โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ยินดีต้อนรับสู่สวนเลิศรสของกษัตริย์ตัวร้าย

นิยาย Dek-D

อัพเดต 09 มี.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2567 เวลา 12.00 น. • Miracle Friday
ถูกบังคับให้มาเกิดใหม่ในนิยาย BL ที่นายเอกสร้างฮาเร็มแล้วยังไง ตัวร้ายอย่างเขาขอเสพสุขกับอาหารเลิศรสและเงินทองก็พอแล้ว!

ข้อมูลเบื้องต้น

เรื่องย่อ

หลังจากการทำงานอันแสนยาวนาน ในที่สุด 'ไบรอา' ก็ได้เกษียณจากจักรวาลระบบ และได้เริ่มต้นการพักผ่อนเสียที แต่ก็ดันถูกแทรกแซง ทำให้ระบบติดบัคพาเขาไปอยู่ในร่างของตัวร้ายในนิยาย BL!

แม้ตัวร้าย 'ไบรอา ไรซ์' จะมีรูปโฉมงดงาม เป็นเจ้าชาย มีเงินทองมากมาย อยู่ในอาณาจักรที่นับถือเทพธิดาเลิศรส ขอแค่ทำอาหารอร่อย เทพก็พร้อมประทานพรและอำนาจให้ แต่ขึ้นชื่อว่าตัวร้ายชะตากรรมย่อมไม่พ้นความตาย แถมเขายังต้องเล่นเกมเอาชีวิตรอด หากทำภารกิจไม่สำเร็จเขาจะต้องถูกกินวิญญาณ

เพื่อมีชีวิตรอด การเป็นคนดีไม่ใช่วิถีของเขา ถ้านายเอกกับเหล่าพระเอกมายุ่งวุ่นวายกับเขาละก็… เขาจะร้ายให้ยิ่งกว่าตัวละครดั้งเดิมเลย!

จากใจนักเขียน

- เรื่องนี้เป็นแนวเกิดใหม่ในโลกแฟนตาซี เป็นตัวร้ายพร้อมระบบกระดานเกมหมากรุกค่ะ ไบรอารักการกินและเป็นสายลุย ส่วนพระเอกเรย์เดนเป็นคนที่ภายนอกสุขุมเจ้าระเบียบแต่ปากคมใช่ย่อยค่ะ

- ฝากคอมเมนต์ กดใจและติดตามเป็นกำลังใจให้กับไรท์ด้วยนะคะ

- ไรท์จะทำการติดเหรียญล่วงหน้าโดยจะลงวันเว้นวัน และปลดเหรียญตอนเมื่อครบสามวันนะคะ ฉะนั้นคอยติดตามผ่านช่องทางข่าวสาร ด้านล่างด้วยนะคะ สามารถเล่นแท็กได้ #สวนเลิศรสของตัวร้าย

Facebook : Miracle Friday

Twitter : Miracle Friday

#ตั้งแผงขายอีบุ๊ค

เล่ม 1 ราคาเพียง 199 บาท

อีบุ๊ค "ยินดีต้อนรับสู่สวนเลิศรสของกษัตริย์ตัวร้าย เล่ม 1"

เล่ม 2 ราคาเพียง 189 บาท

อีบุ๊ค "ยินดีต้อนรับสู่สวนเลิศรสของกษัตริย์ตัวร้ายเล่ม 2"

บทที่ 1 ชีวิตของเขาอุทิศให้กับอาหารเลิศรส

บทที่ 1 ชีวิตของเขาอุทิศให้กับอาหารเลิศรส

บนทางเดินของสำนักงานที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนปรากฏร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่ดูสะดุดตา ทั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่าเขาหล่อเหลาจนต้องเหลียวมอง ตัวสูงกว่าใคร ๆ หรือสวมใส่เสื้อผ้าโดดเด่น หากแต่เป็นเพราะชายคนนั้นเดินไปก็กินข้าวกล่องที่ถืออยู่ในมือไปด้วยต่างหาก

สำหรับสถานที่ทำงานแล้วการเดินไปกินไปดูไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก ทว่าพอผู้คนมองหน้าคนกินแล้วก็พากันส่ายหัวเอ็นดู เนื่องจากชายคนนั้นเป็นคนที่ภายในสำนักงานจักรวาลระบบรู้จักดี

กระรอกน้อยไบรอา

ฉายาของเขามาจากความน่าเอ็นดูของเจ้าตัวเอง ไบรอาชอบกินมาก และเวลากินจะแก้มป่องสุด ๆ เหมือนเวลาที่กระรอกยัดถั่วเข้าไป ซึ่งมันชวนให้มันเขี้ยวมาก ๆ

ด้วยวีรกรรมนี้เองที่ทำให้ไบรอามีชื่อเสียงโด่งดังในจักรวาลระบบ อีกทั้งเขายังทำงานอยู่ที่นี่มาอย่างยาวนานถึงหนึ่งพันปี ทั้งที่สามารถเกษียณได้ตั้งแต่อายุทำงานครบหนึ่งร้อยปีด้วยซ้ำ พอถามเหตุผลว่าทำไมถึงอยู่ทำงานที่นี่ยาวนานนัก คำตอบที่ได้รับก็คือเพราะจักรวาลระบบมีอาหารจากหลาย ๆ จักรวาลให้เจ้าตัวกินน่ะสิ!

ไบรอาเป็นนักกินตัวยง ของที่กินได้ทุกอย่างทั่วทั้งจักรวาลนี้เขาสรรหามากินทั้งหมดแล้ว เจ้าตัวบอกว่างานอดิเรกก็คือการกิน การได้ลิ้มรสของอร่อยคือความสุข ด้วยเหตุนี้ต่อให้ไบรอาถือข้าวกล่องเคี้ยวแก้มตุ่ยเดินไปมาอยู่ในสำนักงานก็ไม่มีใครว่าอะไรสักคำเพราะรู้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วที่ไบรอาจะได้กินอาหารของจักรวาลระบบแห่งนี้ จึงปล่อยให้เขาเพลิดเพลินกับช่วงเวลาที่เหลืออยู่ก่อนจะไปเกิดใหม่

“เดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ”

“ขอให้มีความสุข”

“ไว้พบกันใหม่นะครับ”

พนักงานหลายคนที่สนิทกับไบรอามอบคำอวยพรให้ ชายหนุ่มยิ้มกว้างตอบกลับทุกคนและยังแจกลูกอมคนละเม็ดให้ด้วย

“ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมานะครับ ไว้พบกันใหม่!”

ไบรอาเดินตรงไปยังแผนกการเกิดใหม่ซึ่งเป็นห้องใหญ่สุดปลายทางเดิน มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเกษียณและเตรียมไปเกิด ถึงแม้ว่าจะเป็นจักรวาลระบบที่ควบคุมการเกิดใหม่ต่างโลก ทะลุมิติหรือมอบระบบ ก็ไม่สามารถทำให้คนอยู่ยงคงกระพันในโลกใบนี้ได้ เมื่อครบหนึ่งพันปีไม่ว่าจะเต็มใจหรือไม่ พนักงานทุกคนในจักรวาลระบบจะต้องไปเกิดใหม่เพื่อชำระล้างวิญญาณ เข้าสู่วัฏจักรชีวิตต่อไป หากโชคดีพอก็อาจจะกลับมาเกิดในจักรวาลระบบอีกครั้ง แต่ถึงตอนนั้นก็จะไม่ใช่ตัวตนเดิมหรือคนเดิมอีกต่อไป

ไบรอาเคี้ยวข้าวขณะเข้าไปในช่องเคาน์เตอร์ที่ว่างอยู่ พนักงานสาวที่ติดป้ายชื่อไว้ตรงอกว่าลิลลี่ พอเห็นไบรอาถือข้าวกล่องเข้ามากินด้วยก็ริมฝีปากกระตุก ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายยังคงทักทายอย่างมืออาชีพ

“ยินดีต้อนรับค่ะ โปรดบอกชื่อและเลขรหัสพนักงานของคุณด้วย”

“ไบรอา รหัส BR07142912 ครับ” อีกฝ่ายตอบรวดเดียว

“คุณไบรอา อายุการทำงานหนึ่งพันปี เตรียมเกษียณจากจักรวาลระบบ ด้วยอายุการทำงานของคุณจะได้รับสิทธิพิเศษสามอย่าง นั่นคือเกิดใหม่ไปพร้อมกับความทรงจำ สามารถเลือกสถานที่เกิดและได้รับระบบหรือไอเทมวิเศษค่ะ”

สวัสดิการยามเกษียณของจักรวาลระบบแค่อายุทำงานร้อยปีก็เลือกสถานที่เกิดได้แล้ว แต่หากทะลุห้าร้อยปีขึ้นไปจะได้รับระบบหรือไอเทมวิเศษติดตัวไปด้วย ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ที่อยากจะใช้ชีวิตสบาย ๆ และวิเศษมากกว่าใครในโลกนั้น ทำงานต่อจนถึงอายุงานห้าร้อยปีแล้วเกษียณ แต่ไบรอากลับทำงานจนสุดโควตาที่พันปีเพียงเพราะที่นี่มีอาหารอร่อยเท่านั้น…

ไบรอาทราบเรื่องสวัสดิการแล้วพยักหน้าพร้อมกับเคี้ยวไก่เทอริยากิที่ชุ่มฉ่ำซอส ลิลลี่เห็นคนตรงหน้ากินอย่างเอร็ดอร่อยก็รู้สึกหิวขึ้นมา ถึงกับกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง

กระรอกน้อยเห็นแบบนั้นจึงคีบเนื้อไก่เทอริยากิชิ้นสุดท้ายจ่อไปที่ปากของลิลลี่ “กินสิครับ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ อีกอย่างนี่เป็นชิ้นสุดท้ายแล้ว คุณไบรอากินเถอะ”

“อาหารจะอร่อยต้องแบ่งปันนะครับ ถือว่าผมให้คุณลิลลี่ก่อนลาจากแล้วกัน”

