'ภูเก็ต' แตก 'รัสเซีย' ทะลัก เหมาซื้อ-เช่าพูลวิลล่า ดันตลาดบูม แห่ผุดโปรเจ็กต์รายวัน
‘ภูเก็ต’ แตก ‘รัสเซีย’ ทะลัก เหมาซื้อ-เช่าพูลวิลล่า ดันตลาดบูม แห่ผุดโปรเจ็กต์รายวัน
ทำเลเมืองท่องเที่ยวของประเทศไทยเริ่มคึกคัก หลังเปิดประเทศมีต่างชาติมาเที่ยวและเข้ามาอยู่อาศัยระยะยาวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มยุโรป “รัสเซีย” ที่หนีหนาว หนีสงคราม เลือกปักหมุด “ภูเก็ต” ไข่มุกอันดามัน เป็นที่พักใจ พักกาย
“พัทธนันท์ พิสุทธิ์วิมล” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ภูเก็ต กล่าวว่า ตอนนี้นักท่องเที่ยวที่เข้ามาภูเก็ตจำนวนมาก เป็นกลุ่มรัสเซียที่เข้ามาวันละ 1 แสนคน เนื่องจากหนีหนาวและหนีสงครามมาอยู่เต็มเกาะภูเก็ต โดยเหมาซื้อพูลวิลล่าราคา 50-60 ล้านบาท เป็นโซนไว้อยู่อาศัย และมีบางกลุ่มที่เช่าอยู่ยาว 6 เดือนถึง 1 ปี ทำให้ตลาดพูลวิลล่าเป็นที่นิยมและต้องการมาก
“ตลาดเช่าตอนนี้มีไม่พอ และอัตราค่าเช่าเพิ่มขึ้น 2-3 เท่า จากช่วงโควิดอยู่ที่ 20,000 บาท เป็น 40,000-60,000 บาทต่อเดือน ขณะที่โครงการใหม่ก็เกิดขึ้นรายวัน หลังพูลวิลล่าบูมจัด มีทุนท้องถิ่น ทุนจากส่วนกลางและต่างชาติที่ตั้งบริษัทขึ้นมาลงทุนกันเยอะมาก กระจายหลายพื้นที่ แต่เป็นขนาดไม่ใหญ่ มีจำนวน 9 หลัง ราคา 10-100 ล้านบาท เพราะถ้าเกินต้องขออนุญาตจัดสรรและขายได้เร็ว” พัทธนันท์ระบุ
สำหรับ นักท่องเที่ยวจีน นั้น “พัทธนันท์” บอกว่า หลังจีนเปิดประเทศเริ่มจะทยอยมีเข้ามามากขึ้น ในหลากหลายรูปแบบ เช่น มีเอเย่นต์มาติดต่อซื้อคอนโดมิเนียม หรือพูลวิลล่าให้กับลูกค้าจีน หรือมาทำโปรเจ็กต์ร่วมกัน แต่ยังไม่มากนักเมื่อเทียบกับก่อนโควิด ส่วนใหญ่ยังเป็นนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท่องเที่ยวมากกว่า
“นักลงทุนจีนที่ยังมีไม่มาก อาจจะเป็นเพราะจีนเพิ่งเปิดประเทศ และการลงทุนยังเป็นกลุ่มเดิมๆ ประกอบกับอสังหาริมทรัพย์ที่ประเทศจีนก็มีปัญหาด้วย เลยยังไม่หวือหวาเท่ากับกลุ่มรัสเซีย แต่คาดว่ากลุ่มคนจีนจะกลับมาร้อนแรงตั้งแต่กลางปีนี้ ซึ่งจะทำให้ภูเก็ตที่ตอนนี้เริ่มแน่นจะยิ่งมากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันรถก็เริ่มติดแล้วเช่นกัน” พันธนันท์กล่าว และว่า
ในช่างปี 2565 มีกลุ่มทุนต่างชาติ รวมถึงคนจีน เข้ามาลงทุนทำธุรกิจในภูเก็ตมีมาอย่างต่อเนื่องถึงปัจจุบัน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวหลังโควิด ทั้งธุรกิจโรงแรมที่ซื้อในช่วงโควิด ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งร่วมกับผู้ประกอบการท้องถิ่นและตั้งเป็นบริษัทมีคนไทยถือหุ้น 51% ทำโครงการคอนโดมิเนียมและพูลวิลล่าขาย ส่วนธุรกิจร้านอาหารก็มี ส่วนใหญ่เป็นคนจีนที่ไม่ได้อยู่ในประเทศจีนที่มาลงทุน เป็นจีนจากฮ่องกงและมาเก๊า
ด้านความเคลื่อนไหวของทุนส่วนกลางเข้าไปลงทุนในภูเก็ต เช่น กลุ่มออริจิ้นที่ไปซื้อที่ดินไว้ 100-200 ไร่ แสนสิริ ศุภาลัย เป็นต้น
ล่าสุด “กรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ระบุว่า เมื่อปลายปีที่แล้วได้ร่วมทุนกับบริษัท โบทานิก้า ลักซูรี่ ภูเก็ต จำกัด ในโครงการโบทานิก้า แกรนด์ อเวนิว ตั้งอยู่บนหาดบางเทา จ.ภูเก็ต มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท พัฒนาป็นพูลวิลล่าระดับลักชัวรี่ บนเนื้อที่ 178 ไร่ ระดับราคา 40-60 ล้านบาท เป็นรูปแบบลีสต์โฮล ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ เช่น สแกนดิเนียเวีย ยุโรป ฮ่องกง รัสเซีย และจีนคาดว่าจะมีเข้ามามากขึ้นหลังเปิดประเทศ
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง