แรงศรัทธาแห่งอินเดีย ‘เทศกาลมหากุมภเมลา’ พิธีอาบน้ำศักดิ์สิทธิ์ใหญ่ที่สุดในโลก
เมื่อปลายเดือนม.ค.ที่ผ่านมา มีรายงานข่าวว่า เกิดเหตุผู้แสวงบุญที่ไปร่วมเทศกาลมหากุมภเมลาในอินเดีย เบียดเสียดกัน จนเหยียบกันตายไป30 ศพ และได้รับบาดเจ็บมากกว่า60 คน
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่อาจยับยั้งความศรัทธาศาสนิกชนให้ลดน้อยลงเลยสักนิด ในทางกลับกัน จนถึงวันนี้ ยังคงมีศาสนิกชนฮินดูทยอยหลั่งไหลไปร่วมทำกิจกรรมทางศาสนากันอย่างไม่ขาดสาย
ตัวเลขล่าสุดที่เปิดเผยมาจากรัฐบาลอินเดีย ตั้งแต่วันแรกของเทศกาล ที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่13 ม.ค. จนถึงวันนี้ มีผู้แสวงบุญจากทั่วโลกเดินทางมาร่วมเทศกาลนี้แล้วกว่า420 ล้านคนซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าประชากรของสหรัฐฯ และแคนาดารวมกันเสียอีก
และยังมีคาดการณ์ด้วยว่า ในอีกสิบกว่าวันกว่าจะถึงวันสุดท้ายของเทศกาล ซึ่งก็คือวันที่26 ก.พ. น่าจะมีผู้แสวงบุญเดินทางมาร่วมงานอีกเป็นหลักร้อยคน
ทำให้เทศกาลมหากุมภเมลาได้รับการขนานนามว่าเป็นการรวมตัวทางศาสนาที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เทศกาลนี้มีความสำคัญอย่างไร เพราะเหตุใดจึงดึงดูดศาสนิกชนมาร่วมงานจำนวนมากขนาดนี้Explainer ไปหาคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมอินเดียอาจารย์กิตติพงศ์บุญเกิดอาจารย์ประจำสาขาวิชาภาษาเอเชียใต้คณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาสรุปให้เข้าใจง่ายที่สุดในโพสต์นี้
ชื่อของ‘กุมภเมลา’ มาจากรูปศัพท์คำว่า‘กุมภะ’ ที่แปลว่าหม้อ กับ‘เมลา’ ที่หมายถึง การรวมตัว ให้เข้าใจง่ายๆ คือเป็นเทศกาลที่เกี่ยวข้องกับหม้อ
หม้อในที่นี้ ก็คือ หม้อน้ำอมฤต ที่ผุดขึ้นมาจากเกษียรสมุทรตามตำนานฮินดู ซึ่งเชื่อกันว่า ใครที่ได้ดื่มน้ำอมฤตแล้ว จะได้เป็นอมตะ
แต่กว่าที่หม้อน้ำอมฤตจะปรากฏขึ้นมา เทวดาและอสูรใช้เวลาช่วยกันกวนเกษียรสมุทรอยู่นาน
จนในที่สุดหม้อปรากฏขึ้น ทั้งสองฝ่ายก็เกิดการแย่งชิงกัน ทำให้น้ำอมฤติที่อยู่ในหม้อกระฉอกออกมา4 หยด
โดยทั้ง4 หยดนั้นหยดลงไปยังโลกมนุษย์ ในจุดที่ตรงกับเมือง4 เมืองในอินเดีย คือ เมืองประยาคราช, ฮาริดวาร์, อุชเชนและนาสิก
ทั้ง4 เมืองนี้เลยกลายเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์กลางของเทศกาลกุมภเมลามาจนทุกวันนี้
เทศกาลกุมภเมลาแต่ละครั้งจะจัดวนไปใน4 เมืองนี้ โดยปีนี้วนมาจัดที่ เมืองประยาคราช ซึ่งถือเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในบรรดา4 เมือง เพราะเป็นจุดที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์3 สาย คือ แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมุนา และแม่น้ำสรัสวดี ไหลมารวมกัน หรือที่เรียกว่า‘จุฬาตรีคูณ’
