โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

จุดเปลี่ยนตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง กับ ‘Magic Price Point’

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 มี.ค. 2566 เวลา 14.17 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2566 เวลา 01.00 น. • The Bangkok Insight

ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย กำลังเข้าสู่ยุคเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การแข่งขันของผู้เล่นรายใหญ่ของอุตสาหกรรม ด้วยการตัดสินใจขึ้นราคาเครื่องดื่มในรอบหลายปี นำโดยกลุ่ม "โอสถสภา" ที่ปรับราคาขาย M-150 จาก 10 บาท เป็น 12 บาท เมื่อช่วงต้นปี 2565 ล่าสุดตามมาด้วย"กระทิงแดง" ประกาศปรับราคาขายปลีกกระทิงแดงสูตรคลาสสิก เป็น 12 บาทเช่นกัน โดยเริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566

เท่ากับว่าตอนนี้ 2 จาก 3 เจ้าใหญ่แห่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง ทั้ง M-150 และกระทิงแดง ยอมตัดใจทิ้ง Magic Price Point ที่ขวดละ 10 บาท ถือได้ว่าเป็นเวทย์มนต์ทางการตลาด เพราะเป็นราคาพิเศษที่ซื้อง่ายขายคล่อง ผู้บริโภคพร้อมจะควักเงินจ่ายโดยไม่ต้องคิดมาก และมองว่าเป็นราคาที่มีความคุ้มค่า โดยปัจจุบันเหลือเพียง "คาราวบาวแดง" เท่านั้นที่ยังคงตรึงราคานี้ไว้อยู่

การเลือกวางกลยุทธ์ราคาแบบ Magic Price Point ถูกใช้มาอย่างยาวนามกับตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในบ้านเรา เนื่องจากในทางเศรษฐศาสตร์สินค้ากลุ่มนี้จัดว่าเป็น Substitute Goods หรือ สินค้าทดแทนกันได้ พูดง่ายๆ คือสินค้าของแต่ละแบรนด์มีความใกล้เคียงกันมาก ทำให้ถ้าสินค้าตัวใดตัวหนึ่งขึ้นราคา คนก็จะหนีไปซื้อสินค้าอีกตัวหนึ่งแทน ยกตัวเองให้เห็นภาพชัดๆ ก็อย่างเช่น โค้กกับเป๊บซี่ เป็นต้น

เพราะฉะนั้น การปรับขึ้นราคาแม้แต่บาทเดียว ก็สามารถบีบให้ปริมาณการขายหดตัวไปได้มหาศาลเลย ด้วยลักษณะของสินค้าที่มีความยืดหยุ่นของอุปสงค์ต่อราคา (Price elasticity of demand) และมีการแข่งขันที่สูงเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การประกาศขึ้นราคาติดกันแบบนี้ คงแปลได้ว่าผู้ประกอบการอั้นไม่ไหวจริงๆ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากเงินเฟ้อที่ทำให้ต้นทุนต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งค่าแรงและค่าน้ำมัน รวมไปถึงก่อนหน้านี้ที่มีการปรับขึ้นภาษีน้ำตาล

ข้อมูล ณ สิ้นปี 2565 พบว่าส่วนแบ่งการตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศไทย ประกอบด้วย

อันดับ 1 : M150 บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น OSP ครองส่วนแบ่ง 47.3%

อันดับ 2 : กระทิงแดง บริษัท ที.ซี.ฟาร์มาซูติคอล อุตสาหกรรม จำกัด (TCP) ครองส่วนแบ่ง 22.7%

อันดับ 3 : คาราบาวแดง บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ หุ้น CBG ครองส่วนแบ่ง 20.7%

หากย้อนดูการไทม์ไลน์ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ จะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อไตรมาส 2/65 ที่ผ่านมา หลักจากที่ OSP ปรับราคาขาย M-150 ขึ้น 20% เป็นขวดละ 12 บาท นับเป็นการขึ้นราคาครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งส่งผลให้ส่วนแบ่งการตลาดของ M-150 ได้ลดลงจาก 54.6% เหลือ 47.3% ในปัจจุบัน เนื่องด้วยธรรมชาติของตลาดมีความอ่อนไหวต่อราคาสูงมาก

สำหรับผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดในตอนนั้น คือ กระทิงแดง โดย TCP ซึ่งไม่ใช่บริษัทจดทะเบียน โดยได้สร้างส่วนแบ่งการตลาดจาก 17.7% ในปี 2564 เพิ่มเป็น 22.7% ในปัจจุบัน ขณะที่ส่วนแบ่งการตลาดคาราบาวแดง ของ CBG ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ทว่าการที่กระทิงแดงประกาศขึ้นราคาขายตามในปีนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญอีกครั้งของการโยกส่วนแบ่งยอดขายไปสู่ผู้เล่นรายอื่น

บล.บัวหลวง วิเคราะห์ว่า แนะนำให้นักลงทุนติดตามกลุ่มเครื่องดื่มชูกำลังอย่างใกล้ชิด โดยหุ้น CBG จะได้ประโยชน์ต่อราคาหุ้น 5-10 บาทต่อหุ้น คาดว่า CBG มีตัวเลือกในการขึ้นราคาขายในทันที หรืออาจจะชะลอออกไปสักระยะหนึ่งเพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งตลาด

ในส่วนของหุ้น OSP อาจได้ประโยชน์ต่อราคาหุ้น 4 บาทต่อหุ้น โดยคาดว่าส่วนแบ่งการตลาดของบริษัทจะกลับมาอยู่ในระดับเดิมในปี 2564 และมีอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แต่ไม่ถึงระดับในปี 2564 เนื่องจากต้นทุนอะลูมิเนียม ก๊าซธรรมชาติ ไฟฟ้า และแรงงาน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...