DSI แถลงความคืบหน้าคดี ตึก สตง. ถล่ม ปมนอมินี คาดเสร็จภายใน 30 วัน
DSI แถลงความคืบหน้าคดี ตึก สตง. ถล่ม ปมนอมินี คาดเสร็จภายใน 30 วัน ส่วนปมเหล็กตกมาตรฐาน-ใบกำกับภาษีปลอมอยู่ระหว่างการสอบสวน
วันที่ 24 เมษายน 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แถลงความคืบหน้าอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว หลังจากเกิดเหตุมีผู้มาร้องขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องเป็นคดีพิเศษ
โดยขณะนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ อยู่ระหว่างสอบสวนทั้งหมด 4 เรื่อง ได้แก่
- กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว หรือนอมินี (รับเป็นคดีพิเศษแล้ว) ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก และคาดว่าจะเสร็จภายใน 30 วัน
- ความผิดว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ หรือฮั้วประมูล (รับเป็นคดีพิเศษแล้ว)
- ความผิดว่าด้วยมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (อยู่ระหว่างตรวจสอบ สืบสวนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง)
- กรมสรรพากร ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับบริษัทผลิตเหล็กบริษัทหนึ่ง ในความผิดเรื่องใช้ใบกำกับภาษีปลอม (อยู่ระหว่างสอบสวน)
พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดี DSI กล่าวถึงกรณีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (นอมินี) กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินคดีกับบริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายจาง (ZHANG) ได้ประกอบธุรกิจต้องห้ามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 บัญชี 3
โดยความคืบหน้า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ และจับกุมผู้ต้องหาได้ครบถ้วนแล้วตามหมายจับ
ประกอบไปด้วย บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 (ประเทศไทย) นายจาง กรรมการนิติบุคคล ในความผิดฐานเป็นคนต่างด้าวที่ประกอบธุรกิจซึ่งต้องห้ามมิให้คนต่างด้าวประกอบกิจการ หรือต้องได้รับอนุญาตก่อน และเป็นนิติบุคคลซึ่งรู้เห็นเป็นใจกับการกระทำความผิดนั้น นายโสภณ มีชัย, นายประจวบ ศิริเขตร และนายมานัส ศรีอนันท์ ผู้ถือหุ้นสัดส่วนคนไทย ในความผิดฐานร่วมกันให้ความช่วยเหลือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าวในธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวทำ ตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542
โดยพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ไปขออำนาจศาลในการฝากขังเรียบร้อย คดีอยู่ระหว่างการสอบสวน
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่กับกรมสอบสวนคดีพิเศษในการดำเนินคดีเกี่ยวกับมาตรฐานของวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล็กและปูนที่อาจไม่ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ รวมถึงกรณีการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ผิดกฎหมาย และการกระทำความผิดเกี่ยวกับการสมยอมในการเสนอราคาหรือฮั้วประมูลด้วย
กรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินงานร่วมกับเครือข่ายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสนับสนุนข้อมูล การบูรณาการร่วมกันในการดำเนินคดีพิเศษดังกล่าว ประกอบด้วย กองบัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมสรรพากร กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรุงเทพมหานคร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์
ด้าน ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กล่าวว่า สำหรับประเด็นเรื่องที่นายสมเกียรติ ชูแสงสุข วิศวกรที่ถูกแอบอ้างชื่อเป็นวิศวกรที่ปรึกษา และควบคุมงานในโครงการดังกล่าว ล่าสุด นายสมเกียรติ ได้เข้ามาดูเอกสารที่กรมสอบสวนคดีพิเศษไปตรวจค้นได้จากบริษัทผู้ควบคุมงานแล้ว และหลังจากนี้จะส่งเอกสารไปที่สถาบันตรวจสอบสอบสวนต่อไป