ชาวฮินดูเชื่อว่าบริเวณนั้น มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ใครได้ลงไปอาบน้ำในจุดที่แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง3 สายนี้ไหลมารวมกัน ถือว่าได้ล้างบาปและทำให้เข้าใกล้การหลุดพ้นทางจิตวิญญาณมากขึ้น
แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะลงไปอาบน้ำล้างบาปได้ทุกวันเพราะมีการกำหนดอีกว่าต้องเป็นช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ดวงจันทร์และดาวพฤหัสเรียงตัวกันตามหลักดาราศาสตร์อินเดีย
ทำให้เทศกาลกุมภเมลา มีช่วงเวลาของการจัดงานอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีการดูกำหนดเวลาตามโหราศาสตร์ร่วมด้วย คือ ปีที่ดาวพฤหัสโคจรเข้าสู่ราศีพฤษภ จะเป็นปีที่มีการจัดงานใหญ่ที่สุด เท่ากับทุกๆ12 จะมีงานใหญ่1 ครั้ง
ส่วนปีอื่นๆ ก็มีการจัดงาน แต่อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่ากับปีที่วนมาครบ12 ปี เช่น ในครึ่งรอบ คือ6 ปี มีเทศกาลอรรธถกุมเมลา หรือ กุมภเมลาครึ่ง ทุก3 ปีมีเทศกาลกุมภเมลาและทุกปีก็จะมีการจัดเทศกาลมาฆเมลาจัดทุกปี
งานนี้แต่ละครั้งจะกินเวลาประมาณ45 วัน อย่างปีนี้ อย่างปีนี้ เริ่มมาตั้งแต่วันที่13 ม.ค. – 26 ก.พ.
แต่ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่สำคัญมาก เพราะเป็นปีที่ ดาวพฤหัสโคจรเข้าสู่ราศีพฤษภครบ12 ครั้ง หรือพูดง่ายๆ คือ เป็นการวนมาครบรอบ144 ปี ของเทศกาลมหากุมภเมลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
ด้วยเหตุนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ในหนึ่งชีวิตจะมีโอกาสได้เข้าร่วมเทศกาลกุมภเมลาในช่วงเวลาที่สำคัญขนาดนี้
นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผู้แสวงบุญชาวฮินดูจากทั่วโลกจำนวนมาก หลั่งไหลกันมาร่วมเทศกาลศักดิ์สิทธิ์นี้อย่างไม่ขาดสาย จนตอนนี้จำนวนผู้มาร่วมงานทะลุ420 ล้านคนไปแล้ว
พิธีกรรมที่สำคัญที่สุดของเทศกาลนี้ ก็คือ การลงไปในจุ่มตัวบริเวณที่‘สังฆัม’ (Sangham) ซึ่งเป็นจุดที่เชื่อว่าแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ทั้ง3 สายไหลมารวมกัน ระยะทางยาวประมาณ1 กิโลเมตร
และก็ไม่ใช่แค่ศาสนิกชนจะลงไปจุ่มน้ำเพื่อบรรลุโมกษะ ซึ่งเป็นการหลุดพ้นตามความเชื่อของศาสนาฮินดู ในเทศกาลนี้ยังมีนักบวช หรือที่เรียกกันว่า‘นาคสาธุ’ ซึ่งเป็นกลุ่มนักบวชเปลือยกายที่ปลีกวิเวกไปอาศัยอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยเดินทางลงมาอาบน้ำครั้งเดียวในรอบหลายปี
ความสำคัญของเทศกาลมหากุมภเมลา ไม่ได้มีแค่นี้ เพราะงานนี้ยังเป็นการมารวบตัวกันของบรรดาคุรุ ครูบาอาจารย์ ผู้รอบรู้จากทั่วโลก จึงเปิดโอกาสให้ผู้แสวงบุญได้มาสนทนาธรรม ร่วมกันอภิปราย และบำเพ็ญเพียว รวมกันประกอบกิจกรรมทางศาสนาตลอดระยะเวลา45 วัน
ถ้าให้พูดกันจริงๆก็คือเทศกาลกุมภเมลานี้เป็นกุศโลบายสำคัญที่ยึดโยงระหว่างชีวิตทางโลกกับศาสนาไม่ให้แยกออกจากกันไปไกลนัก