ปี คนละ 8,000 บาทต่อเดือน รวมคนละ 1.92 ล้านบาท
นอกจากนี้ จันทร์แจ่มจะได้รับเงินสดเพิ่มอีก 1 ล้านบาท จาก “นายสุชัย พรชัยศักดิ์อุดม” ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย ซึ่งจะมอบให้ทันทีที่กลับถึงประเทศไทย
ขณะที่รัฐบาลไทยเตรียมมอบเงินรางวัลให้แก่นักกีฬา ผู้ฝึกสอน และสมาคมกีฬาฯที่เข้าร่วมการแข่งขัน อีกคนละ 100,000 บาท ทั้งที่ได้รับเหรียญและไม่ได้รับเหรียญโอลิมปิก เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่ทุกคน
ทั้งนี้ กรณีนักกีฬาเลือกรับเงินอัดฉีดจากกองทุน แบบแบ่งจ่าย จะได้รับเงิน 50% แรกก่อน และจะได้รับส่วนที่เหลือเป็นรายเดือน ในระยะเวลา 4 ปี โดยเงินที่ได้รับรายเดือน เหรียญทอง เดือนละ 125,000 บาท เหรียญเงิน เดือนละ 75,000 บาท และเหรียญทองแดง เดือนละ 50,000 บาท ซึ่งกองทุนจะเริ่มจ่ายเงินรางวัลตามปีงบประมาณของราชการ เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมของปีที่มีการแข่งขันนั้นเป็นต้นไป
ภาคเอกชนร่วมเปย์
ขณะที่ภาคเอกชนรอมอบอัดฉีดให้กับนักกีฬาผู้คว้าเหรียญโอลิมปิกอย่างคับคั่ง เช่น “โอสถสภา” บริษัทที่ให้การสนับสนุนนักกีฬาไทยมานานกว่า 4 ทศวรรษ มอบอัดฉีดให้กับนักกีฬาเหรียญโอลิมปิกทุกเหรียญ โดยเหรียญทอง รับเงินอัดฉีดเหรียญละ 1 ล้านบาทเหรียญเงิน 5 แสนบาท และเหรียญทองแดง 3 แสนบาท
“เสนาดีเวลลอปเม้นท์” มอบคอนโดมิเนียม โครงการเฟล็กซี่ (Flexi) รัตนาธิเบศร์ 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยภายใน 34.98 ตร.ม. มูลค่า 2.505 ล้านบาท ให้กับ วิว กุลวุฒิ ฮีโร่เหรียญเงินประวัติศาสตร์แบดมินตันไทย โดยไม่มีเงื่อนไข
นอกจากนี้ ยังมีร้านอาหารมอบอัดฉีดให้กับนักกีฬาที่คว้าเหรียญได้อิ่มท้อง เช่น “สุกี้จินดา” ร้านสุกี้หมาล่าสายพาน ให้วิว กุลวุฒิ รับประทานฟรี 1 ปี 40 สาขาทั่วประเทศ หรือ “โกเบนซ์ข้าวต้มแห้งภูเก็ต” ร้านดังแห่งเมืองภูเก็ต ให้ เทนนิส พาณิภัค และ “โค้ชเช-ชัชชัย เช” รับประทานอาหารที่ร้านฟรีตลอดชีวิต หรือร้านอาหารแบรนด์ดังอย่าง“บอนชอน” ไก่ทอดสไตล์เกาหลีของเครือไมเนอร์ ให้นักกีฬาที่คว้าเหรียญโอลิมปิก 2024 ทุกคน กินไก่ทอดฟรี 1 ปีเต็ม ทั้ง 120 ทั่วประเทศ ยกเว้นสาขาในท่าอากาศยาน
ยังไม่รวมเอกชนรายใหญ่เจ้าอื่น ๆ และเอกชนในท้องถิ่นที่เตรียมอัดฉีดเพิ่ม หลังทัพโอลิมปิกไทยเดินทางกลับถึงไทย
สมาคมกีฬาฯ-โค้ช ได้อัดฉีดด้วย
นอกจากการมอบเงินอัดฉีดให้ทัพนักกีฬาไทยที่คว้าชัยในโอลิมปิก 2024 แล้ว กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติจะมอบเงินอัดฉีดให้กับบุคลากรกีฬาและสมาคมกีฬาฯของนักกีฬาที่ได้รับเหรียญรางวัลด้วย
โดยสมาคมกีฬาฯจะได้รับในอัตรา 30% ของเงินรางวัลทั้งหมดที่นักกีฬาได้รับ สูงสุด 10,000,000 บาท และบุคลากรกีฬาของสมาคมกีฬาฯ จะแบ่งเป็น 2 กรณี คือ (1) ประเภทบุคคลทั่วไป และประเภททีม นักกีฬาไม่เกิน 6 คน ได้รับเงิน 20% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับ (2) ประเภททีม นักกีฬา 7 คนขึ้นไป ได้รับเงิน 10% ของเงินรางวัลที่นักกีฬาได้รับอีกด้วย
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ฮีโร่เหรียญโอลิมปิก 2024 แบรนด์ดัง-รัฐบาลแห่อัดฉีด
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net