โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เข้าใจผิดกันหมด!? “มัมมี่” ของอียิปต์ ไม่ใช่การรักษาสภาพศพ แต่เพื่อสร้างเทวรูป!

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2567 เวลา 16.59 น.
โลงพระศพทองคำของฟาโรห์ทุทันคามุน จัดเก็บรักษาที่พิพิธภัณฑสถานกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ (Photo by CRIS BOURONCLE / AFP)

ผู้สนใจประวัติศาสตร์ “อียิปต์” หรือเรื่องราวอารยธรรมแห่งแดนไอยคุปต์ ย่อมรู้จัก มัมมี่ (Mummy)กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ความเข้าใจที่ยึดถือกันมานานเกี่ยวกับมัมมี่ คือวิธีรักษาสภาพศพที่ชาวอียิปต์กระทำกับร่างกายของผู้ตาย มีที่มาจากความเชื่อเกี่ยวกับโลกหน้า เพราะชนโบราณลุ่มแม่น้ำไนล์เหล่านี้เชื่อว่า วิญญาณจะออกจากร่างเพียงชั่วคราว และจะกลับร่างอีกครั้งหลังจากเข้าเฝ้าเทพเจ้าในโลกหลังความตาย เป็นเหตุผลว่าทำไมร่างกายของผู้วายชนม์จะต้องถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และต้องแยกอวัยวะภายในมาเก็บไว้ต่างหาก เพื่อป้องกันการเน่าเปื่อยจากในร่างกาย

แต่… ความเชื่อเหล่านี้ถูกต้องแค่ไหน? อันที่จริง แม้เหตุผลต่าง ๆ ที่นักโบราณคดีและนักไอยคุปต์วิทยายกมาสนับสนุนมีความสมเหตุสมผลในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่มีข้อพิสูจน์หรือสิ่งยืนยันใด ๆ ที่ชี้ชัดว่าถูกต้อง 100% (และไม่มีข้อโต้แย้งหรือหักล้าง) กระทั่งความเชื่อที่คลุมเครือดังกล่าวถูกท้าท้ายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเมื่อปลายปี 2022 เพราะมีนักวิชาการส่วนหนึ่งยกทฤษฎีที่ว่า แท้จริงแล้ว มัมมี่ ของชาวอียิปต์ โดยเฉพาะมัมมี่ฟาโรห์ ไม่ใช่การ “รักษา” สภาพศพ แต่คือการสร้าง “เทวรูป”

ทฤษฎีดังกล่าวมี ดร. แคมป์เบล ไพรซ์ (Dr. Campbell Price) นักไอยคุปต์วิทยารุ่นใหม่ แห่งพิพิธภัณฑ์แมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร เป็นคนสำคัญในการเปิดเผยข้อมูลที่พลิกวงการนี้ เพราะมันแทบจะหักล้างความเชื่อเดิม ๆ ที่ยึดถือกันมาตั้งแต่ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยนักโบราณคดีรุ่นแรก ๆ ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นก็เป็นชาวอังกฤษเหมือนกัน

อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ความเข้าใจดั้งเดิมเกี่ยวกับเจตนารมณ์ในการสร้าง มัมมี่ มีช่องโหว่พอสมควร เพราะไม่มีหลักฐานลายลักษณ์อักษรที่หนักแน่น การทำมัมมี่เพื่อรักษาสภาพศพจึง (เกือบ) จะเป็นทฤษฎีที่ “เข้าใจไปเอง” ในหมู่นักโบราณคดี แล้วยึดถือตามกันมา

บริบทสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามเกี่ยวกับทฤษฎีแบบเก่าคือ ทัศนคติต่อ “ความตาย” ของคนยุคนั้น หรือ “ยุควิกตอเรียน” ที่ชาวอังกฤษพยายามอย่างหนักเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับโลกหลังความตาย เมื่อพวกเขาค้นพบและศึกษาเกี่ยวกับมัมมี่ของชาวอียิปต์ จึง “ทึกทัก” ไปว่านี่เป็นวิธีทำให้ผู้วายชนม์มีชีวิตหลังความตายที่สมบูรณ์แบบ และพร้อมสำหรับการฟื้นคืนชีพ

