โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฉเพิ่ม! ปล่อยภาพหวิว คิมซูฮยอน เปลือยท่อนล่างอยู่ในบ้าน คิมแซรน

อีจัน

อัพเดต 15 มี.ค. 2568 เวลา 22.19 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2568 เวลา 15.19 น. • อีจัน

ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ สำหรับ การเสียชีวิตของ นักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้อย่าง คิมแซรน ที่ได้ตัดสินใจจนชีวิตตัวเลงลงเมื่อวันที่ 16 ก.พ. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่มีข่าวการเสียชีวิตของเธอ หลายคนก็เริ่มตั้งข้อสงสัยว่าทำไม คิมแซรน ต้องจบชีวิตตัวเองในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ซึ่งตรงกับวันคล้ายเกิดอายุครบ 37 ของนักแสดงหนุ่ม คิมซูฮยอน ที่ก่อนหน้านี้เคยมีข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์

จนกระทั่งคุณป้าของ คิมแซรน ได้นำหลักฐานต่างๆ ออกมาแฉเรื่องความสัมพันธ์ลับๆ ของ คิมแซรน กับ คิมซูฮยอน ผ่านทางช่องยูทูบ กาโรเซโร ยอนกูโซล ของนักข่าว คิมเซเอ ที่เคยทำงานที่ MBC เพราะคุณป้าเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ คิมแซรน ตัดสินใจจบชีวิตของตัวเอง

จากคำกล่าวอ้างของคุณป้า ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เริ่มต้นตั้งแต่ 19 พฤศจิกายน ปี 2015 คิมแซรน ที่ตอนนั้นอายุ 15 ปี ได้คบหาดูใจกับนักแสดงหนุ่ม คิมซูฮยอน วัย 27 ปี และทั้งคู่คบหากันยาวนานถึง 6 ปี

โดยในช่วงเดือน พฤศจิกายน ถึงเดือน ธันวาคม ปี 2019 คิมซูฮยอน ได้ก่อตั้งบริษัทบันเทิงร่วมกับญาติชื่อว่า Gold Medalist และต่อมาในเดือน มกราคม ปี 2020 คิมแซรน ได้ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ YG แล้วย้ายไปเป็นนักแสดงอยู่ในสังกัด Gold Medalist ของ คิมซูฮยอน ซึ่งป้าของเธอระบุว่าระหว่างที่ คิมแซรน อยู่ในสังกัด Gold Medalist เธอได้ช่วยทำงานเบื้องหลัง โดยไม่ได้รับค่าตอบแทนที่ยุติธรรมในส่วนนี้เลย

ต่อมา 7 กรกฎาคม ปี 2021 คิมแซรน และ คิมซูฮยอน เลิกรากัน ซึ่งหลังจากนั้นในเดือน พฤศจิกายน ปี 2022 คิมแซรน วัย 22 ปี ถูกจับในข้อหาเมาแล้วขับ เธอขับรถพุ่งเข้าข้างทางชนหม้อแปลงไฟฟ้าที่คังนัม แม้จะไม่มีผู้เสียชีวิต แต่อุบัติเหตุในครั้งนั้นทำให้ไฟบริเวณนั้นดับนานกว่า 3 ชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในพื้นที่ สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก ในตอนนั้นเธอถูกพักงานในวงการบันเทิง และถูกศาลปรับเป็นจำนวน 20 ล้านวอน หรือประมาณ 4.6 แสนบาท ซึ่งไม่รวมกับค่าปรับจากร้านค้า และธุรกิจต่างๆ ต่อมาทางบริษัทแจงว่า คิมแซรน จะต้องจ่ายค่าชดเชยให้กับร้านค้าต่างๆ เป็นเงินกว่า 2 หมื่นล้านวอน หรือประมาณ 464 ล้านบาท ซึ่งทางครอบครัวก็ได้มีการตั้งคำถามกับจำนวนเงินที่ต้องชดใช้ที่ดูเยอะมากๆ และบอกว่าจะดูกันเองว่าจะชดใช้ยังไง แต่สุดท้าย ทางบริษัท Gold Medalist ของ คิมซูฮยอน ได้ได้บอกว่าจะจัดการเรื่องนี้ให้ โดยไม่ต้องชดใช้เงินคืนให้กับบริษัท

