โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ผู้ว่าฯ กทม. จับมือ สปสช. ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข เดินหน้า 4 นโยบายเพื่อชาวกรุง

สวพ.FM91

อัพเดต 21 ก.พ. 2566 เวลา 19.35 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2566 เวลา 19.35 น.

ผู้ว่าฯ กทม. จับมือ สปสช. ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข เดินหน้า 4 นโยบายเพื่อชาวกรุง

(21 ก.พ. 66) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประชุมหารือร่วมกับคณะอนุกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติระดับเขตพื้นที่ (อปสข.) เขต 13 กรุงเทพมหานคร สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

การประชุมวันนี้ เป็นการขับเคลื่อนนโยบายผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ด้านการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อพัฒนาระบบหลักประกันสุขภาพในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และเชื่อมโยงแผนยุทธศาสตร์ อปสข. ที่เน้น 3 เรื่องหลัก คือ พัฒนาระบบบริการปฐมภูมิ และงานสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ระบบบริการทุติยภูมิ-ตติยภูมิ และการเข้าถึงบริการของกลุ่มเปราะบาง โดยคณะอนุกรรมการฯ ได้มีข้อเสนอต่อผู้ว่าฯ กทม. ในประเด็นสำคัญคือ การยกระดับให้ศูนย์บริการสาธารณสุขเป็นผู้จัดการพื้นที่ (Efficient Area Manager) ให้สามารถดูแลสุขภาพประชาชนกรุงเทพมหานครในพื้นที่รับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเริ่มต้นจากประชากรเฉพาะกลุ่ม 4 กลุ่มก่อน ได้แก่

1) เด็กนักเรียนที่มีปัญหาทางสายตาให้ได้รับแว่นตาครบทุกโรงเรียนในเขตกรุงเทพมหานคร เป้าหมาย 20,000 คน

2) ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ได้รับการดูแล ( LTC: Long Term care) เป้าหมาย 20,000 คน

3) ผู้ป่วยระยะกลาง อาทิ stroke, บาดเจ็บทางสมอง/ไขสันหลัง และข้อสะโพกหัก ได้รับการฟื้นฟูใกล้บ้านอย่างต่อเนื่อง (IMC: Intermediate care) เป้าหมาย 10,000 คน

4) ประชาชนต่างจังหวัดที่มาทำงานและอาศัยใน กทม. (ประชากรแฝง) จำนวน 700,000 คน ย้ายสิทธิมาลงทะเบียนให้มีสถานพยาบาลประจำอยู่ในกทม. เพื่อให้ได้รับบริการสาธารณสุขที่สถานพยาบาลใกล้ที่พัก

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวภายหลังการประชุมว่า ปัญหาหลักสำคัญของกทม.คือเรื่องความเหลื่อมล้ำ การจะแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้เรื่องสาธารณสุขกับการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสาธารณสุข กทม.ต้องทำหน้าที่เป็นหน่วยปฐมภูมิหรืออย่างที่เรายึดมาตลอดคือเรื่องเส้นเลือดฝอย หน้าที่เราคือกระจายระบบสาธารณสุขลงเส้นเลือดฝอยให้มากที่สุด มีอุปกรณ์สำคัญคือ ศูนย์บริการสาธารณสุขทั้ง 69 แห่ง ซึ่งเป็นด่านแรกที่จะปะทะ ดูแลป้องกันคือหน่วยปฐมภูมิ เพราะฉะนั้นกทม. ต้องทำหน้าที่เป็น Area Manager หรือผู้จัดการพื้นที่ในการดูแล กทม.เองไม่สามารถทำคนเดียวได้เพราะมีข้อจำกัดเรื่องสถานที่และบุคลากร ดังนั้นแนวคิดคือเราเป็นผู้จัดการบริหารทรัพยากรในพื้นที่ อาจมีคลินิกชุมชนอบอุ่น มีร้านยา มีหน่วยต่าง ๆ มีอสส. ที่อยู่ในพื้นที่ ทั้งหมดต้องเป็นเนื้อเดียวกัน โดยมีศูนย์บริการสาธรณสุขเป็นผู้จัดการพื้นที่ และมีการเชื่อมต่อสูงขึ้นไปคือโรงพยาบาลที่เป็นแม่ข่ายเชื่อมกลับมายังศูนย์บริการสาธารณสุข และเชื่อมไปสู่หน่วยย่อยลงมาเพื่อให้เกิดภาพที่สมบูรณ์ได้ เพราะฉะนั้น 4 ข้อที่กำหนดมาเป็นผลของการบริหารจัดการ ถ้าเราทำ 4 ข้อนี้ได้สำเร็จ แสดงว่าเราเป็น Area Manager ที่มีคุณภาพได้ สำหรับวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ความร่วมมือตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญในการจะแก้ปัญหาเรื่องความยากจน ความเหลื่อมล้ำในกรุงเทพมหานคร ถ้าเราดูแลสุขภาพให้ดี มีโรงเรียนที่ดี สุดท้ายแล้วประชาชนก็จะมีการพัฒนาตัวเอง มีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น และอีก 6 เดือนจะกลับมาประชุมติดตามว่าผลลัพธ์ของโครงการมีความสำเร็จมากน้อยเพียงใด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...