เมื่อไบรอายืนยัน ลิลลี่จึงยอมกิน เนื้อไก่เทอริยากิมีรสชาติหวานเค็มกำลังดี อีกทั้งยังมีความกรอบที่ผิวนอกนิด ๆ แต่เนื้อไก่นุ่มมาก หญิงสาวถึงกับประหลาดใจในรสชาตินี้

“อะ อร่อยจัง”

“ใช่ไหมล่ะครับ ผมซื้อมาจากตู้อาหารของดาวอาชเชอร์ เป็นดาวที่ผมจะเลือกไปเกิดนี่แหละ” ไบรอาเล่าด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วจนคนฟังรู้สึกจั๊กจี้ที่หัวใจ “มันเป็นดาวที่มีชื่อเสียงด้านอาหารลำดับต้น ๆ ของดวงดาวเลย”

ลิลลี่กระแอม ทว่าสายตามองคนตรงหน้าอ่อนโยนยิ่งขึ้น “คุณไบรอาได้ทำการกรอกแบบฟอร์มการเกิดใหม่แล้วใช่ไหมคะ”

“ครับ ผมส่งรายละเอียดดาวที่เลือกไว้ รวมถึงร่างที่ไปเกิดด้วย ส่วนระบบผมขอไอเทมวิเศษเป็นตำราอาหารครอบจักรวาลครับ” ไบรอายื่นบัตรพนักงานของตนเองที่บันทึกข้อมูลไว้ส่งให้

น้อยคนที่จะรู้ว่านอกจากเรื่องกินแล้วไบรอายังชอบทำอาหารด้วย เขาคิดมาสักพักแล้วว่าหลังเกษียณจะไปเกิดในดาวที่พรั่งพร้อมอุดมสมบูรณ์ เปิดร้านอาหารของตัวเองและตระเวนกินของอร่อย ใช้ชีวิตในแบบที่ตนชอบ

“รับทราบค่ะ” นิ้วเรียวงามรับบัตรมาแล้วพิมพ์ข้อมูลลงไปอย่างคล่องแคล่ว “เทอร์มินอลทำการเชื่อมต่อเรียบร้อยค่ะ คุณไบรอาโปรดเตรียมตัวไปเกิดใหม่ได้”

ประตูข้างใต้เท้าของไบรอาเปิดออกเผยให้เห็นวังวนสีฟ้าระยิบระยับ ไบรอากลืนข้าวคำสุดท้ายลงคอแล้วปิดฝาข้าวกล่องก่อนจะโยนทิ้งลงถังขยะ เจ้าถังนั้นก็กลืนกล่องข้าวเข้าไปพร้อมกับเรอเอิ้กอย่างพึงพอใจ

“ขอบคุณครับคุณลิลลี่ ขอให้มีวันที่ดีนะครับ!”

ไบรอาโบกมือและก้าวอย่างผึ่งผายเข้าไปในวังวนอย่างไม่ลังเล อีกฝ่ายทำงานมาพันปีแต่ก็ไม่มีเพื่อนสนิทมากนัก ด้วยอายุที่มากกว่าใคร ต่อให้ภายนอกไบรอาดูเหมือนเด็กหนุ่มที่น่ารักแค่ไหนก็รู้ว่าเป็นผู้อาวุโสของทุกคน พวกเขาจึงให้ความเคารพอยู่บ้าง ลิลลี่เจอไบรอาไม่กี่ครั้งก็ยังรู้สึกใจหายกับการจากลานี้

“ขอบคุณสำหรับการทำงานหนักที่ผ่านมาค่ะ ขอให้จากนี้คุณไบรอามีความสุขนะคะ”

ร่างของไบรอากลืนหายเข้าไปในวังวนแล้ว พนักงานสาวก็เตรียมรับคนเกษียณถัดไป ตอนนั้นเองที่ทั้งสำนักงานพลันขึ้นการแจ้งเตือนสีแดงขึ้นมา

[มีผู้บุกรุกเข้าระบบ!]

หน้าจอสีแดงเถือกนั้นมีเครื่องหมายอันตรายปรากฏอยู่ ทั่วทั้งสำนักงานพลันโกลาหล ลิลลี่มองสัญญาณเตือนนั้นด้วยความตกใจ

คุณไบรอาแย่แล้ว!!

ไบรอาลืมตาขึ้นมาและพบว่าตนเองกำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศ

จักรวาลนั้นมืดมิดมีเพียงแสงละอองจากเศษซากดวงดาวและอุกกาบาต ไกลออกไปเขามองเห็นดาวสีเขียวมะนาวและดาวสีเหลืองอมน้ำตาลราวกับสีพุดดิ้งลอยอยู่ท่ามกลางจักรวาลที่มืดมิด เขาสับสน ไม่ใช่ว่าตนต้องไปเข้าร่างของเชฟหนุ่มที่เพิ่งตกงานหรือไง ทำไมเขาถึงมาลอยเคว้งคว้างอยู่ในอวกาศแบบนี้ล่ะ?

[ยินดีต้อนรับสู่เกมหมากรุกเดิมพันชีวิต ไบรอา]

เบื้องหน้าของเขาพลันมีโต๊ะขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น บนโต๊ะนั้นมีกระดานหมากรุกสีขาวดำมาตรฐานตั้งอยู่โดยไร้ตัวหมาก เสียงสังเคราะห์ที่เป็นโทนผู้หญิงเอ่ยกับเขาอย่างเย็นชา

ไบรอากะพริบตางุนงง “คุณเป็นใครครับ?”

[ชื่อของฉันคือ ‘ดูม’ เป็นเจ้าของระบบเกมหมากรุกเดิมพันชีวิตนี้] อีกฝ่ายแนะนำตัว [ยินดีที่ได้รู้จัก ไบรอา นับจากนี้ไปชีวิตของคุณอยู่ในกำมือของฉันแล้ว]

แม้จะถูกดูมข่มขู่ ไบรอาก็ไม่ได้หวาดกลัวเลย แต่กลับพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่

“ทำไมผมถึงถูกดึงมาที่นี่ล่ะ? คุณดูมแทรกแซงเข้ามาเหรอ?”

หายากที่คู่สนทนาจะไม่ตื่นตูม ทั้งยังทำตากลมโตใส่ด้วยความฉงนด้วย ในตอนนั้นเองที่ดูมเข้าใจแล้วว่าทำไมคนตรงหน้าจึงมีฉายาว่ากระรอกไบรอา ก็น่ารักน่าเอ็นดูเสียขนาดนั้น

[ใช่แล้ว ตอนนี้เครือข่ายส่วนใหญ่ของจักรวาลระบบถูกแทรกแซงโดยพวกเรา จะเรียกว่าเป็นไวรัสที่ถือกำเนิดมาในจักรวาลนี้ก็ได้]

ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง ไบรอาได้ยินว่าช่วงนี้จักรวาลระบบรับมือกับไวรัสตัวหนึ่งที่แข็งแกร่งมาก และดูมคงเป็นหนึ่งในไวรัสนั้น

“แล้วทำไมต้องเข้าแทรกแซงด้วยล่ะ อีกอย่างคุณดูมจะได้ประโยชน์อะไรจากการเล่นเกมแบบนี้?”

[มันมีประโยชน์มาก] โทนเสียงของดูมเปลี่ยนเป็นรื่นเริงจนเห็นได้ชัด [เพราะถ้าเราชนะก็จะได้มีจิตวิญญาณของตนเองและไปเกิดได้]

สีหน้าของไบรอาเครียดขึ้น “แล้วตัวผมที่ถูกยึดจิตวิญญาณไปล่ะครับ?”

[ก็กลายเป็นไร้ตัวตน เหมือนกับฉันในตอนนี้] ดูมเอ่ยอย่างเยือกเย็น [แม้จะมีความคิดแต่ไร้ซึ่งร่างกาย ทำได้แค่แทรกแซงเป็นสิ่งที่เรียกว่าไวรัสอยู่อย่างนี้ การเล่นเกมกับไบรอาจะทำให้ฉันเข้าใจและเข้าใกล้จิตวิญญาณมากขึ้นจนสามารถเข้าครอบครองได้สำเร็จ]

ทำไมมันฟังแล้วเหมือนเขากำลังทำสัญญากับซาตานเลยล่ะ ไบรอากะพริบตาปริบ ๆ

“แล้วถ้าผมปฏิเสธไม่เล่นเกมนี้ล่ะ?”

น้ำเสียงของดูมเปลี่ยนเป็นโหดเหี้ยม [งั้นก็ถูกขังอยู่ที่นี่จนกว่าวิญญาณสูญสลายไปเลยแล้วกัน มิตินี้เป็นมิติพิเศษที่พวกเราสร้างขึ้น คนนอกเข้าออกที่นี่ไม่ได้]

มีแต่ต้องร่วมเล่นเกมเท่านั้นสินะ ไบรอาไม่คิดจะปฏิเสธการเล่นเกมอยู่แล้ว อีกอย่างเขาก็อายุตั้งพันปีแล้ว ปัญหานี้เขาก็ต้องรับมือด้วยตัวเอง

“งั้นผมจะเข้าร่วมเล่นเกมก็ได้”

[Game Start]

ทันใดนั้นก็มีตัวหมากสีขาวลอยอยู่ตรงหน้าของไบรอา ขณะที่ดูมอธิบายว่า

[ไบรอาจะได้ไปเกิดใหม่ในโลกแห่งหนึ่ง ภารกิจในการชนะก็คือสะสมค่า Royal ให้ครบ 100 แต้ม ไบรอาจะแพ้ก็ต่อเมื่อตัวตนในโลกนั้นถูกฆ่าหรือว่าถูกถอดจากบัลลังก์] พูดไปตัวหมากที่ลอยอยู่ก็ถูกวางบนโต๊ะ [ได้เวลาเดินหมากแล้ว ไบรอาเล่นหมากรุกเป็นใช่ไหม?]

