‘Butterfly Effect’ การเมืองภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก
‘Butterfly Effect’การเมืองภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก
สถานการณ์โลกกำลังเปลี่ยนแปลง ส่วนหนึ่งมักจะเกิดในทำนองผีเสื้อกระพือปีก (Butterfly Effect) คราวนี้เริ่มตั้งแต่ “โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์” ถอนตัวลงชิงประธานาธิบดีสหรัฐ หันมาสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์
หากพินิจให้ดี ไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงของคนมีสิทธิลงคะแนนใน Swing State ไม่ว่าเครื่องบินไร้คนขับของยูเครนถล่มรัสเซีย ล้วนเป็นผลกระทบจากผีเสื้อกระพือปีที่จีนและสหรัฐมิอาจหลีกเลี่ยงได้
เหตุการณ์บางอย่างกำลังเกิดขึ้นในทางการเมืองภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก เริ่มแรกดูเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่อาจพัฒนาเป็นเรื่องใหญ่รุนแรง ยกตัวอย่าง เช่น ผีเสื้อกระพือปีกที่แม่น้ำแอมะซอน บราซิล แม้มีแรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย แต่อาจทำให้เกิดพายุทอร์นาโดที่รัฐเท็กซัส สหรัฐ
เป็นที่ทราบกันดีว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ โรเบิร์ต เคนเนดี รุ่นที่ 3 ได้ประกาศถอนตัวลงชิงตำแหน่งในนามอิสระ กลับมาสนับสนุนโดนัลด์ ทรัมป์ สื่อกระแสหลักของอเมริกาต่างได้บริภาษ เพราะเห็นว่าเขาคือนักการเมืองที่ฉวยโอกาส พฤติการณ์จึงถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง แต่ทำเนียบขาวเข้าใจดี กรณีคือลางร้ายของเดโมแครต เพราะ “เคนเนดี” มีความสามารถรณรงค์คนใน Swing State หลายรัฐด้วยกันมาลงให้รีพับลิกัน เพราะเป็น “กากี่นั้ง” แม้ขณะนี้ความนิยมเดโมแครตยังมีคะแนนนำอยู่ แต่ในที่สุดอาจพ่ายแพ้แก่รีพับลิกัน
ในความเป็นจริง โรเบิร์ต เคนเนดี เป็นฝ่ายซ้ายในเดโมแครต แต่ถูกกดดันเชิงถูกขับออก จึงมาลงสมัครในฐานะอำนาจที่ 3 สาเหตุสำคัญในการเปลี่ยนใจหนุนทรัมป์ ก็เพราะไม่พอใจ “ไบเดนและแฮร์ริส” บกพร่องในปัญหาผู้อพยพ เป็นเหตุให้เกิดความบกพร่องในด้านความมั่นคง เหตุการณ์ผู้อพยพผิดกฎหมายล้นเมือง แต่เดโมแครตเมินเฉยและปิดบังความผิด ปกปิดซ่อนเร้นสิ่งซึ่งควรแจ้งให้ทราบ ไบเดนอยู่ในตำแหน่งกว่า 3 ปี ราคาสินค้าบริโภคขึ้นสูง ชนชั้นกลางประสบปัญหาค่าครองชีพ มิได้รับการแก้ไข
แม้ “เคนเนดี” และ “ทรัมป์” มีความเห็นต่างกันในหลายประเด็น แต่การแก้ปัญหาผู้อพยพเข้าเมืองและลดราคาสินค้าบริโภคมีความเห็นตรงกัน กรณีจึงเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความคิดของคนใน Swing State มิใช่น้อย ซึ่งได้แก่ เนวาดา แอริโซนา มิชิแกน เพนซิลเวเนีย นอร์ทแคโรไลนา วิสคอนซิน และจอร์เจีย เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีผู้มีสิทธิลงคะแนนที่มีสถานะอยู่ตรงกลางล้วนไม่พอใจผู้อพยพผิดกฎหมาย เพราะเป็นการทำลายความปลอดภัยของสังคม จากการสำรวจทางใต้ของสหรัฐอย่างน้อยต้องมีผู้อพยพ 6 ล้านกว่าคน