แพทองธาร-ทักษิณ-สรวงศ์ เคลียร์ปม ‘กาสิโน’ ในคอมเพล็กซ์
ความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร พ.ศ. …. หรือที่เรียกว่ากฎหมายเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ภายหลังที่รัฐบาลตัดสินใจถอยกลับมาทำความเข้าใจกับประชาชนเพิ่มเติม ระหว่างปิดสมัยประชุมรัฐสภา เป็นเวลา 3 เดือน เนื่องจากมีกระแสคัดค้านจากกลุ่มต่าง ๆ รวมถึงปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาลนั้น
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้พรรคร่วมรัฐบาล ได้ไปทำความเข้าใจกับประชาชนถึงความจำเป็นที่จะต้องมีเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ทั้งนี้ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย พรรคแกนนำรัฐบาล ได้สั่งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ของตัวเอง ในช่วงเวลาปิดสมัยประชุมสภา ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน-3 กรกฎาคม 2568 ก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาในสภาอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าในช่วงเวลา 3 เดือน จะลดกระแสการต่อต้านนอกสภาลงได้
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมที่จะพาผู้สื่อข่าวไปดูเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ในต่างประเทศว่าหน้าตาเป็นอย่างไร เพื่อมาอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ ก่อนที่จะเปิดสมัยประชุมสภา เพื่อผลักดันกฎหมายดังกล่าวพิจารณาในสภาต่อไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ยังมีหลายประเด็นที่ยัง “คาใจ” สังคม และ น.ส.แพทองธาร ทำให้เคลียร์ชัดขึ้นผ่านเวที “Mission Thailand ภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจ” เมื่อ 30 เมษายน 2568 และในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธารฯ” เมื่อวันที่ 4 เมษายน มีดังนี้
ไม่ใช้เงินภาษี
ประเด็นการใช้งบประมาณในการสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ น.ส.แพทองธาร ยืนยันเมื่อวันที่ 30 เมษายน ว่าให้เอกชนลงทุน การท่องเที่ยวเมื่อถึงจุดหนึ่งที่เป็นทางตันมีไฮซีซั่น โลว์ซีซั่นตลอด รัฐบาลสนับสนุนเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เราต้องพูดก่อนเลยว่า เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ไม่เท่ากับกาสิโน เพราะมีไม่เกิน 10% ของพื้นที่ แต่กลายเป็นว่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ คืออะไร ไม่ได้ยิน ไม่ได้ฟัง ได้ยินแต่คำว่ากาสิโน
ถ้าสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จริง ๆ ประเทศไทยได้อะไรบ้าง อย่างแรกเราไม่เสียอะไร เพราะรัฐไม่ได้ลงทุน เป็นเอกชนต่างชาติเข้ามาลงทุน รัฐบาลเก็บภาษี ตอนนี้เรื่องเงินได้กำชับการใช้จ่ายงบประมาณต้องคุ้มค่าทุกบาท เพราะเรามีเงินจำกัด
ขณะที่นายกฯ กล่าวในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธารฯ” เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ระบุว่า เงินใหม่ที่เข้ามา ประการแรกเงินนี้ไม่ใช่เงินจากรัฐบาล ไม่ใช่เงินจากภาษีพี่น้องประชาชน แต่เป็นเงินของเอกชนที่จะมาลงทุนก้อนใหญ่ในประเทศเรา
เงินลงทุนของต่างชาติที่จะมาลงทุนเหล่านี้ ทำให้รัฐสามารถเก็บภาษีได้เพิ่ม และเงินเหล่านี้ที่เข้ามาจะเอามาหมุนเวียนการเก็บภาษีคนที่เล่นกาสิโน
ความจำเป็นต้องมี “กาสิโน”