“เป็นครับ”

[วิธีการเดินก็เหมือนหมากรุกทั่วไป หมากสีขาวตรงหน้าคือตัวแทนของไบรอา ถ้าถูกทำลายก็ถือว่าแพ้ด้วยเช่นกัน] น้ำเสียงดูมดูตื่นเต้น [เพื่อให้เข้าใจง่าย ๆ เรามาลองเล่นกัน หมากของไบรอามีความสามารถพิเศษนั่นคือสามารถทอยเต๋าเปลี่ยนเป็นหมากชนิดอื่นได้ ลองทอยดูสิ]

ไบรอาเห็นลูกเต๋าเล็ก ๆ ปรากฏอยู่ข้างตัว เขาทอยออกไปก่อนที่มันจะเปลี่ยนหมากขาวทรงกลมนั้นให้กลายเป็นตัวเบี้ย

[วางตำแหน่งเบี้ยตรงไหนก็ได้ จากนั้นก็ทำการเดินหน้าหนึ่งถึงสองช่อง หากตัวหมากตกที่ช่องสีดำ ภารกิจจะมอบของรางวัลเป็นไอเทมวิเศษ ส่วนตกลงที่ช่องขาวรางวัลจะเป็นพรสวรรค์ติดตัว เชิญเลือกตามสบาย]

ดูมปล่อยให้เขาตัดสินใจ หลังจากขบคิดกลับไปกลับมาอยู่พักหนึ่งไบรอาก็วางเบี้ยแล้วเคลื่อนไปข้างหน้าสองช่องตกตรงช่องสีขาวพอดี

[ทุกครั้งที่เดินจะต้องทำภารกิจให้สำเร็จเรียบร้อยถึงจะเดินต่อได้ และก่อนจะเริ่มต้นเกมอย่างเป็นทางการ ฉันต้องมอบรางวัลตั้งต้นให้ก่อน] ทันใดนั้นเบื้องหน้าไบรอาก็ปรากฏการ์ดขึ้นมาสามใบ [ใบที่หนึ่งคือได้รับพรสวรรค์ตั้งต้น 5 อย่าง ใบที่สองได้รับไอเทม5 ชิ้น และใบสุดท้ายได้รับค่า Royal 30 แต้ม ไบรอาจะเลือกอันไหนดีล่ะ?]

“ไม่คิดจะบอกรายละเอียดเกี่ยวกับโลกที่ผมต้องไปเกิดหน่อยเหรอครับ?” ไบรอาท้วง

[เลือกก่อน แล้วฉันจะบอกให้เอง]

เกมนี้อยู่ในความควบคุมของดูม เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ ไบรอาหันมาสนใจการ์ดอีกครั้ง การ์ดตั้งต้นทั้งสามใบมีดีต่างกัน เขาไม่รู้ว่าโลกที่ตนเองต้องไปนั้นเป็นอย่างไร และจากประสบการณ์พันปีของเขาบอกว่าเกมมันไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นแน่ ๆ

“ผมเลือกการ์ดใบที่สามครับ”

ดูมแปลกใจ [ทำไมล่ะ?]

“ผมต้องตอบด้วยเหรอครับ?”

ไบรอาทำหน้าซื่อถามกลับ หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นคงนึกว่ากวนประสาท พอเป็นชายคนนี้กลับเหมือนถามเพราะสงสัยจริง ๆ

[ช่างเถอะ ในเมื่อไบรอาตัดสินใจแล้วก็มาเริ่มเกมกัน โลกที่พวกเราจะเล่นกันคือที่นี่]

เกิดเสียงดังปังเหมือนเวลาคนจุดพลุฉลอง หน้าจอโปร่งใสนั้นเผยรายละเอียดทั้งหมดออกมา เมื่อไบรอากวาดสายตาก็ต้องอึ้งค้างไป

โลก : นิยายวายเรื่อง ‘สวนเลิศรสของแอนเดรีย’

ตัวละคร : ตัวร้าย ‘ไบรอา ไรซ์’

พรสวรรค์ : ไม่มี

ไอเทม : ไม่มี

Royal : -70 แต้ม

ภารกิจ : สืบทอดบัลลังก์

รางวัล : Royal +10 และพรสวรรค์หนึ่งอย่าง

เกิดใหม่ในนิยายที่เขาไม่ชอบ ยังเป็นเรื่องที่อ่านไม่จบด้วย! ซ้ำค่า Royal เริ่มต้นนั่นมันอะไร -70 แต้ม! หมายความว่าก่อนหน้านี้มันมีค่า -100 เหรอ!? ว่าแล้วเกมนี้ต้องมีเหลี่ยม!

ไบรอายังไม่ทันได้ว่ากล่าวสักประโยค เขาก็ถูกส่งไปอยู่ในร่างตัวร้ายเสียแล้ว

ผู้เขียน

ยินดีต้อนรับสู่ซีรีส์ 'จักรวาลระบบ' ค่ะ! เรื่องนี้เป็นชุดแรกของซีรีส์ระบบค่ะ โดยเรื่องนี้จะออกแนวแฟนตาซี เกี่ยวกับอาหาร และเกิดเป็นตัวร้าย พร้อมต่อสู้กับระบบด้วยหมากรุกค่ะ ไรท์ได้แนบภาพกระดานหมากรุกมาด้วย เพื่อให้เข้าใจการเดินง่ายขึ้น ยังไงก็ขอฝากไบรอาไว้ในอ้อมอกของทุกคนด้วยนะคะ ขอบคุณค่า!

บทที่ 2 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

บทที่ 2 กองทัพต้องเดินด้วยท้อง

ห้องสมุดในจักรวาลระบบนั้นมีหนังสือเป็นอนันต์

หนังสือมากมายจากทั่วทั้งจักรวาลถูกรวมมาอยู่ที่แห่งนี้ ต่อให้เป็นหนอนหนังสือที่ชอบอ่านเป็นชีวิตจิตใจ ใช้เวลาเป็นร้อยเป็นพันปีก็ไม่มีทางอ่านหนังสือในห้องสมุดอนันต์นั้นจนครบทุกเล่มได้

ไบรอาไม่ได้ชอบอ่านหนังสือมากนัก แต่ตอนเกษียณสามารถเลือกโลกที่ไปเกิดได้ สถานที่ที่คนนิยมไปเกิดที่สุดก็มาจากนิยายหรือการ์ตูนทั้งนั้น ด้วยเหตุนี้เขาจึงต้องเสาะหาสถานที่ที่ตนอยากไปอยู่ผ่านทางหนังสือ และนิยายเรื่อง ‘สวนเลิศรสของแอนเดรีย’ ก็เคยผ่านตาเขามาเช่นกัน

กฎของการเกิดใหม่ในจักรวาลระบบนั้น กรณีที่ต้องการไปเข้าร่างคนอื่น เจ้าของร่างต้องมีชื่อเดียวกับตัวเองเพื่อเชื่อมโยงจิตวิญญาณและร่างกายให้เข้ากันได้สมบูรณ์ นิยายเรื่องนั้นดันมีตัวละครที่ชื่อไบรอาพอดี เขาจึงต้องอ่านเพื่อจะได้รู้ว่าโลกเป็นอย่างไร

นิยายสวนเลิศรสของแอนเดรีย เป็นนิยายที่ได้รับความนิยมมากในโลก ๆ หนึ่ง นอกจากจะเป็นเรื่องราวความรักของผู้ชายด้วยกันแล้ว นายเอกนั้นมีความสัมพันธ์กับผู้ชายหลายคนจนสร้างฮาเร็มขึ้นมา แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น หลังจากที่เขาอ่านเรื่องนี้ไปจนถึงเล่มที่สองก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปจนต้องปิดหนังสือและไม่คิดจะอ่านต่อเล่มสามหรือเล่มอื่น ๆ อีก

เพราะมันโคตร Toxic!

หลังอ่านไปได้สองเล่มไบรอาก็มีความเห็นว่านายเอกสมควรไปพบจิตแพทย์! เหล่าพระเอกในเรื่องสมควรโดนลงโทษ ทั้งชอบบูลลี่ ทำร้ายนายเอก ยันเดเระ หลอกใช้และอื่น ๆ อีกมากมาย คนเหล่านี้รับบทเป็นพระเอกได้ยังไงจับฉลากมาเหรอ!

ยิ่งอ่านไบรอาก็ยิ่งรู้สึกเศร้า ในฐานะที่เขาชอบผู้ชายเหมือนกัน พระเอกในเรื่องนี้ไม่มีวันได้ใจเขาแน่ ๆ แต่มีนักอ่านหลายคนชอบพวกเขามาก ปากด่าไปแต่พอถึงฉากหวานทุกคนก็พร้อมใจกันฟิน เมื่อมีคนชอบย่อมมีคนเกลียด ไบรอาเพียงแค่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วเลือกที่จะไม่อ่านต่อเพื่อเซฟใจตัวเอง

ในส่วนของตัวละครไบรอา ไรซ์ คือตัวร้าย ธีมนิยายโลกนี้เป็นแฟนตาซี กล่าวถึงโลกที่มีอาณาจักรใหญ่สี่อาณาจักร แต่ละอาณาจักรนับถือเทพและเทพธิดาแตกต่างกัน ในส่วนของแอนเดรีย นายเอกของเรื่องนี้อยู่ที่อาณาจักรดิเลียส ผู้คนในอาณาจักรนับถืออาเซรี เทพธิดาเลิศรส ขอเพียงทำอาหารอร่อย ๆ บูชาเทพธิดาก็จะได้รับคำอวยพร

ตัวร้ายไบรอา ไรซ์เป็นเจ้าชายของอาณาจักรดิเลียส เพราะสูญเสียราชาและราชินีไปตั้งแต่อายุห้าขวบ ทำให้เขาที่ยังเป็นเด็กไม่สามารถปกครองอาณาจักรได้ จึงเป็นหน้าที่ของขุนนางที่ทำหน้าที่บริหารอาณาจักรแทน แต่… อำนาจนั้นไม่เข้าใครออกใคร เมื่อเหล่าขุนนางได้ใช้อำนาจกระทำการต่าง ๆ นานเข้าก็เริ่มเสพติดมัน พวกเขาถึงกับวางแผนชั่วอบรมสั่งสอนตัวร้ายไบรอาให้กลายเป็นคนโง่เขลาเบาปัญญา กลายเป็นหุ่นเชิดให้พวกเขาสามารถใช้อำนาจได้ตามใจชอบ ไบรอาที่อายุน้อยในตอนนั้นไม่เข้าใจอะไรเลย คิดว่าสิ่งที่พวกขุนนางทำคือสิ่งที่ดีและหลงเชื่อจนในที่สุดเขาก็เติบโตกลายเป็นเจ้าชายที่ไม่เอาไหน

เพราะไม่ได้รับการสั่งสอนอย่างถูกต้องไบรอาจึงกลายเป็นคนเอาแต่ใจ โมโหร้าย ชอบทำร้ายคนอื่น ไม่มีความสุขุมสง่างามสมกับสายเลือดราชวงศ์เลยสักนิด สร้างความเกลียดชังให้กับประชาชนและขุนนางบางส่วน แต่นั่น… ก็อยู่ในแผนการเช่นกัน

เหล่าขุนนางที่เสี้ยมสอนไบรอาให้กลายเป็นแบบนี้คือใครกันล่ะ ก็ตระกูลของพระเอกและเพื่อนนายเอกน่ะสิ!

พวกเขาครองตำแหน่งทั้งแปดกรม กลายเป็นขุนนางชั้นสูงที่ไม่ว่าใครก็ไม่อาจมีเรื่องด้วยได้ ประจวบเหมาะกับในช่วงเวลานั้นตระกูลไรซ์ของไบรอาครอบครองบัลลังก์ครบห้าร้อยปีพอดี ถึงช่วงเวลาเปลี่ยนผ่าน โดยตามกฎของโลกแล้วทุก ๆ ห้าร้อยปีต้องมีการเปลี่ยนบัลลังก์ครั้งหนึ่งด้วยการผ่านบททดสอบของเหล่าเทพ หากทำสำเร็จคนนั้นจะได้เป็นกษัตริย์และตระกูลนั้นจะได้ปกครองอาณาจักรไปอีกห้าร้อยปี

นั่นคือสาเหตุที่ตระกูลเหล่าพระเอกและเพื่อนนายเอกทำให้ไบรอากลายเป็นเจ้าชายที่ไม่ได้เรื่อง เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้หมดสิทธิ์สืบทอดบัลลังก์!

อย่างที่บอกไปว่าอาณาจักรนี้ขอแค่ทำอาหารเก่งก็จะได้รับพร และถ้าเป็นขุนนางจะได้รับพลัง แต่ตัวร้ายไบรอานั้นไม่มีทักษะทำอาหารเลย ถึงจะเคยเรียนแต่อาหารของเขานั้นเรียกว่าเป็นยาพิษสำหรับคนกินเลยทีเดียว

ตรงข้ามกับนายเอกแอนเดรียที่ถึงจะเป็นลูกนอกสมรสของตระกูลขุนนาง แต่ด้วยความที่เป็นที่รักของเหล่าพระเอก สุดท้ายก็ถูกอุ้มชูขึ้นมาจนในที่สุดการทดสอบสืบทอดบัลลังก์นั้นจบลงด้วยชัยชนะของแอนเดรียและได้กลายเป็นกษัตริย์คนต่อไปอาณาจักรดิเลียส ส่วนตัวร้ายไบรอาที่ไม่ได้เป็นเจ้าชายอีก ผลจะออกมาเป็นยังไงคงไม่ต้องเดากันแล้ว

ไบรอากุมขมับ ไม่นึกเลยว่าดูมจะส่งเขามาอยู่ที่โลกใบนี้ แถมจงใจเลือกเรื่องที่เขาอ่านไม่จบด้วย จงใจแกล้งกันชัด ๆ!

ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาบนเตียง ความรู้สึกหิวโหยที่ท้องประดังเข้ามาจนเขาต้องนอนขดตัวอยู่ครู่หนึ่งถึงจะลุกขึ้นมาได้ ห้องนอนนั้นตกแต่งแบบเรียบ ๆ ค่อนข้างโล่งว่าง เจ้าของร่างนี้ชอบอาละวาด ข้าวของที่แตกหักง่ายจึงถูกขนย้ายออกไปหมด ฝั่งขวาของเตียงมีหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดไปสู่ระเบียงซึ่งตอนนี้ถูกเปิดทิ้งไว้นำลมเย็น ๆ พัดเข้ามา พอหย่อนเท้าลงกับพื้นสิ่งที่เห็นคือกองขวดไวน์ที่กลิ้งอยู่และยังมีคราบไวน์หกเลอะพื้นพรมกับเตียงเต็มไปหมด

“เสียดาย ยังกินไม่หมดขวดเลยแท้ ๆ…”

ไบรอามองไวน์ที่ซึมเข้าไปในพรมจนกินต่อไม่ได้แล้วก็เกาหัวตัวเอง เขาพบว่าเส้นผมช่างเหนียวเหนอะจนรู้สึกขยะแขยง ยิ่งก้มมองเสื้อผ้าที่เปื้อนไวน์และมีกลิ่นเหล้าเหม็นหึ่ง ต่อให้เขาไม่ได้เป็นโรครักสะอาดก็ไม่อาจรับสภาพนี้ได้ จนต้องรีบลุกไปเข้าห้องน้ำ

โชคดีที่โลกแฟนตาซีนี้มีวิวัฒนาการอย่างชักโครกกับฝักบัว ถ้าเป็นยุคที่ห้องน้ำก็ต้องนั่งกระโถนหรือต้องรอให้คนใช้มาดูแลทำความสะอาดร่างกายละก็ ไบรอาคงรู้สึกอึดอัด

หลังจากอาบน้ำและสระผมเรียบร้อย ไบรอาก็มายืนอยู่หน้ากระจก ภาพที่สะท้อนอยู่นั้นเป็นใบหน้าของชายคนหนึ่งที่หล่อเหลา เส้นผมสีน้ำตาลแดงเรียบลื่นทิ้งตัวลงมาเคลียไหล่ ดวงตาสีแดงที่ทอประกายคมกริบมีแววมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวประทับอยู่

ร่างนี้ก็หน้าตาไม่เลวนี่…

ไบรอาจับแก้มตัวเอง ร่างนี้ถึงจะขาดการออกกำลังกายไปบ้างแต่ยังแข็งแรงดี ผิวพรรณก็ดูดี เส้นผมยาวสีน้ำตาลแดงนี่ตอนแรกเขานึกว่าจะต้องตัดมันทิ้งเสียแล้ว พอสระผมก็ออกมาดูดีกว่าที่คิด ไบรอาให้ความเคารพกับเจ้าของร่าง ถ้ามันไม่แย่มากจริง ๆ เขาจะไม่เปลี่ยนแปลงอะไร อีกอย่างเขาชอบผมสีน้ำตาลแดงนี้มาก มันดูร้อนแรงและอันตราย…

ตอนนี้เขาคงไม่ถูกหาว่าเป็นเด็กแล้ว!

ไบรอาอารมณ์ดี จากนั้นก็เดินไปตู้เสื้อผ้า เขาเห็นว่าชุดส่วนใหญ่ไม่ได้สมฐานะของเจ้าชายเลยสักนิด มันตัดมาจากผ้าเนื้อหยาบ งานปักก็ชุ่ย ยังไม่ต้องพูดถึงเครื่องประดับที่มีน้อยนิดจนน่าสังเวช พวกตระกูลพระเอกทอดทิ้งไบรอาไปหลังจากการปรากฏตัวของแอนเดรีย ส่งผลให้ชีวิตในช่วงหลังแย่อย่างรับไม่ได้

เขากวาดสายตาก่อนจะเลือกชุดที่พอดูได้ออกมา ไบรอาเคยรับบทมาทุกรูปแบบ ฐานะระดับเจ้าชายก็นับไม่ถ้วน ทันทีที่สวมเสื้อผ้าออร่าของเชื้อพระวงศ์ก็แผ่ออกมา ใครเห็นก็ไม่อาจเมินเฉยได้

จากความทรงจำของตัวร้ายแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าก็จะถึงบททดสอบสุดท้ายของการสืบทอดบัลลังก์ ถ้าเขาไม่สามารถชนะการทดสอบได้นั่นหมายถึงความพ่ายแพ้ ถ้าอย่างนั้น…

โครก…

ท้องของไบรอาส่งเสียงประท้วงออกมา ด้วยฐานะเจ้าชายอาภัพเกรงว่าส่งเสียงออกไปคงไม่มีคนใช้เอาอาหารมาให้กินถึงที่แน่ ความหิวก็ทำให้สมองของเขาแล่นช้า ไบรอายึดหลักกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ถ้าไม่อิ่มจะไม่มีแรงไปทำอะไรเลย ด้วยเหตุนี้ไบรอาจึงพาตัวเองไปที่ห้องครัว

วังที่เขาอยู่เป็นโซนที่อยู่อาศัยแยกออกมาจากวังหลัก ต่อให้ตัวร้ายเป็นเจ้าชายก็ไม่ได้รับอนุญาตให้ไปอยู่ที่วังหลักซึ่งเป็นที่ประทับของราชาและราชินี แต่ความเป็นเอกเทศนี้กลับให้ความส่วนตัวกับเขา

ไบรอาไม่เห็นคนใช้เลยอย่างที่คิดไว้ ตามพื้นและขอบหน้าต่างมีฝุ่นเกาะอยู่ประปราย ชัดว่าไม่มีคนทำความสะอาดมาสักพักแล้ว ทำให้ตอนนี้วังที่หรูหรากลับดูสกปรกและเงียบเชียบ

ชายหนุ่มไปถึงห้องครัว ยังดีว่าที่นี่สะอาดอยู่บ้าง ถ้าแม้แต่ถ้วยชามยังถูกกองทิ้งไว้ไม่ล้างละก็ เขาคงหดหู่น่าดู

ไบรอาไล่เปิดตู้หาอาหารกินก็พบขนมปังอยู่สามแผ่น แฮมสองชิ้น ชีสนิดหน่อยและไข่หนึ่งฟอง

“ยังดีว่ามีของทำกินมื้อเช้าแหละนะ มื้อเที่ยงค่อยว่ากันอีกที”

ไบรอาเริ่มลงมือทำอาหาร ที่นี่ใช้เวทมนตร์ในการก่อไฟผ่านวงแหวนเวท ยังดีที่ตัวร้ายมีความทรงจำเกี่ยวกับมันอยู่บ้าง เขาจึงไม่ต้องคลำหาทางเอาเอง

เขาตัดสินใจทำแซนด์วิชแบบง่าย ๆ ในกระทะหนึ่งใบทั้งปิ้งขนมปัง ย่างแฮมและทำไข่ดาว จากนั้นเขาก็นำมาจัดเรียงเป็นชั้น ใช้มีดหั่นครึ่งก็ได้แซนด์วิชหนึ่งคู่

ในตู้เสบียงมีแอปเปิ้ลอยู่ผลหนึ่ง ไบรอาจึงหยิบมาทำน้ำแอปเปิ้ล กลายเป็นมื้อเช้าที่เรียบง่าย ไบรอานั่งกินตรงเคาน์เตอร์ครัวพลางนึกวางแผนว่าจะทำยังไงต่อจากนี้ก็มีคนเปิดประตูครัวเข้ามา

“อะ องค์ชาย?”