กลับมาที่ทฤษฎีใหม่ ดร. แคมป์เบล ไพรซ์ ยกข้อสนับสนุนเรื่องที่ชาวอียิปต์เชื่อว่า ฟาโรห์ คือ “เทพผู้มีกายหยาบ” (Living God) มาสนับสนุนหลักการของเขา ทั้งยังมีการค้นพบหลักฐานมากมายที่ต่างชี้ให้เห็นว่า การทำศพของฟาโรห์ และราชินีแสดงออกถึงการ “คืนสู่สภาวะเทพ” ร่างไร้วิญญาณของพวกเขาจึงต้องถูกทำให้เป็นรูปเคารพ หรือเทวรูป แม้มัมมี่ของฟาโรห์จะถูกเก็บรักษาไว้อย่างมิดชิด ไม่ได้ตั้งไว้ในตำแหน่งสำหรับสักการะบูชาโดยตรงก็ตาม

ด้วยเหตุนี้ มัมมี่ จึงเป็นนวัตกรรมเพื่อตอบสนองต่อความเชื่อทางศาสนามากกว่าวิทยาการด้านการแพทย์ของชาวอียิปต์โบราณ

ยิ่งเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถจำลองใบหน้าสามมิติของฟาโรห์ จากโครงสร้างกะโหลกศีรษะและบริเวณใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือสร้างความเสียหายให้กับร่างมัมมี่ ช่วยเผยว่าใบหน้าที่แท้จริง (หรือเสมือนจริง) ของมัมมี่บางร่างแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงจากหน้ากากทองคำที่ครอบทับหีบบรรจุร่างมัมมี่ ชิ้นส่วนข้างต้นยังถูกสลักเสลาอย่างงดงามปราณีต จึงอนุมานได้ว่า หน้ากากทองคำ คือการจำลองรูปลักษณ์ของเทพเจ้า ไม่ใช่ใบหน้าที่แท้จริงของเจ้าของร่างมัมมี่เอง

ดร. แคมป์เบล ไพรซ์ กล่าวว่า “มันเป็นความแตกต่างทางความคิดที่ซับซ้อนอย่างยิ่ง แต่มีความสำคัญมาก แนวคิดในอดีตเรื่องวิญญาณจะคืนสู่ร่างและมีการฟื้นคนจากความตายอีกอีกครั้ง ไม่มีการบ่งชี้อย่างชัดเจนในกระบวนการทำมัมมี่หรืองานศิลปะที่เกี่ยวข้องกับมัมมี่มากเท่าที่ควร มันจึงต่างจากที่คนทั่วไปเคยจินตนาการ”

ที่น่าสนใจคือ แม้แต่มัมมี่ที่โด่งดังที่สุดของอียิปต์อย่าง ฟาโรห์ตุตันคามุนซึ่งมีหน้ากาก และชิ้นส่วนประกอบหีบบรรจุอันงดงามอลังการ แต่ศพกลับถูกทำให้เป็นมัมมี่แบบไม่ปราณีตเท่าที่ควร เหมือนขาดการเอาใจใส่ ประเด็นนี้ ดร. แคมป์เบล ไพรซ์ บอกว่า

“หากอ่านจากบันทึกของผู้ค้นพบสุสานเก็บพระศพ ดูเหมือนว่ากระบวนการทำมัมมี่มีจุดบกพร่อง แต่คนโบราณที่จัดการพระศพไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขาทำอะไรลงไป ดังนั้น ร่างมัมมี่ของตุตันคามุนจึงถูกถนอมรักษาไว้ไม่ดีเท่าที่ควร นั่นเพราะการสร้างรูปลักษณ์ของผู้วายชนม์ให้เหมือนตัวจริงก่อนเสียชีวิต แบบที่เห็นแล้วจำได้ทันที ไม่ใช่วัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของคนทำมัมมี่มาตั้งแต่แรก