ส่วนความจำเป็นที่จะต้องมี “กาสิโน” ในเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ จะมีแค่สนามกีฬา ฮอลล์ โรงแรมไม่ได้นั้น น.ส.แพทองธาร อธิบายเหตุผลบนเวที “Mission Thailand ภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจ” เมื่อ 30 เมษายน ว่าที่บอกให้สร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยไม่มีกาสิโน ต้องถามว่าหากมี Stadium Indoor ขายตั๋วเท่าไหร่ถึงจะคุ้มทุนในการก่อสร้างต้องขายอีกนาน
แต่เรื่องของกาสิโนสามารถใช้เงินตรงนี้มาหนุนได้ นอกจากนี้ยังมีโรงแรม มีสวนน้ำที่สามารถพาลูกไปได้ เราสามารถฝันได้ อีกทั้งยังมีมิวเซียมโชว์วัฒนธรรมของเราได้ เป็นสิ่งที่เราฝันได้เลย ถ้าเกิดขึ้น ประเทศไทยไม่ต้องมีโลว์ซีซั่น มีแต่ไฮซีซั่นตลอดปี
สิงคโปร์โมเดล
ในรายการ “โอกาสไทยกับนายกแพทองธารฯ” น.ส.แพทองธาร เปิดเผยครั้งแรก ว่ายึดตามโมเดลสิงคโปร์
“การสร้างเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เราจะทำตามโมเดลสิงคโปร์ เราไม่อยากมองเป็นมุม ว่าเราจะทำเป็นสถานที่กาสิโน โดยเน้นย้ำเฉพาะกาสิโนเท่านั้น เราอยากทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ให้มีสถานที่จัดงาน จัดคอนเสิร์ต มีโรงแรม และกาสิโนมีมาตรฐานสากลโลกอยู่แล้ว
มันต้องเป็น Gamble Responsibly (การพนันอย่างมีความรับผิดชอบ) มีกฎเกณฑ์ มีขั้นตอน ไม่ใช่เอะอะ ใครคิดว่าวันนี้ฉันอยากถูกรางวัลที่ 1 เดินเข้าไปแล้วได้ 30 ล้านบาท เดินออกมา มันไม่ใช่ ต้องเข้าไปอย่างที่เราสามารถเช็กประวัติได้ รู้ว่าใครเป็นใคร มีประวัติอาชญากรรมหรือไม่ เราต้องทราบหมดของทุกประเทศทั่วโลก”
“คนที่เข้ามาประวัติต้องมี ทรัพย์สินต้องมี แต่ต้องสื่อสารกัน บางทีประเด็นการเมืองมันเข้มข้น แล้วอยากจะตีเรื่องนี้ให้ฉ่ำ ๆ ไปเลย ให้มันถูกเข้าใจผิดไปเลย ว่าต้องเกิดอบายมุขสุด ๆ แน่ที่ประเทศไทย ซึ่งมันไม่ใช่”
ประเทศที่เขาพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ สหรัฐ ญี่ปุ่น และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เขาเข้าเทรนด์โลกตรงนี้หมดแล้ว เพราะเขาต้องการ Man Made (สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น) ต่อต้องเกิดขึ้น เราไม่อยากมานั่งเสียดายทีหลัง ว่าประเทศไทยช้าไปอีกแล้ว คิดว่าคนไทยหลายคนน่าจะได้ไปงานเวิลด์เอ็กซ์โปที่โอซากา ประเทศญี่ปุ่น เกาะนั้นที่เขาสร้างขึ้นมาใหม่
“หลังจากเวิลด์เอ็กซ์โปจบ เขาก็เคลียร์หมดแล้ว ทำตรงนั้นเป็นเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ นี่คือ Man Made ที่จะเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่น ในปี 2030 ที่เราไปเห็นของเมืองนอก แล้วบอกว่าเมื่อไหร่ประเทศเราจะมี ทำไมบ้านเราไม่เห็นมีบ้างเลย นี่คือโอกาสของเรา คือสิ่งที่เราจะสร้างให้เกิดขึ้น ทั้งหมดคือการจ้างงานคนไทยทั้งหมด การท่องเที่ยวประเทศไทยจะไม่มีคำว่าโลว์ซีซั่น” นายกฯกล่าว
ชาวบ้านไฟเขียว
ด้าน นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการให้ สส.ลงพื้นที่ทำความเข้าใจประชาชนเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร ว่าจากการลงพื้นที่ของ สส.ส่วนมากประชาชนไม่ได้มีปัญหาอะไร โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ไม่มีอะไรที่ไม่เข้าใจ
แต่สิ่งหนึ่งที่น่าจะทำ คือมีเวทีหรืออะไรต่าง ๆ ที่ทำให้มีการทำความเข้าใจมากขึ้น ให้คนที่เขาคิดอีกอย่างหนึ่งกับรัฐบาล เข้ามาพูดคุยกันทำความเข้าใจกัน ว่าทำไมถึงต้องมีกฎหมายนี้ เพื่อเปิดโอกาสดึงดูดนักลงทุนเข้ามา ย้ำว่าไม่ใช่ว่ารัฐบาลจะทำบ่อนกาสิโน ฉะนั้น ต้องทำความเข้าใจร่วมกันก่อน
ทั้งนี้ กาสิโนต้องมีเพียงแค่ 10% เพื่อดึงดูดนักลงทุน แต่ไม่ใช่ทุกคนจะเข้าไปได้ เพราะต้องมีมาตรการป้องกัน หากครอบครัวไหน ไม่อยากให้คนในครอบครัวเข้าไปเล่น สามารถยื่นโนติสได้ และมีมาตรการป้องกันการฟอกเงินที่เป็นสากลรองรับ