ในช่วงดังกล่าวมีรายงานว่า คิมแซรน ถูกประชาชนชาวเกาหลีใต้แบนอย่างหนัก จนแทบไม่มีที่ยืนในสังคม ถึงแม้เธอจะพยามดิ้นรน ทำงานในร้านกาแฟเพื่อหาเงินประทังชีวิต แต่เธอก็ยังถูกโจมตีอย่างหนัก และถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเชิงลบ ว่าเธอแค่เรียกร้องความสนใจ

ต่อมาในเดือน ธันวาคม ปี 2023 คิมแซรน ตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับ Gold Medalist และในเดือนมีนาคมปี 2024 คิมแซรน ได้รับหมายเตือนให้จ่ายเงินจำนวน 700 ล้านวอน คืนให้กับบริษัท Gold Medalist จากนั้นเธอจึงพยายามติดต่อกับ คิมซูฮยอน แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้ ทางคุณป้าได้เผยข้อความที่ คิมแซรน ติดต่อไปหา คิมซูฮยอน ในวันที่ 19 มีนาคม ปี 2024

โดยข้อความดังกล่าวกล่าวว่า “พี่คะ ฉันแซรนนะ ฉันได้รับจดหมายว่าฉันถูกฟ้อง พี่บอกว่าจะให้เวลาฉันมากพอสมควร ฉันเลยกำลังเตรียมตัวอย่างเต็มที่เพื่อที่จะกลับมาทำงาน แล้วฉันจะทยอยจ่ายคืนให้ แต่ถ้าอยากให้ฉันจ่าย 700 ล้านวอนตอนนี้ฉันทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ ไม่ใช่ว่าฉันจะไม่จ่ายนะคะแต่ทำไม่ได้จริงๆ ค่ะ ถึงขั้นต้องฟ้องร้องกันเลยหรอ ช่วยฉันด้วย… ฉันขอร้อง ให้เวลาฉันหน่อยนะ”

ซึ่งสุดท้ายข้อความดังกล่าวก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับจาก คิมซูฮยอน เป็นสาเหตุให้ในวันที่ 23 มีนาคม ปี 2024 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับที่ซีรีส์เรื่อง Queen of Tears ที่ คิมซูฮยอน แสดงนำ กำลังออนแอร์อยู่ คิมแซรน ก็ได้โพสต์ภาพคู่ของเธอกับ คิมซูฮยอน แต่เพียงไม่นานก็ลบไป เพื่อหวังเรียกร้องความสนใจให้ คิมซูฮยอน จะติดต่อกลับมา ซึ่งในตอนนั้นหลายคนเริ่มจับตามองความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ทางค่ายได้ออกมาปฏิเสธ และในขณะเดียวกัน คิมแซรน ก็ได้เตรียมคำแถลงการณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพวกเขา แต่สุดท้ายคำแถลงการณ์เหล่านั้นก็ไม่ได้ปล่อยออกไป เพราะเธอไม่อยากทำลายชื่อเสียงของ คิมซูฮยอน

อย่างไรก็ตาม คิมแซรน ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับจาก คิมซูฮยอน จนในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2025 วันเดียวกับวันเกิดของ คิมซูฮอน ก็ได้มีข่าวการเสียชีวิตของ คิมแซรน ออกมา

หลายคนอาจจะสงสัว่าทำไมญาติของ คิมแซรน ถึงออกมาพูดเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขาในตอนนี้ โดยคุณแม่ของ คิมแซรน กล่าวว่า เธอไม่ต้องการอะไรมากมาย นอกจากคำขอโทษเพื่อกู้ศักดิ์ศรีของลูกสาว และให้ทุกคนจดจำเธอในฐานะนักแสดง

