โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โรคฮิตติดจอ คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ตาแห้ง ปวดกระบอกตา

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 17 พ.ค. 2566 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2566 เวลา 05.32 น. • Bright Today

วัยรุ่นออฟฟิศซินโดรม ต้องรู้! โรคฮิตติดจอ คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม ตาแห้ง ปวดกระบอกตา แสบตา เคืองตา ตาพร่ามัว แก้ยังไงดี?

ชาวพนักงานออฟฟิศ นักเรียน นักศึกษา ใครก็ตามที่อยู่กับหน้าคอม หน้าโน๊ตบุ๊ค และต้องนั่งทำงานนานๆ วันละ 8-9 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อยหรือบางคนถึงขนาดทำงานเพลินจนลืมดูเวลา ลืมทานอาหาร หรือลุกออกไปเดิน ซึ่งแน่นอนว่าการที่เรานั่งทำงานนานๆ ใช้งานกล้ามเนื้อเดิมตลอดเวลาเป็นเรื่องไม่ดีอยู่แล้ว ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงอาการปวดเมื่อยตา ตาแห้ง แสบตา เคืองตา ตาพร่ามัว กัน

beautiful-young-smiling-asian-wo

Computer Vision Syndrome (CVS)

กลุ่มอาการทางตาที่เกิดจากการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน โดยความรุนแรงจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาในการใช้งานและจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่อง มีการศึกษาพบว่าประมาณ 90% ของผู้ที่ใช้คอมพิวเตอร์ต่อเนื่องมากกว่า 3 ชั่วโมงต่อวัน จะมีอาการ Computer Vision Syndrome อย่างใดอย่างหนึ่งหรืออาจเป็นร่วมกันจนส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน

อาการ

  • ปวดเมื่อยตา
  • ตาแห้ง
  • แสบตา
  • เคืองตา
  • ตาพร่ามัว
  • โฟกัสได้ช้าลง
  • ตาสู้แสงไม่ได้
  • ปวดกระบอกตา
  • ปวดศีรษะ
  • บางครั้งอาจมีอาการปวดหลัง ไหล่ หรือต้นคอร่วมด้วย

ปัจจัยเสี่ยง

  • ขณะจดจ่อกับการอ่านหนังสือหรือจ้องจอคอมพิวเตอร์จะมีการกระพริบตาน้อยลง ทำให้เกิดอาการตาแห้งง่ายขึ้น
  • แสงสว่างภายในห้องไม่เหมาะสม
  • มีแสงสะท้อนจากจอคอมพิวเตอร์
  • การที่ตัวอักษรบนจอคอมพิวเตอร์ไม่เรียบคมชัดเท่าตัวพิมพ์บนหน้าหนังสือ หรือมีความไม่นิ่งของสัญญาณในจอคอมพิวเตอร์ ทำให้ต้องพยายามโฟกัสมากขึ้นจึงก่อให้เกิดอาการตาเมื่อยล้าได้ง่ายขึ้น
  • ระยะห่างจากหน้าจอ
  • ระดับสายตาในการมองจอคอมพิวเตอร์
  • ท่าทางในการในการนั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม

วิธีการป้องกัน

1. ปรับระดับการมองเห็นและปรับท่านั่งการทำงานให้เหมาะสม

  • จุดศูนย์กลางของจอคอมพิวเตอร์ควรห่างจากตาประมาณ 20 – 28 นิ้ว
  • แป้นพิมพ์ควรวางอยู่ระดับต่ำกว่าจอ โดยให้ข้อมือและแขนขนานไปกับพื้น ข้อศอกตั้งฉาก ไม่อยู่ในลักษณะเอื้อมไปข้างหน้า
  • ปรับระดับเก้าอี้ โดยให้ฝ่าเท้าวางราบไปกับพื้น เข่าตั้งฉาก ต้นขาขนานกับพื้น อาจมีที่วางข้อศอกและแขนเพื่อลดอาการล้าที่หัวไหล่ แขน และข้อมือ
  • เอกสารสิ่งพิมพ์หรือหนังสือควรวางอยู่ในระดับและระยะเดียวกับจอ เพื่อไม่ต้องขยับหรือหันศีรษะ และเปลี่ยนการปรับโฟกัสมากเกินไป

2. ปรับแสงสว่างจากภายนอกและจากจอคอมพิวเตอร์

  • ปิดม่านหน้าต่าง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้มีแสงแดดหรือแสงสว่างจากภายนอกส่องกระทบจอคอมพิวเตอร์ แสงภายในห้องทำงานที่สว่างเกินไปจะก่อให้เกิดแสงสะท้อนที่จอได้ง่าย ทำให้รู้สึกไม่สบายตาได้
  • อาจใช้แผ่นกันแสงสะท้อนติดหน้าจอภาพ
  • ปรับความสว่างของหน้าจอและความแตกต่างของสีระหว่างพื้นจอและตัวอักษรให้มองเห็นได้คมชัดและสบายตาที่สุด

3. พักสายตาระหว่างการทำงาน

  • เมื่อใช้สายตาติดต่อกันนาน 20 นาที ควรละสายตาออกจากจอคอมพิวเตอร์และมองออกไปให้ไกล 20 วินาที
  • ทุก ๆ 2 ชั่วโมง ควรพักสายตาหรือลุกจากโต๊ะทำงานเพื่อเป็นการผ่อนคลายเป็นเวลาอย่างน้อย 15 – 20 นาที

4. กระพริบตาบ่อยขึ้นหรือหยอดน้ำตาเทียม เพื่อช่วยลดอาการตาแห้งและช่วยให้สบายตาขึ้น

5. พบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวัดสายตา

แหล่งที่มา bangkokhospita

ติดตามข่าวสาร Bright Today ช่องทางอื่นๆ

Website : BRIGHT TODAY
Facebook : BRIGHT TV
Line Today : BRIGHT TODAY

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...