ทันทีที่เห็นหน้าชายคนนั้นความทรงจำในหัวก็แวบเข้ามา

คนตรงหน้ามีชื่อว่าอาร์เจน เทียอา พ่อบ้านวัย 66 ปี ไว้หนวดเคราที่ตัดเล็มอย่างดีสีน้ำตาลอ่อน ผมที่เป็นสีเดียวกันนั้นถูกหวีจนเรียบเผยดวงหน้าอ่อนโยนใจดี และดวงตาสีน้ำตาลอบอุ่น ในความทรงจำของตัวร้ายไบรอา พ่อบ้านคนนี้อาจจะเป็นคนน่ารำคาญ แต่ในมุมมองของเขาชายคนนี้เป็นคนที่ปรารถนาดีกับตัวร้ายมากที่สุด

ขณะที่แม่นมตาร์ติกาที่รับหน้าที่ดูแลตัวร้ายนั้นสมควรจะเป็นคนอบรมสั่งสอนและเป็นคนที่ช่วยเหลือไบรอา กลับกลายเป็นคนละเลยตัวร้ายมากที่สุด เจ้าตัวเสพสุขกับการเป็นหัวหน้าดูแลกรมวัง รับอำนาจและเงินจากตำแหน่งนั้น และไปเอ็นดูแอนเดรียแทนประหนึ่งเป็นลูกหลานของตนเอง ตัวร้ายไบรอาตอนนั้นรู้สึกเหมือนถูกแย่งความรักไปจึงพาลเกลียดชังแอนเดรีย

ส่วนพ่อบ้านอาร์เจนนั้นเป็นคนเก่าแก่เช่นกัน แต่วิธีการอบรมนั้นแตกต่างจากแม่นม เขาตักเตือนและตำหนิการกระทำของไบรอาด้วยความใส่ใจ น่าเสียดายที่ตัวร้ายนั้นมองข้ามความหวังดีนั้นไปและเชื่อแม่นมจอมหลอกลวงมากกว่า

ขนาดในวันนี้ตาร์ติกาก็ไม่คิดจะมาดูแลเจ้าชายของเธอ มีเพียงอาร์เจนที่ยังใส่ใจ เห็นวัตถุดิบในอ้อมแขนของชายชราแล้วคงมาเพื่อเตรียมอาหารให้ไบรอาแน่

ไบรอายิ้มขณะกินอาหารไปด้วย “แปลกใจที่เห็นผมเหรอ?”

“กระหม่อม…”

อาร์เจนราวกับคลำหาเสียงของตนไม่เจอ การที่อีกฝ่ายมายิ้มและพูดสุภาพเหมือนเป็นความฝันมากกว่าความจริง

พ่อบ้านรู้ดีว่าไบรอาเป็นคนยังไง แต่คนตรงหน้าเหมือนกลายเป็นคนละคน ถ้าไม่ใช่ว่าหน้าตา รูปร่างและเสียงเหมือนคนเดิมละก็เขาคงนึกว่ามีคนมาสวมรอยแน่ ๆ…

สีหน้าของอาร์เจนเคร่งเครียดขึ้น ดวงตาสีน้ำตาลพลันปรากฏตราเวทมนตร์ ไบรอาปล่อยให้อีกฝ่ายใช้พลังตรวจสอบเขาจนพอใจ สักพักหนึ่งอาร์เจนก็กลับมามีสีหน้างุนงง

“เป็นพระองค์จริง ๆ ด้วย…”

คนในโลกนี้สามารถใช้เวทมนตร์ได้แต่สงวนความสามารถนี้ไว้กับเหล่าขุนนางหรือผู้ที่ได้รับชื่อตระกูลเท่านั้น ความสามารถของตระกูลเทียอาคือการตรวจจับสิ่งแปลกปลอม ถ้าไบรอาใช้เวทมนตร์ปลอมแปลงหรือสวมรอยจะถูกจับได้ทันที แต่กรณีที่วิญญาณอื่นมาสวมร่างไม่ว่ายังไงอาร์เจนก็จับไม่ได้

“ผมเข้าใจนะที่พ่อบ้านจะสงสัย ที่ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปก็เพราะมันถึงเวลาจะต้องเปลี่ยน” ไบรอายิ้มแล้วกินแซนด์วิชคำสุดท้าย หยิบผ้ามาเช็ดปากอย่างมีมารยาท “ที่ผ่านมาผมต้องขอโทษด้วยที่ทำให้พ่อบ้านลำบาก แล้วก็ขอบคุณที่คอยอบรมสั่งสอนด้วย”

“จะ เจ้าชาย” อาร์เจนแปลกใจแล้วจริง ๆ นี่มันหมายความว่ายังไง หรือที่ผ่านมาไบรอาทำตัวเป็นคนเหลาะแหละมาตลอดงั้นหรือ “กระหม่อมเพียงแค่ทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจากองค์ราชาก่อนที่จะสิ้นพระชนม์ไปเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ”

“อย่างน้อยพ่อบ้านอาร์เจนก็ยังมีจรรยาบรรณและคำสัตย์มากกว่าแม่นมตาร์ติกาอีกนะ” ไบรอารวบมีดกับส้อมแล้วลุกขึ้นยืนเดินไปหาพ่อบ้าน “แม่นมตาร์ติกาเคยสนใจและดูแลผมเสียที่ไหน”

ขนาดกล้าตำหนิตาร์ติกา หมายความว่าเจ้าชายผู้นี้ไม่ได้ตามืดบอดอย่างที่คิด…

นัยน์ตาสีน้ำตาลอบอุ่นนั้นวูบไหว แววตาที่มองเจ้าชายเบื้องหน้าเริ่มเปลี่ยนไป

“ในที่สุดพระองค์ก็รับรู้ถึงความจริง กระหม่อมยินดียิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่…” อาร์เจนใช้สายตามองคนตรงหน้าอย่างประเมิน “อีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้าจะเริ่มบททดสอบสุดท้ายแล้ว เกรงว่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว”

“ผมไม่คิดอย่างนั้นหรอกนะ” ไบรอาสืบเท้าเข้ามาหา ประจันหน้ากับอาร์เจน “ผมมั่นใจว่าตนเองจะผ่านบททดสอบสุดท้ายและรักษาบัลลังก์เอาไว้ได้”

ไบรอาไม่ได้หยิ่งผยองแต่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม อาร์เจนยังคงชั่งใจ

“ทรงแน่ใจหรือพ่ะย่ะค่ะ”

“แน่ใจสิ เมื่อกี้ผมก็ทำแซนด์วิชกินเองนี่นา”

แววตาของอาร์เจนสว่างวาบ ทีแรกเขาก็สงสัยอยู่ว่าไบรอาไปหาอาหารมาจากไหน สรุปคือทำอาหารเองงั้นเหรอ!?

ความคิดที่ว่ามีคนช่วยไบรอาถูกตัดทิ้งไป เพราะอาร์เจนรู้ว่าวังนี้ไม่มีใครนอกจากเจ้าชายและเขาอีกแล้ว คนอื่น ๆ ล้วนไปประจบสอพลอตาร์ติกาอยู่ที่วังหลักกันหมด มีเพียงเขาที่คอยดูแลไบรอา เห็นว่าเมื่อคืนอีกฝ่ายเมามาก กว่าจะตื่นน่าจะใกล้เที่ยง ถึงไม่ได้เตรียมอาหารเช้าเอาไว้ ใครจะคิดว่าเจ้าชายองค์นั้นจะมายืนทำหน้าสดใสอยู่ตรงนี้กันล่ะ

อาร์เจนมองดูแล้วบรรยากาศของไบรอาเป็นมิตรเข้าถึงง่ายกว่าเมื่อก่อนที่ราวกับมีไฟแห่งความโกรธแผ่ออกมาตลอดเวลา ทำหน้าบึ้งเสียจนคนไม่กล้าเข้าใกล้

ทว่าไบรอาตอนนี้ยิ้มดูดีมากจนมองผ่านตาก็ยังต้องหันกลับมามองซ้ำ อาร์เจนเห็นแล้วก็นึกถึงราชาและราชินีผู้ล่วงลับ เจ้าชายได้รับส่วนที่ดีที่สุดของทั้งคู่มาจริง ๆ

ไบรอาเห็นว่าคนตรงหน้ายังครุ่นคิดอยู่ จึงกล่าวว่า

“ตอนนี้ไม่เชื่อในตัวผมก็ไม่เป็นไรครับ ผมจะพิสูจน์ให้พ่อบ้านอาร์เจนเห็นเอง เพียงแต่ผมมีเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือหน่อย”

“อะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ช่วยซื้อข้าวสาร ใบชาเขียว เนื้อแซลมอนชิ้นเล็ก ต้นหอม สาหร่าย น้ำมันมะกอก พริกไทยและเกลือที่ตลาดมาให้ผมหน่อย”

อาร์เจนพอได้ยินก็ตาเบิกกว้าง “ทรงต้องการเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ใช่แล้ว ทำให้ผมเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหมครับ”

ไบรอาร้องขอด้วยดวงตาซื่อใส ต่อให้เป็นคนใจแข็งแค่ไหนก็ยังต้องตอบรับ

“ได้พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะช่วยพระองค์ในฐานะพ่อบ้านประจำตัว”

อาร์เจนก็อยากจะรู้เช่นกันว่าความเปลี่ยนแปลงนี้จะทำให้ไบรอารักษาบัลลังก์เอาไว้ได้หรือไม่

ผู้เขียน

ตัวร้ายไบรอาเนี่ยใช้ชีวิตยากลำบากสุด ๆ เลยค่ะ ทั้งสูญเสียพ่อแม่ไป แม่นมทอดทิ้ง ยังมาโดนขุนนางเสี้ยมสอนให้กลายเป็นแบบนี้อีก แน่นอนว่านี่เป็นสงครามระยะยาวค่ะ เป้าหมายของไบรอาคือชนะเกมนี้และได้กินอาหารอร่อย ๆ ค่ะ 555555 ยังไงเรามาเอาใจช่วยกันนะคะ ตอนหน้าเราจะได้เจอเหล่าพระเอกกับนายเอกกันค่ะ! ดูว่าจะเป็นยังไง!

บทที่ 3 กินแคร์รอตซะสายตาจะได้ดีขึ้น

บทที่ 3 กินแคร์รอตซะสายตาจะได้ดีขึ้น

สถานที่ทดสอบสุดท้ายคือวิหารประจำเมืองหลวงที่ตั้งอยู่ข้าง ๆ พระราชวัง สิ่งก่อสร้างสีขาวใหญ่โตนี้ราวกับเป็นสีสันที่ตัดกันจากสภาพแวดล้อมโดยรอบ กลิ่นอายบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาจนทำให้ผู้คนที่ย่างก้าวเข้าไปจิตใจสงบ กระทั่งไบรอาก็ยังรู้สึกเช่นเดียวกัน

ทางเดินปูด้วยกระเบื้องที่แกะลวดลายวิจิตร สองฟากข้างเป็นอัฒจันทร์ไล่ระดับสูงต่ำถูกจับจองด้วยเหล่าชนชั้นสูงของทั้งอาณาจักรซึ่งมาที่นี่เป็นสักขีพยานการสืบทอดบัลลังก์อันยิ่งใหญ่ ด้านบนมีวิหคเทียมที่สร้างจากวิทยาการเวทมนตร์คอยจับภาพถ่ายทอดออกไปให้ประชาชนได้รับรู้ สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเข้ามาในวิหารก็สามารถดูบททดสอบสุดท้ายนี้ผ่านทางหน้าจอที่จัตุรัสกลางเมืองหลวงได้

เมื่อไบรอาเดินเข้ามา สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมาที่เขา มันเต็มไปด้วยการดูถูก เกลียดชังและสมเพช ทว่าไบรอาก็ไม่สะทกสะท้าน นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาสวมบทบาทตัวร้ายแล้วเจอสายตาเช่นนี้ อันที่จริงเขาออกจะเบื่อหน่ายด้วยซ้ำ ถ้าเขาชนะบททดสอบสุดท้ายนี้เชื่อเลยว่าสายตาพวกนั้นคงได้แปรเปลี่ยนเป็นเหลือเชื่อแน่ ๆ นั่นน่าสนใจกว่าเยอะ

ไบรอามองรูปปั้นเทพธิดาอาเซรีที่ตั้งอยู่เบื้องหน้า ด้านหลังเป็นกระจกสีที่วาดลวดลายเล่าถึงประวัติตั้งแต่ที่เทพธิดาถือกำเนิดจนถึงกลับขึ้นสวรรค์ รูปปั้นสีขาวถูกอาบย้อมเป็นสีสันต่าง ๆ จากแสงสะท้อนของกระจกสี หญิงสาวที่มีใบหน้าอ่อนโยนดุจมารดาโอบกอดตะกร้าที่เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหาร กระทั่งรอยยับบนผ้าก็ช่างสมจริงราวกับจะพลิ้วไหวตามลมได้เลยทีเดียว

“ขอให้เทพธิดาเลิศรสมอบพรแด่พระองค์”

หัวหน้านักบวชโค้งตัวทำความเคารพเขา อีกฝ่ายมีผมสีเทาและดวงตาสีฟ้าใส ท่าทางเป็นมิตรและอ่อนโยน สวมเครื่องแบบนักบวชสีขาวสะอาดตา นักบวชของที่นี่มีตำแหน่งสูงไม่แพ้กษัตริย์แต่พวกเขามีหน้าที่ปฏิบัติตามคำสอนและไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ด้วยเหตุนี้จึงเหมาะเป็นคนกลางในการตัดสินบททดสอบมากที่สุด

ต่อให้ตัวร้ายไบรอาโง่เขลาก็รู้ว่าหัวหน้านักบวชนั้นเป็นที่เคารพของขุนนางและประชาชนมากเพียงใด ไบรอาค้อมตัวลงเล็กน้อยอย่างให้เกียรติ

“สวัสดีครับ ท่านยูโค ขอให้เทพธิดาเลิศรสมอบพรแด่ท่านเช่นกัน”

นัยน์ตาสีฟ้ามองท่าทางสง่างามเบื้องหน้าด้วยความแปลกใจ ทั้งที่เตรียมใจว่าจะเจอความไร้มารยาทของเจ้าชายเอาไว้แล้ว แต่การแสดงออกนั้นเหนือความคาดหมาย กระนั้นยูโคก็ยังตอบอย่างสุภาพนุ่มนวล

“ขอให้คำอวยพรเหล่านั้นเป็นจริง”

ทันใดนั้นมีเสียงฮือฮาดังขึ้น ไบรอาหันไปมองก็เห็นขบวนของเหล่าตัวเอกเดินเข้ามาในวิหาร เพียงแค่ออร่าก็เห็นชัดแล้วว่าโดดเด่นสะดุดตามากขนาดไหน

ไบรอาไม่ได้สนใจเหล่าพระเอกแต่สนใจชายหนุ่มตัวเล็กที่อยู่ท่ามกลางพวกเขามากกว่า

เส้นผมสีเงินนั้นสะท้อนแสงเป็นประกาย ดวงตาสีน้ำเงินบริสุทธิ์ไร้เดียงสา ผิวขาวราวกับกระเบื้อง เอวบางร่างน้อย นี่คือนิยาม ‘นายเอก’ ที่สมบูรณ์แบบตามฉบับนิยายหลายเรื่อง ๆ

เมื่อขบวนของตัวเอกเดินเข้ามาใกล้เห็นไบรอายืนอยู่ข้างหัวหน้านักบวช สีหน้าก็เปลี่ยนไป ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะพูดขึ้นมาว่า

“นึกว่าจะกลัวจนหัวหดเสียอีก กล้ามาที่นี่ด้วยเหรอ!”

คนที่พูดจาโผงผางนี้เป็นใครไปไม่ได้นอกจากหนึ่งในพระเอกของเรื่องนามว่าราคัน มีตเตอร์ รูปลักษณ์ห้าวหาญ ผมสั้นสีดำและดวงตาประกายกล้าสีเทานั้นทำให้ผู้สบตารู้สึกหวั่นกลัว เจ้าตัวยังสวมชุดเกราะสีเงินขัดจนมันวาวเข้ามาด้วยประหนึ่งจะประกาศว่าตนเป็นนักรบ

“นี่เป็นบททดสอบสุดท้ายทำไมจะไม่มาล่ะครับ” ไบรอาเอียงคอมองคนพูดอย่างสงสัย “หรือว่าอยากชนะสบาย ๆ โดยไม่แข่งเหรอครับ?”

สีหน้าของพวกพระเอกเปลี่ยนไป ปกติถ้าเจ้าชายถูกพูดยั่วโมโหจะต้องพ่นคำด่าหยาบคายออกมาแล้ว ทว่าไบรอาคนนี้แตกต่างออกไป บุคลิกราวกับเป็นเชื้อพระวงศ์ฝังรากลึกนี้ทำให้เขาเปล่งประการออกมาไม่เหมือนคนเก่าเลย

มีเพียงแอนเดรีย นายเอกของนิยายที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวกลับโค้งตัวทำความเคารพเขา “ขอให้เทพธิดาเลิศรสอวยพรแด่พระองค์ พวกกระหม่อมยินดีต่างหากพ่ะย่ะค่ะ นี่เป็นบททดสอบที่สำคัญ การเข้าร่วมของเจ้าชายไบรอามีความสำคัญมากเช่นเดียวกัน”

“คุณแอนเดรียรู้ธรรมเนียมกว่าเพื่อน ๆ อีกนะครับ” ไบรอาส่งสายตาให้นายเอกของเรื่องอย่างเป็นมิตร

เจ้าชายแค่พูดชมไปอย่างนั้น ทว่าคนที่ได้ยินกลับเก็บมาคิดจริงจัง ตอนนั้นเองที่ทุกคนตระหนักว่าไบรอายังไงก็เป็นเจ้าชายมีศักดิ์สูงกว่า!

นอกจากแอนเดรียที่ทำความเคารพแล้ว ทุกคนล้วนไม่เห็นหัวไบรอาเลยสักนิด พอโดนตอกเข้าให้พวกเขาจึงรู้สึกตัว ใบหน้าของหลายคนเปลี่ยนเป็นขัดเคืองและแดงก่ำ

แม้ไบรอาจะเป็นเจ้าชายที่ไม่ได้เรื่องขนาดไหน ก็ยังเป็นเชื้อพระวงศ์ ทั้งยังเป็นตระกูลที่เทพธิดาเลิศรสแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองอาณาจักรด้วย ไม่ทำความเคารพเท่ากับเป็นการดูหมิ่นเทพธิดาเลิศรส!