ซึ่งหลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต้นสังกัดของ คิมซูฮอน ได้ออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา แล้วเผยว่าจะมีการดำเนินคดี ข้อหาปล่อยข้อมูลเท็จอีกด้วย

งานนี้สังคมเริ่มให้ความสนใจ และมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ โดยมีการพูดถึงประเด็นพากผู้เยาว์ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือคลิปสัมภาษณ์ของเขา ที่เคยพูดว่าเมื่อเขาอายุ 41 เขาอยากจะแต่งงานกับผู้หญิงอายุ 21 ปี หลายคนมองว่าพฤติกรรมของเขาเข้าข่าย เปโด หรือ การใคร่เด็ก นอกจากนี้ยังมีการออกมาแฉพฤติกรรมอื่นๆ ของเขาอีกมากมาย และทางด้านคุณป้าของ คิมแซรน ก็ยังคงปล่อยรูปภาพ และหลักฐานต่างๆ ออกมายืนยันความสัมพันธ์ของทั้งคู่ ทั้งรูปถ่าย และจดหมายรักที่ คิมซูฮอน ส่งให้ คิมแซรน ในปี 2017 ช่วงที่ฝ่ายชายเข้ากรม

อย่างไรก็ตามแม้ทางค่ายจะออกมาปฏิเสธแต่ล่าสุด ดิสแพท สำนักข่าวออนไลน์ชื่อดังของเกาหลีใต้ก็ได้ออกมายืนยันเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่ว่าเป็นความจริง และเปิดเผยเนื้อหาในจดหมายเตือนเรื่องหนี้สินที่ คิมแซรน ได้รับ ระบุว่าเธอต้องจ่ายหนี้ให้หมดในปี 2023 และมีการข่มขู่ว่าจะดำเนินคดี

หลังจากที่ คิมซูฮยอน โดนประนามอย่างหนักว่าเป็นต้นเหตุการเสียชีวิตของ คิมแซรน ทางค่ายก็ได้ออกมาเผยว่าสภาพจิตใจของนักแสดงหนุ่มย่ำแย่มากค่ายจึงออกแถลงการณ์ด่วนปกป้อง คิมซูฮยอน โดยแถลงการณ์มีใจความดังนี้

  • คิมซูฮยอน เคยคบกับ คิมแซรน จริง แต่เริ่มคบในช่วงปี 2019 – 2020 ซึ่ง คิมแซรน บรรลุนิติภาวะแล้ว โดยอ้างว่า เสื้อที่ คิมแซรน ใส่ในภาพที่ถูกปล่อยออกมา เป็นสินค้าลิมิเต็ทที่ปล่อยในปี 2019
  • จดหมายรัก และภาพที่ คิมซูฮยอน ส่งให้ คิมแซรน ในช่วงที่เข้ากรมปี 2017 นั้น เป็นแค่จดหมายทั่วๆ ไปที่ส่งให้เพื่อน ตอนนั้นยังไม่ได้คบกับ คิมแซรน
  • ส่วนที่เขียนในจดหมายว่า “ผมคิดถึงคุณนะ” ไม่ได้เขียนถึงคนรัก แต่ส่งให้เพื่อน เป็นสำนวนสบายๆ ที่ทหารใช้พูดกับคนรู้จักที่สนิทก็แค่นั้นเอง
  • สำหรับชื่อเล่นของ คิมแซรน เป็นชื่อเล่นสาธารณะ ไม่ใช่ชื่อที่ทั้งสองคนใช้เรียกกัน
  • เรื่องยึดรถ ยืนยันว่าไม่ได้บังคับยึดรถ แต่ คิมเซรน ยินยอมเอง
  • ส่วนเรื่องจดหมายทวงหนี้ ยืนยันว่าทำไปตามกระบวนการ เพราะผู้บริหารอาจถูกตั้งข้อหาละทิ้งหน้าที่ และบริษัทอาจจะเสียหายได้
  • หนี้สินที่ คิมแซรน มีกับค่ายไม่ใช่ 700 ล้านวอน แต่เป็น 1.1 พันล้านวอน ซึ่งทางค่ายช่วยเต็มที่แล้ว
  • ทั้งนี้เรื่องหนี้สินเป็นปัญหาระหว่าง คิมแซรน กับทางค่ายเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับ คิมซูฮยอน เขาไม่ทราบสถานการณ์ของทางบริษัทและ คิมแซรน
  • คิมซูฮยอน ไม่ได้ตั้งใจจะเมินการติดต่อของ คิมแซรน แต่ทางค่ายเป็นคนห้ามไม่ให้เขาตอบ
  • การที่จะบอกว่าบริษัทกดดันจน คิมแซรน ฆ่าตัวตายนั้น ไม่เป็นความจริง ทางค่ายไม่ได้เรียกร้องให้ คิมแซรน ชำระหนี้แม้แต่ครั้งเดียว
  • ดังนั้นการฆ่าตัวตายของ คิมแซรน จึงไม่เกี่ยวกับค่าย Gold Medalist และ คิมฮยอนซู