ชาวอียิปต์โบราณถือว่ารูปเคารพมีความศักดิ์สิทธิ์ดั่งเทพเจ้า รวมถึงภาพวาดและภาพสลักที่ถือเป็นตัวแทนของเทพเจ้าด้วย โดยถือว่าภาพสัญลักษณ์เหล่านี้มีความศักดิ์สิทธิ์อยู่ในตัวของมันเอง”

ส่วนการบรรจุอวัยวะภายในใส่ โถคาโนปิค (Canopic jars)ดร. แคมป์เบล ไพรซ์ ชี้ว่าเป็นกระบวนการทำให้อวัยวะเหล่านั้นมีความ “ศักดิ์สิทธิ์” คู่ควรกับร่างกายส่วนหลักที่กลายเป็นเทวรูปหรือแบบจำลองแห่งเทพเจ้าไปแล้ว

แม้ทฤษฎีของ ดร. แคมป์เบล ไพรซ์ จะฟังดูสมเหตุสมผล แต่ยังมีนักไอยคุปต์วิทยาจำนวนไม่น้อยที่ยืนกรานทฤษฎีแบบเดิม ซึ่งไม่ใช่การดันทุรังแต่อย่างใด พวกเขาเองก็มีเหตุผลรองรับเช่นกัน เพราะแม้มัมมี่ชนชั้นสูงหลายร่างจะดูคล้ายเทวรูปจริง ๆ แต่ยังมีอีกหลายร่างที่ดูเหมือนมนุษย์ที่กำลังหลับใหล ทั้งภาพวาดหรืองานสลักยังปรากฏร่องรอยตำหนิที่บ่งชี้อัตลักษณ์ของผู้วายชนม์ไว้ด้วย เพื่อให้วิญญาณสามารถจำร่างกายเดิมของตนได้

ดร. สตีเฟน บักลีย์นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัยยอร์ก หนึ่งในผู้เห็นแย้งกับทฤษฎีใหม่อย่างเปิดเผย กล่าวว่า “แน่นอนว่าจุดประสงค์การทำมัมมี่ของชาวอียิปต์โบราณไม่ใช่การรักษาสภาพศพให้อยู่ทนนานเพียงอย่างเดียว แต่การปฏิเสธแนวคิดดังกล่าวไปอย่างสิ้นเชิง ดูจะผิดประเด็นไปเสียหน่อย”

หากเปิดใจให้กว้างแล้วพิจารณาเหตุผลกับข้อสนับสนุนของทุกฝ่ายอีกครั้ง อาจจะเป็นการด่วนตัดสินเกินไปที่จะชี้ขาดว่า มัมมี่ คือการรักษาสภาพศพ หรือคือการสร้างเทวรูป เพราะมันอาจเป็นทั้งสองอย่าง หรือเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน เพราะค่านิยมหรือความเชื่อที่แปรเปลี่ยนไป ก็เป็นได้…

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

BBC NEWS ไทย. (8 มกราคม 2023) : “มัมมี่ไม่ใช่การรักษาสภาพศพ ที่แท้ชาวอียิปต์โบราณจงใจสร้าง ‘เทวรูป’ ”.

Jennifer Nalewicki, Live Science (Nov 22, 2022) : Ancient Egyptian mummification was never intended to preserve bodies, new exhibit reveals.

Marianne Guenot, Insider (Dec 30, 2022) : Did we get Egyptian mummification totally wrong? It might have nothing to do with preserving the body after death, experts say.

Vanessa Thorpe, The Guardian (Nov 12, 2022) : Dead wrong: Victorians ‘mistaken’ about why Egyptians mummified bodies.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เข้าใจผิดกันหมด!? “มัมมี่” ของอียิปต์ ไม่ใช่การรักษาสภาพศพ แต่เพื่อสร้างเทวรูป!

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...