โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รู้จัก “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล กับว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 15 พ.ค. 2566 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 15 พ.ค. 2566 เวลา 09.57 น.

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หนึ่งในบุคคลแวดวงการเมืองที่น่าจับตาไม่น้อย ตั้งแต่ช่วงก่อนการเลือกตั้ง ไม่เพียงนั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกลที่ก่อตั้งขึ้นเพียง 9 ปี ยังควบแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วย

แต่หลังจาก 17.00 น. เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ปิดหีบเลือกตั้งเป็นที่เรียบร้อย ประชาชนคนไทยต่างจับจ้องที่ผลการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไปอย่างไม่เป็นทางการของสำนักคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งแสดงถึง "พรรคก้าวไกล" ขึ้นนำ "พรรคเพื่อไทย" มาเป็นอันดับ ทั้งคะแนน ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส.รายชื่อ ท่ามกลางสูสีกับพรรคเพื่อไทย ก่อนคะแนน ส.ส.รายชื่อ จะทิ้งห่างราว 3 ล้านคะแนนเศษ และกวาดที่นั่งไปทั้งหมด 151 ที่นั่ง

"การเงินธนาคาร" จะพาไปทำความรู้จัก "พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" ที่ประกาศความพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของไทยในวัย 42 ปี

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ ทิม เป็นเกิดเมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2523 เป็นลูกชายคนโตในบรรดาพี่น้อง 2 คนของ นายพงษ์ศักดิ์ ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ นางลิลฎา ลิ้มเจริญรัตน์ รวมถึงมีศักดิ์เป็นหลานลุงของนาย ผดุง ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตเลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และตามใจ ขำภโต อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย

มุมของการศึกษานั้น พิธา ได้ศึกษาที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ก่อนจะไปศึกษาต่อที่ประเทศนิวซีแลนด์ ในระดับปริญญาตรี ศึกษาสาขาการเงิน (ภาคภาษาอังกฤษ) คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หลังจากเรียนจบแล้ว พิธา เลือกจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนที่จะเรียนต่อปริญญาโท ด้วยการเข้าทำงานร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในยุครัฐบาลที่มี ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2

โดยพิธา ได้ได้สมรสกับ ต่าย ชุติมา ทีปะนาถ ในปี 2555 มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน คือ พิพิม ลิ้มเจริญรัตน์ ก่อนจะเลิกรากันหย่าร้างไปเมื่อปี 2561

หลังจากนั้นไปศึกษาต่อปริญญาโท โดยบการศึกษา 2 แห่ง ทั้งการเมืองการปกครอง สาขาการบริหารภาครัฐ ที่ John F. Kennedy School of Government มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด และการบริหารธุรกิจ Sloan สถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ในระหว่างเรียนนั้น พิธา ควบหน้าที่บริหารธุรกิจของครอบครัวในบริษัท ซีอีโอ อกริฟู้ด จำกัด บริษัทผู้ผลิตน้ำมันดิบจากรำข้าวรายใหญ่ของประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีการเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท ออยล์ฟอร์ไลฟ์

ในมุมของการทำงานด้านการเมืองนั้น การเป็นหัวหน้าพรรคก้าวไกล และว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของไทย ไม่ใช่ครั้งแรก ย้อนกลับไปในปี 2546 พิธา เคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี และในปี 2555 นั่งเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

ขณะที่ในปี 2561 พิธา ได้สมัครเข้าร่วมเป็นสมัครชิกพรรคอนาคตใหม่ จากการเชิญชวนของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และได้ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคในลำดับที่ 4 ซึ่งได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในครั้งแรกที่ลงรับเลือกตั้ง

ซึ่งในครั้งนั้นได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ในสัดส่วนของพรรคอนาคตใหม่ โดยในการอภิปรายครั้งแรกในสภา พิธาได้อภิปรายเรื่องนโยบายทางการเกษตรของรัฐบาล โดยเฉพาะปัญหากระดุม 5 เม็ด ได้รับการตอบรับที่ดี ขนาดที่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เอ่ยปากชื่นชม

ขณะที่ปี 2563 นั้นพรรคอนาคตใหม่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรค พิธา พร้อมสมาชิกพรรคอนาคตใหม่เดิมอีก 54 คน จึงตั้งพรรคการเมืองขึ้นมาใหม่ คือ "พรรคก้าวไกล" โดย พิธา นั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคก้าวไกล

และในการเลือกตั้งในปี 2566 พรรคก้าวไกลเดินเครื่องหาเสียงทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องที่มาพร้อมกับนโยบายหลากหลายด้าน เช่น แก้รัฐธรรมรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ทำประชามติทันที, ทลายทุนผูกขาด ปรับปรุงกฎหมายแข่งขันทางการค้า รวมถึงส่งเสริม Virtual Bank เพิ่มจำนวนใบอนุญาต อย่างต่ำ 3 เท่า, เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำทันที 450 บาท/วัน และปรับขึ้นทุกปี, สิทธิลาคลอด 180 วัน พ่อและแม่แบ่งกันลาได้, ทำงานไม่เกิน 40 ชม. ต่อสัปดาห์ ถ้าเกินต้องได้ OT, ผ้าอนามัยไม่เก็บ VAT แจกฟรีที่โรงเรียน, ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เพิ่มสวัสดิการทหารชั้นผู้น้อย ตัดสิทธิพิเศษนายพล, การนิรโทษกรรมคดีการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เป็นต้น

การเมืองไทยที่หลายพรรคหาเสียงกันอย่างดุเดือด ต่างเฝ้ารอช่วงเวลาอของการนับคะแนนเลือกตั้ง จนกระทั่งผลการรายงานอย่างไม่เป็นทางการล่าสุดนั้น พรรคก้าวไกล ขึ้นนำเป็นอันดับ 1

เพียงไม่นาน พิธา ได้เปิดแถลงข่าวประกาศชัยชนะผลการเลือกตั้งมาเป็นอันดับ 1 ด้วยเสียง ส.ส. 151 เสียง พร้อมเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งระบุได้ติดต่อแกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม ทั้งเพื่อไทย ประชาชาติ ไทยสร้างไทย เสรีรวมไทย เป็นธรรม รวมเป็นรัฐบาล 309 เสียง เพียงพอต่อการตั้งรัฐบาล และปิดประตูการตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...