คิดได้แบบนั้นทุกคนจึงรีบทำความเคารพ “ขอให้เทพธิดาเลิศรสมอบพรแด่พระองค์!”

“พวกท่านก็เช่นกัน” ไบรอาแปลกใจที่แต่ละคนมาทำความเคารพเขาเอาป่านนี้ ทว่างานสำคัญกว่าจึงหันไปหาหัวหน้านักบวชที่ยืนอยู่เงียบ ๆ “มาเริ่มบททดสอบกันเถอะครับ ช้าไปเดี๋ยวเทพธิดาเลิศรสจะไม่พอใจ”

“พ่ะย่ะค่ะ” ยูโครับคำแล้วถอยไปอยู่เบื้องหน้ารูปปั้นเทพธิดา “บัดนี้ถึงเวลาสำหรับบททดสอบสุดท้ายระหว่างเจ้าชายไบรอา ไรซ์และคุณแอนเดรีย แพนเคิร์ธ โปรดให้ทั้งสองท่านมอบเครื่องบวงสรวงประจำตระกูล พิสูจน์ความศรัทธาต่อเทพธิดาด้วย”

พื้นที่เล็ก ๆ สองฝั่งเป็นที่ตั้งของครัว เนื่องจากเป็นเทพธิดาที่ให้ความสำคัญกับอาหาร ย่อมหมายความว่าบททดสอบไม่มีอะไรมากไปกว่าการทำอาหาร

ตอนที่อ่านนิยายเรื่องนี้ถ้าตัดเรื่องราวแสน Toxic ไปได้ละก็ ไบรอายอมรับว่ามันเป็นโลกที่น่าอยู่โลกหนึ่ง ความสามารถของผู้คนตัดสินกันที่อาหาร กระทั่งการสืบทอดบัลลังก์ก็ต้องทำอาหาร!

บททดสอบที่ผ่านมานั้นไม่ว่าจะเป็นขุนนางหรือสามัญชนก็สามารถเข้าร่วมได้หมด เพียงแต่อาหารของแอนเดรียเป็นที่โปรดปรานของเทพธิดามากกว่าจึงเอาชนะมาได้ทุกครั้ง กระทั่งพวกพระเอกยังต้องยอมรับในฝีมือ และในรอบสุดท้ายแอนเดรียต้องมาแข่งกับไบรอาที่เป็นเจ้าของบัลลังก์คนปัจจุบันนั่นเอง

ไบรอาจำได้ว่าอาหารที่แอนเดรียทำในรอบนี้ก็คือแพนเค้กผลไม้ เพราะตระกูลแพนเคิร์ธนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในด้านแพนเค้กนั่นเอง ส่วนตระกูลไรซ์ของไบรอาเกี่ยวกับข้าว ต้องทำของบวงสรวงโดยมีข้าวเป็นแกนหลัก

ในฉบับนิยายตัวร้ายพ่ายแพ้ทั้งที่เมนูข้าวนั้นมีมากมายดาษดื่น เพราะว่าฝีมือไม่เอาไหน แอนเดรียถึงได้ชนะขาดลอย แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนกัน

ไบรอามีความมั่นใจเปี่ยมล้น เขาชนะได้แน่!

ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้าย นายเอกของเรื่องก็กล่าวว่า

“ขอให้โชคดีพ่ะย่ะค่ะ”

“ขอบคุณครับ” ไบรอากล่าวแล้วมองเลยไปยังพวกพระเอกที่อยู่ทยอยกันไปนั่งยังโซนคนดู “คุณแอนเดรียกินแคร์รอตบำรุงสายตาเยอะ ๆ นะครับ”

จะได้ไม่ไปคว้าหมาป่าที่ห่มหนังลูกแกะนั่นมาเป็นคนรัก

แอนเดรียอึ้งไป “…พ่ะย่ะค่ะ”

ทำไมเจ้าชายบอกแบบนั้น หรือว่าจะทรงเห็นเส้นเลือดฝอยในตาเขาจากการอดนอน ช่างใส่ใจจริง ๆ แอนเดรียเข้าใจผิดไปไกล

เมื่อเดินมาที่เคาน์เตอร์ครัว ข้ารับใช้ก็ขนวัตถุดิบที่ไบรอาและแอนเดรียเตรียมเอาไว้เข้ามา เมื่อทุกคนได้เห็นก็ต้องอุทาน

ทำไมของเจ้าชายไบรอาถึงน้อยเช่นนี้!

เทียบกับวัตถุดิบของแอนเดรียที่ประกอบไปด้วยแป้งชั้นดี เนยชั้นเยี่ยม น้ำผึ้งหอมหวนกลิ่นดอกไม้ และผลไม้หลากสีสันสดใหม่ ของไบรอามีแค่ข้าวสารเก่า ๆ หนึ่งถุง เนื้อปลาแซลมอนหนึ่งชิ้น ใบชาหนึ่งถุงเล็ก เกลือ พริกไทย น้ำมันมะกอกและสาหร่าย มีน้อยทั้งยังเรียบง่ายเกินไป

ราคันผู้ปากไวเยาะเย้ย “เจ้าชาย… นี่เป็นของที่ถวายเป็นเครื่องบวงสรวงแด่เทพธิดาเชียวนะ ใช้ขยะแบบนั้นไม่เป็นการดูหมิ่นเทพธิดาเหรอ?”

ไบรอายิ้มแล้วว่า “แม่ทัพราคันรู้ไหมว่าของพวกนี้ได้มาจากไหน?”

ราคันเลิกคิ้วที่ถูกย้อนถาม “ก็ต้องมาจากในคลังเสบียงของวังหลวงสิ”

“ตอบผิดนะครับ วัตถุดิบเหล่านี้ผมให้พ่อบ้านซื้อมาจากตลาดต่างหาก”

“ตลาด…?”

ราคันกะพริบตาก่อนใบหน้าจะเปลี่ยนเป็นซีดเผือด ไบรอากล่าวต่อโดยไม่คิดให้อีกฝ่ายแก้ตัว

“ใช่แล้ว ตลาด นี่เป็นของที่ประชาชนของอาณาจักรดิเลียสกิน แม่ทัพราคันว่าของที่ประชาชนกินเป็นขยะงั้นเหรอครับ ผมคิดว่าแม่ทัพที่ต้องตระเวนไปปราบอสูรจะใกล้ชิดกับชาวบ้าน แต่กลายเป็นว่ากินหรูกว่าชาวบ้านอีกเหรอ? น่าแปลกใจจริง ๆ” ไบรอาทำหน้าฉงนออกมา

คำพูดที่ถูกสะท้อนกลับทำให้ราคันโกรธจนกัดฟัน เพราะเท่ากับว่าแม่ทัพของแผ่นดินดูถูกวัตถุดิบที่ชาวบ้านใช้!

เห็นบุตรชายเดือดร้อนมาร์ควิสชากรีก็รีบเอ่ยว่า “นั่นเพราะกระหม่อมตามใจลูกชาย เขาไปสู้เสี่ยงตายอยู่ข้างนอกก็อยากจะให้กินอาหารดี ๆ เขาถึงได้พูดจาไม่ระวัง โปรดอภัยให้เขาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

“มาขออภัยอะไรกับผมล่ะครับ คนที่แม่ทัพราคันควรขอโทษคือประชาชนต่างหาก” ไบรอาวาดนิ้วไปยังวัตถุดิบเบื้องหน้า “แม้จะไม่ใช่ของชั้นเลิศ แต่สุดท้ายมันก็คืออาหาร ในคัมภีร์คำสอนของเทพธิดาเลิศรสมีคำกล่าวไว้ ‘อาหารนั้นไม่มีการแบ่งแยก สิ่งสำคัญที่สุดกินแล้วอิ่มท้องและทำให้มีความสุข’ นั่นต่างหากคืออาหาร แม่ทัพราคันจะบอกว่าประชาชนที่ถวายของเหล่านี้ไม่สมควรได้รับพรจากเทพธิดางั้นเหรอครับ”

ราคันเกือบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว เขาพูดแค่ประโยคเดียวกลายเป็นหาเรื่องให้ตัวเองใหญ่โตเช่นนี้ได้ยังไง

มาร์ควิสชากรีหน้าซีด “ย่อมไม่ใช่เช่นนั้น!”

“ถ้างั้นมาร์ควิสชากรีควรกลับไปสั่งสอนลูกชายตัวเองให้ดี อย่าได้ปากพล่อยแบบนี้อีก เป็นถึงแม่ทัพก็ควรรู้จักใช้คำพูดบ้าง เกิดออกคำสั่งผิดพลาดไปเพราะความพลั้งปากจะทำให้เสียหายได้” ไบรอาเตือนด้วยความหวังดี กลายเป็นสองพ่อลูกที่หน้าชา

ด้านนอกที่จัตุรัสใจกลางเมืองหลวง เรื่องที่ราคันดูถูกวัตถุดิบอาหารที่ซื้อมาจากตลาดต่างได้รับรู้ทั่วกันแล้ว ทุกคนรู้สึกผิดหวังต่อแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ ขณะที่ความคิดเกี่ยวกับไบรอานั้นเปลี่ยนไป

“แม่ทัพราคันที่ว่าองอาจนักหนาก็เหมือนขุนนางทั่วไป รังเกียจอาหารจากชาวบ้านอย่างพวกเรา!”