ทางค่ายยังระบุอีกว่า ภาพถ่ายที่มีการเผยแพร่ออกมาเป็นภาพจริง แต่ถูกบิดเบือนบิดเบือนบริบท และข้อเท็จจริง ซึ่งหลังจากการแฉ มีการนำข้อมูลส่วนตัวของ คิมซูฮยอน ออกมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับการยินยอม และมีข่าวปลอมเกิดขึ้นมากมาย ก่อนจะถามสังคมกลับว่ามันสมควรแล้วหรือ ทั้งทั้งนั้นไม่มีคำขอโทษใดๆ จากค่าย และ คิมซูฮยอน

อย่างไรก็ตาม Dispatch ก็ได้ออกมาตั้งข้อสังเกต เกี่ยวกับคำแถลงการณ์ของทางค่าย ว่าขัดแย้งกับเนื้อหาจดหมายทวงหนี้ที่ระบุเส้นตายชัดเจน ซึ่งทำให้เกิดข้อกังขาว่า บริษัทอาจมีแรงกดดันต่อเธอมากกว่าที่กล่าวอ้าง และนอกจากนี้ Dispatch ยังเผยอีกว่า คิมแซรน ได้ขายรถส่วนตัวเพื่อนำเงินมาชดใช้ค่าเสียหายจากคดีเมาแล้วขับไปหมดแล้ว แต่ยอดเงินเกือบ 700 ล้านวอนที่เธอถูกเรียกเก็บนั้น เป็นค่าความเสียหายจากงานที่ถูกยกเลิก และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการถ่ายทำใหม่ของซีรีส์ Bloodhound ซึ่งได้รับผลกระทบจากคดีเมาแล้วขับของเธอ

ล่าสุดหลังจากที่ค่ายออกมาแถลงการณ์ ก็มีข่าวว่า คุณแม่ของ คิมแซรน โกรธมากที่เห็นแถลงการณ์ที่บิดเบือนของทางค่าย จึงเตรียมออกมาแถลงกลับทันที ซึ่งทางช่องยูทูบก็ได้บอกว่าพร้อมเปิดภาพ และคลิปวิดีโอที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนถ้าคุณแม่ของ คิมแซรน อนุญาต

และล่าสุด ก็ได้มาการปล่อยภาพลับดังกล่าวออกมา เป็นภาพที่พระเอกหนุ่ม คิมซูฮยอน เปลือยท่อนล่าง ยืนล้างจานอยู่ในบ้านของ คิมแซรน ซึ่งแม่ของ คิมแซรน ยืนยันว่าภาพนี้อยู่ในบ้านของลูกสาวเธอ

งานนี้เราคงต้องรอติดตามกันนต่อไปว่าช่องยูทูบเกาหลีจะปล่อยภาพ และคลิปอะไรออกมาแฉเรื่องนี้อีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...