ส่วนใหญ่มาจากประเทศยากจนแถบลาตินอเมริกา และก็มีพวกที่ได้ข่าวเกี่ยวกับการหลบหนีเข้าเมืองง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก จึงฉวยโอกาสมาตามกระแส หนึ่งในนั้นคือคนจีนที่มาจากแผ่นดินใหญ่จำนวน 6 หมื่นกว่าคน กลายเป็นเรื่องที่วิพากษ์กันมากในสหรัฐ ส่วนปัญหาเงินเฟ้อก็รุนแรงมิใช่น้อย ประเด็นสำคัญคือสงครามรัสเซีย-ยูเครน เป็นเหตุให้สินค้าบริโภคมีราคาสูงขึ้น และกลายเป็นระบบห่วงโซ่ ราคาสินค้าในซุปเปอร์มาร์เก็ตถีบตัวสูงราว 40 เปอร์เซ็นต์ การให้ทิปในร้านอาหารเพิ่มสูงขึ้นเป็น 20 เปอร์เซ็นต์ แม้ซื้อกาแฟแก้วเดียวก็ต้องจ่ายทิป
การเปลี่ยนแปลงของโรเบิร์ต เคนเนดีครั้งนี้ ถือเป็นดัชนีอันทรงความหมายในเชิงสัญลักษณ์ เหตุผลคือ หากปัญหาความบกพร่องเกี่ยวกับผู้อพยพและราคาสินค้ายังระอุต่อไป อเมริกันชนต้องไม่พอใจ เพราะต้องประสบกับความเดือดร้อนในการดำรงชีวิต เขาจึงสมกับฉายานักการเมืองฉวยโอกาส อย่างไรก็ตาม พอจะอนุมานได้ว่าการจะได้รับเลือกครั้งที่ 2 ของทรัมป์มีโอกาสค่อนข้างสูง สูงเพราะสมัยทรัมป์เป็นประธานาธิบดี ไม่ว่าผู้อพยพเข้าเมือง ไม่ว่าราคาสินค้าบริโภค ล้วนอยู่ในระดับที่คนพอใจ จึงมีความเชื่อมั่นว่าทรัมป์สามารถแก้ปัญหาได้
บัดนี้ นอกจากปัญหาค่าครองชีพ ยังมีการเปลี่ยนแปลงภายใน ทำเนียบขาวจึงส่ง “เจค ซัลลิแวน” ที่ปรึกษาค้านความมั่นคงไปเยือนจีน มีข่าวว่าจะจัดให้มีการประชุมสุดยอด “โจ ไบเดน-สี จิ้นผิง” ก่อนครบวาระ ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงการอันอาจเกิดเหตุการณ์เหมือนกับ “โรนัลด์ เรแกน” ซึ่งไม่เคยไปเยือนจีนในขณะที่ดำรงตำแหน่ง อีกประการหนึ่ง “ไบเดน” หวังว่าจีนจะเป็นกำลังใจให้แก่พรรคเดโมแครตในการเลือกตั้ง ไม่ว่าจีนจะแสดงบทบาททางบวกหรือทางลบ แต่ไบเดนคงเล็งผลเลิศ เพราะวันนี้การเมืองการทูตของจีนไม่เป็นรองสหรัฐแล้ว
หากกล่าวกับปักกิ่ง ไบเดนและแฮร์ริสน่าจะเข้าตามากกว่า แต่มีปัญหาที่เดโมแครตร่วมกับยุโรปญี่ปุ่น และเกาหลีทำการปิดล้อมจีน ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์มีอารมณ์ขึ้นลงไม่แน่นอน เปรียบเทียบเหมือนกับ “ปืนใหญ่อัตตาจร” (self-propelled artillery) ปราศจากระเบียบวินัย จึงน่ากลัว แต่ทรัมป์ไม่เอาพันธมิตรยุโรป ญี่ปุ่นและเกาหลี
สำหรับจุดยืนทางการเมืองของจีนคือไม่แทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น ไม่ยุ่งเกี่ยวการเลือกตั้งของสหรัฐ ไม่ร่วมสงครามยูเครน แต่จีนก็ตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานแห่งอุเบกขาบนเวทีสากล
อย่างไรก็ตาม การที่สถานการณ์โลกแปรเปลี่ยน ส่วนใหญ่เริ่มจากเรื่องเล็ก ดั่งการกระพือปีกของผีเสื้อ
ฉะนั้น ตั้งแต่การเปลี่ยนใจของคน Swing State ถึงการเปลี่ยนแปลงทางด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ในสงครามยูเครน ล้วนเข้าทำนอง Butterfly Effect ที่ทั้งจีนและสหรัฐไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘Butterfly Effect’ การเมืองภูมิรัฐศาสตร์ระดับโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th