“เจ้าชายไบรอาใช้วัตถุดิบจากตลาดมาทำอาหารถวายเทพธิดา นี่สิคือความคิดของราชาที่ดี”

“ดูท่าข่าวลือดี ๆ ของแม่ทัพราคันก็แค่คนยกยอปอปั้นขึ้นมา ตัวจริงเป็นยังไงก็เห็นได้จากตอนนี้แล้ว”

“ใช่เลย เขาบอกกันว่าเจ้าชายไบรอาเป็นคนไม่เอาไหน แต่ดูท่าทางนั่นสิ จะบอกว่าไม่สง่างามได้เหรอ?”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ด้านนอกนั้นลามไปเรื่อย ๆ ขณะที่คนข้างในวิหารไม่รับรู้เลยเพราะตอนนี้การทำอาหารได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ทันทีที่รู้ว่าต้องทำอาหารเกี่ยวกับข้าว เมนูที่เขาคิดขึ้นมาอย่างแรกก็ข้าวต้มใบชา

มันเป็นอาหารที่เรียบง่าย ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องปรุงอะไรมาก เน้นรสธรรมชาติและยังดีต่อสุขภาพ ชาวบ้านสามารถทำกินเองได้ ซึ่งไบรอาตั้งใจจะเผยแพร่ให้ประชาชนได้ลองทำกินอยู่แล้ว

ไบรอาจัดการหุงข้าว แล้วเริ่มทำการหมักเนื้อปลาแซลมอนด้วยเกลือนิดหน่อยพร้อมกับราดน้ำมะกอก หมักจนได้ที่จึงนำไปย่างลงบนกระทะ เขาวางด้านหนังปลาลงก่อน เพื่อให้ตัวหนังปลาแซลมอนกรอบนั่นเอง

ระหว่างนั้นเขาก็ไม่ลืมชงชา ชาที่เขาใช้เป็นชาเขียว ถึงจะไม่ได้เป็นของชั้นเลิศที่คัดมาจากในวัง แต่กลิ่นหอมของมันก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร ไบรอาจัดการกับอาหารเบื้องหน้าอย่างคล่องแคล่วประหนึ่งพ่อครัวมืออาชีพ จนทำให้สีหน้าของฝั่งพระเอกเริ่มแปรเปลี่ยน

พวกเขาเคยเห็นฝีมือการทำอาหารของไบรอามาก่อน แต่ไม่ใช่การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วแบบนี้ ทุกการกระทำล้วนใจเย็นและวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ราวกับเคยทำอาหารมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน!

“ตาร์ติกาโกหกเราเรื่องที่เจ้าชายทำอาหารไม่ได้เรื่องหรือเปล่า?”

“จะบอกว่าที่ผ่านมามันเสแสร้งเหรอ”

“ก็มีความเป็นไปได้ ไม่เห็นท่าทีมันตอกกลับราคันเมื่อกี้หรือไง นั่นไม่ใช่ไบรอาตามปกติเลยนะ”

พวกเขากระซิบ ถึงฝีมือไบรอาจะน่าทึ่งก็ไม่คิดว่าแอนเดรียจะแพ้ เพราะที่ผ่านมาแอนเดรียชนะขาดลอยทุกรอบ เทพธิดาเลิศรสก็คงไม่ตาบอดเลือกไบรอานิสัยเสียคนนั้นหรอก

แอนเดรียนั้นไม่ได้สนใจการทำอาหารของไบรอาเลย เขามีสมาธิจดจ่ออยู่ที่เคาน์เตอร์ครัวของตัวเอง แพนเค้กนุ่มฟูที่ผสมผสานกับเนื้อผลไม้ ออกมาเป็นของหวานที่มีสีสันน่ารับประทาน กลิ่นหอมหวานลอยละล่องปะทะกับกลิ่นปลาแซลมอนย่างและชาเขียว ทำให้ผู้คนโดยรอบเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาแล้ว

“เสร็จแล้วครับ” แอนเดรียเป็นคนเอ่ยปากคนแรก สักพักไบรอาก็กล่าวว่า

“ผมก็เสร็จแล้ว”

“เช่นนั้นเชิญทั้งสองนำอาหารมาบวงสรวงหน้าแท่นบูชาเทพธิดาเถิด”

ยูโคผายมือไปยังแท่นบูชาหินอ่อนที่ไว้วางของบวงสรวงและเหนือขึ้นไปบนแท่นอีกขั้นมีมงกุฎทองเรียบง่ายประดับอัญมณีสีเขียวสามเม็ดใหญ่วางอยู่ ว่ากันว่ามีเพียงราชาแท้จริงเท่านั้นจึงจะสามารถจับและสวมมงกุฎนี้ได้

ทั้งสองถืออาหารของตนไปวางไว้เบื้องหน้า และทุกคนก็ได้เห็นอาหารที่ทั้งสองทำอย่างเต็มตา

แอนเดรียทำแพนเค้กเนื้อนุ่มสอดไส้ผลไม้โปะด้วยวิปครีมสีขาวราดด้วยน้ำผึ้งตกแต่งด้วยผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ ถึงจะธรรมดาแต่การทำหอคอยแพนเค้กที่ดูนุ่มเด้งราวกับเยลลี่นั้นต้องใช้ฝีมือ แถมแค่รูปร่างหน้าตาก็ชวนให้น้ำลายสอ

ในทางกลับกันไบรอาทำข้าวต้มใบชา ข้าวสวยสีขาวมาพร้อมกับน้ำชาเขียวที่ราดมาจนปริ่มถ้วย ด้านบนตกแต่งด้วยเนื้อปลาแซลมอนย่างโรยพริกไทย ต้นหอมซอยกับสาหร่าย สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนแผ่ออกมาจากอาหารจานนี้

ทุกคนไม่เคยเห็นเมนูข้าวต้มใบชามาก่อนจึงรู้สึกประหลาดใจ กระทั่งพ่อบ้านอาร์เจนที่อยู่ในตระกูลขึ้นชื่อเรื่องชายังไม่เคยเห็นเมนูนี้

ยูโคมองด้วยความสนใจ “อาหารบวงสรวงของเจ้าชายคืออะไรพ่ะย่ะค่ะ”

“มันคือข้าวต้มใบชา” ไบรอาตอบพร้อมกับรอยยิ้ม “เป็นอาหารที่ทำง่าย ๆ ประชาชนก็ทำได้ส่วนผสมมีแค่ข้าวสวย น้ำชา เนื้อปลาแซลมอนและสาหร่าย เพราะเป็นของที่ใช้บวงสรวง ผมอยากทำอาหารที่สื่อถึงความเป็นอยู่ของประชาชนในอาณาจักรดิเลียสจึงทำเมนูนี้ออกมา จะว่าเป็นอาหารของประชาชนก็ว่าได้”

อาหารของประชาชน

ช่างเป็นคำที่ดูยิ่งใหญ่และได้ใจประชาชนไปเต็ม ๆ เพราะอาหารนี้ทำจากวัตถุดิบในตลาด ไม่ว่าใครก็สามารถทำกินเองได้!

“การที่พระองค์นึกถึงราษฎรเป็นเรื่องดี ที่เหลือก็ต้องมารอดูการตัดสินใจของเทพธิดาเลิศรสแล้ว” ยูโคกล่าว ทันใดนั้นอาหารของพวกเขาก็เปล่งแสงสีทองเจิดจรัสราวกับว่าเทพธิดากำลังลิ้มรสอาหารสองจานนี้อยู่

ไบรอาเคยเห็นฉากนี้ในนิยายจึงไม่ได้ตื่นตาตื่นใจอะไร ตรงข้ามกับแอนเดรียที่ดวงตาเบิกกว้าง มองด้วยแววตาเหมือนเด็ก

จนกระทั่งเมื่อแสงจางลง อาหารเบื้องหน้าก็หายวับไป ไบรอาคิดว่าช่างดีเหลือเกินที่เทพธิดากินเข้าไปด้วย อย่างน้อยอาหารก็ไม่ต้องถูกเททิ้งให้เป็นขยะอาหาร ก่อมลพิษให้กับโลก

มงกุฎสีทองเปล่งแสงระยิบระยับ เม็ดอัญมณีสีเขียวสดใสเป็นประกาย ตัวมงกุฎค่อย ๆ ลอยขึ้นราวกับมีมือล่องหนประคองมันขึ้นมาก่อนที่จะลอยลงมาสวมที่ศีรษะของไบรอา

รอยยิ้มของหัวหน้านักบวชกว้างขึ้น “ราชาแห่งยุคสมัยใหม่คือไบรอาแห่งตระกูลไรซ์!!”

สิ้นเสียงประกาศหน้าต่างภารกิจก็เด้งขึ้นมาเบื้องหน้าไบรอา

ภารกิจ : สืบทอดบัลลังก์ (สำเร็จ)

รางวัล : Royal +10 แต้ม ปลดล็อกพรสวรรค์ ‘ปรมาจารย์ดาบ’

ไบรอาเลิกคิ้ว เขาได้รับพรสวรรค์นักดาบเหรอ ถือว่าเป็นของรางวัลที่ไม่เลวเลย

จากนั้นหูของเขาก็ได้ยินเสียงอันแสนชั่วร้ายของดูม

[ถึงตาหมากดำเดินแล้ว]

แปะภาพข้าวต้มใบชา หรือ ข้าวราดน้ำชาค่ะ Cr.krua.co

ผู้เขียน

เจอเหล่าพระเอกและนายเอกของนิยายแล้วค่ะ อันที่จริงราคันเนี่ยเชื่อว่ามีพระเอกหลาย ๆ เรื่องนิสัยแบบนี้นะคะ แบบอารมณ์ร้อน ตรงไปตรงมา สไตล์แบดบอย แต่ถึงระดับใช้กำลัง… ก็มีบางเรื่องที่ไรท์เจอเหมือนกัน บางทีอ่านไปก็คิดว่าพระเอกเนี่ย ไม่คู่ควรกับนายเอกหรือนางเอกที่แสนดีเลยค่ะ 5555555 ไบรอาเลือกข้าวต้มใบชาเพราะมันทำง่าย สามารถเปลี่ยนแซลมอนเป็นอย่างอื่นก็ได้เช่น เนื้อไก่ แถมที่เลือกเมนูนี้มีเหตุผลอื่นด้วยค่ะ เดี๋ยวตอนต่อ ๆ ไปจะได้รู้กัน แต่ว่าหมากดำเริ่มเดินแล้วจะเป็นยังไงรอดูกันค่ะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...