สำหรับพื้นที่ส่วนใหญ่จะมีอีเวนต์ ตามฮอลล์ต่าง ๆ ศูนย์ประชุม ห้างสรรพสินค้า โรงแรมต่าง ๆ พื้นที่โดยรอบจะได้ประโยชน์ไปด้วย
โดยเวทีที่เราอยากเห็น คือการพูดถึงข้อดีข้อเสีย พูดคุยกันด้วยเหตุและผล ไม่ใช่ว่าฝั่งหนึ่งมีธง อีกฝั่งมีธงมาชนกัน หากเป็นเช่นนั้น จะไม่มีประโยชน์ที่จะพูดคุย ถ้าคิดดูดี ๆ ประเทศไทยเสียโอกาสไปกับเรื่องแบบนี้เยอะมาก จึงขออย่าปิดกั้นโอกาสของประเทศไทยอีก เพราะว่าเราสู้เขาไม่ได้แล้ว ประเทศเพื่อนบ้านบางประเทศ แม้กระทั่งประเทศที่เป็นศาสนาอิสลาม เขาก็มีกัน แต่เขาก็ห้ามคนของเขาเข้า เราก็ห้ามคนของเราเข้าได้ ไม่มีปัญหา
รมว.การท่องเที่ยวฯ แนะมีเวทีกลาง
นายสรวงศ์ เปิดกว้างทางความคิดว่า ควรมีเวทีกลางในการชี้ทิศทางเรื่องนี้ “ถ้ารัฐบาลเป็นเจ้าภาพ จะถูกมองว่าเรามีธง จึงอยากให้คนกลางจัดหรือนักวิชาการจัดก็ได้ แต่รัฐบาลมีคนที่พร้อมร่วมเวทีเพื่อไปชี้แจง แต่ต้องมีนักวิชาการที่เป็นกลาง ไม่ใช่ไบแอสไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง เพราะอยากให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
จริง ๆ ไม่ใช่ว่าแต่ละคนมีธงมาแล้ว ไม่ยอมซึ่งกันและกัน ไม่เอาแบบนั้น รัฐบาลเองก็อยากที่จะฟังเหมือนกัน ว่าความคิดของพวกเขาคืออะไร ทำไมจึงไม่อยากให้มี ทำไมจึงมีไม่ได้ ได้ฟังหรือไม่ว่าข้อกำหนดหรือรายละเอียดของกฎหมายเป็นอย่างไรบ้าง รับประกันได้ว่าคนที่ออกมาต่อต้านมีไม่ถึง 10% ที่ได้อ่านร่างกฎหมายตัวนี้ แต่นักวิชาการและก็แกนนำก็น่าจะได้อ่านร่างกฎหมายดังกล่าว”
ทักษิณย้ำหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ
ด้าน นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างการขึ้นเวทีปราศรัยช่วย นายอัศนี บูรณุปกรณ์ ผู้สมัครนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ในนามพรรคเพื่อไทยถึงความจำเป็น ว่า “เราไม่มีฮอลล์คอนเสิร์ตที่ดี ๆ ดาราดัง ๆ เทย์เลอร์ สวิฟต์ เลยไม่มา หรือกีฬาดี ๆ อย่างฟุตบอลระดับโลกที่จะแข่งกันอย่างจริงจังก็มาไม่ได้ เพราะสนามกีฬาเราไม่ค่อยดี หากลงทุนระดับโลก ซึ่งรัฐลงทุนไม่ไหวจึงต้องให้เอกชนมาลงทุน โดยที่เขาต้องมีแรงจูงใจ ตอนนี้ทั่วโลกที่เขาทำกัน”
เช่น ญี่ปุ่น เขาก็เริ่มก่อสร้างแล้ว สร้างจุดหนึ่งไม่ต่ำกว่าแสนล้าน บางทีถึงสองแสนล้านบาท และจ้างงานไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นคน และค่าจ้างเดือนหนึ่ง ขี้หมูขี้หมา ก็ประมาณ 25,000 บาท เงินเดือนก็ดี ค่าจ้างงานก็เยอะ เพราะมีแหล่งสถานบันเทิง
“ตอนนี้บ้านเราต้องการเม็ดเงินมาลงทุนเพื่อมาหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจ และต้องการการจ้างงานที่มีเงินเดือนดี รวมถึงต้องการแหล่งท่องเที่ยวที่มนุษย์สร้างขึ้นเพิ่มเติมจากแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ทั้งนี้ เรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เดิมพรรคประชาชนเชียร์เต็มที่ แต่เมื่อเป็นฝ่ายค้าน ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเชียร์หรือไม่เชียร์ แม้จะเชียร์หรือไม่เชียร์ แต่เสียงรัฐบาลก็พออยู่ และคิดว่าเรื่องนี้ต้องทำความเจริญให้กับประเทศ แม้เขาจะค้านบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดาในระบอบประชาธิปไตยที่จะมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แพทองธาร-ทักษิณ-สรวงศ์ เคลียร์ปม ‘กาสิโน’ ในคอมเพล็กซ์
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net