ชวนกินแบบ Flexitarian มังสวิรัติแบบยืดหยุ่น ลองเพิ่มผัก-ลดเนื้อเหลือ 10%
ปรับนิด เปลี่ยนหน่อย ว่าด้วยเทรนด์การ ‘กินมังแบบยืดหยุ่น’ (Flexitarian) ที่บริโภคเนื้อสัตว์ให้น้อยลง กินผักให้มากขึ้น สมดุลเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่ใคร ๆ ก็เริ่มได้
ใครที่ได้ยินคำว่าเจหรือมังฯ แล้วจะเลื่อนหนีด้วยเหตุผลว่าไม่เคยลองกินก็บอกเลยว่าต้องหยุดก๊อนน เพราะไม่ว่าเธอจะเป็นสายไหน ถนัดกินหรือไม่กินอะไร ก็มาลองเป็น Flexitarian หรือ 'ชาวมังแบบยืดหยุ่น' ด้วยกันได้ทั้งนั้น
โดยคำว่า “Flexitarian” มาจาก Flexible+ Vegetarian จึงกลายเป็นความหมายที่ตรงตัวคือ การทานมังสวิรัติแบบยืดหยุ่น ตามโอกาสที่ตัวเองสะดวก จากรายงาน Thailand's Food and Restaurant Trends in 2022 ของกระทรวงเกษตรสหรัฐอเมริกาก่อนหน้านี้แสดงข้อมูลว่า ผู้บริโภคชาวไทยร้อยละ 53 ต้องการลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นปัจจัยจากการโรคระบาดที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่วนภาคเอกชนก็มีแนวโน้มตอบรับความต้องการของตลาดโดยการเพิ่มเมนูจากพืชในร้านบริการรายใหญ่ รวมถึงมีแบรนด์แพลนต์เบสทางเลือกใหม่ ๆ ในตลาดมากขึ้น
พูดถึงเทรนด์การกินมังแบบยืดหยุ่นนี้ แอดก็ขอยกมือคนแรกเลย! เพราะปกติก็ต้องยอมรับว่าเราไม่ได้กินมังสวิรัติเป็นประจำ แต่สิ่งหนึ่งที่เราพยายามทำคือ #หลีกเลี่ยงบริโภคเนื้อสัตว์ เท่าที่ทำได้ และพยายามเพิ่มสัดส่วนผักเข้าไปมาก ๆ แทน หรือวันไหนที่ไม่ได้มีมื้อสังสรรค์นอกบ้านก็ลองทำอาหารแบบไม่ใส่เนื้อสัตว์ง่าย ๆ ดู
สำหรับหลักการกินมังแบบยืนหยุ่น จริง ๆ ไม่ได้มีกฎเกณฑ์หรือสัดส่วนที่เข้มงวด แต่หากใครต้องการแนวทางการกิน ในบทความบนเว็บไซต์ Pedon ระบุสัดส่วนเป็น 40-20-20-10-10 ต่อปริมาณในแต่ละสัปดาห์ ได้แก่
○ 40% อาหารจากพืช เช่น ผลไม้สดและผัก
○ 20% ธัญพืช
○ 15% และ 5% พืชตระกูลถั่วและเมล็ดพืชน้ำมัน
○ 10% ไข่และผลิตภัณฑ์จากนมในอาหารประจำสัปดาห์
○ ไม่เกิน 10% อนุญาตให้ตัวเองกินปลาและเนื้อสัตว์ในแบบ "ยืดหยุ่น" และเหมาะกับตัวเอง
นอกจากนี้ก็ยังมีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพคือ เลี่ยงการกินอาหารแปรรูปและจำกัดปริมาณของหวานและน้ำตาลที่กินเข้าไป
การหันมาปรับพฤติกรรมการกินของแต่ละคนก็อาจจะมีเหตุผลต่างกันไป ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สวัสดิภาพสัตว์ ด้านสุขภาพ ความเชื่อ และปัจจัยทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่มีเรื่องใดผิดถูก และเพื่อให้ผู้บริโภคได้มีทางเลือกอาหารที่หลากหลายมากขึ้น Century Pacific Food ผู้ผลิตแบรนด์อาหารรายใหญ่ในฟิลิปปินส์ ก็มองว่ากลุ่มธุรกิจควรพัฒนากลุ่มวัตถุดิบจากพืชเหล่านี้ให้เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น ราคาที่เป็นมิตรมากขึ้น เพื่อให้กลุ่มผู้ค้าปลึกและผู้บริโภคหันมาบริโภคอาหารจากพืชได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงที่ภาวะเงินเฟ้อและวัตถุดิบจากเนื้อสัตว์แพงขึ้น
ด้วยความที่เรื่องนี้ไม่มีกฎตายตัว สำหรับเราก็ไม่ยากเกินไปและอยากชวนทุกคนทำไปด้วยกัน! ขอเพียงแค่พยายามปรับให้ได้มากที่สุดและเลือกอาหารที่คิดว่าเหมาะกับพฤติกรรมของเรา เพราะเราเชื่อว่าเมื่อเป็นสิ่งที่เราสะดวกและสบายใจที่จะทำแล้ว มันก็จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนในระยะยาวแน่นอน
ที่มา
https://www.pedon.it/en/articoli/flexitarian-diet/…)%3B