โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Honda CR-V e:HEV RS 4WD EL 4WD เจเนอเรชันใหม่ สดใส ซาบซ่า

autoinfo.co.th

อัพเดต 07 เม.ย. 2566 เวลา 17.14 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2566 เวลา 16.09 น.

Honda CR-V เจเนอเรชันที่ 6 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นล่าสุด เปิดตัวเป็นทางการในบ้านเราเป็นประเทศที่ 2 ในโลก ต่อจากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยรถรุ่นนี้เป็น Global Model ที่ได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทุกเจเนอเรชันมาเกือบ 3 ทศวรรษ และมียอดขายสะสมกว่า 13 ล้านคันทั่วโลก
Honda CR-V เจเนอเรชันที่ 6 ถือเป็นการยกระดับไปอีกขั้น โดยเป็นครั้งแรกที่มีขุมพลังไฮบริด e:HEV และขุมพลัง 1.5 ลิตร VTEC TURBO กับระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้ออัตโนมัติ (Real Time AWD with E-DPS) ให้เลือกใช้ พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย และมีให้เลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระท้ายกว้างขวาง

ภาพประกอบ : Honda CR-V e:HEV RS 4WD EL 4WD เจเนอเรชันใหม่ สดใส ซาบซ่า

ภายนอก
เน้นความหรูหรา และแข็งแกร่ง
ออกแบบภายใต้แนวคิด “Sporty and Functional Body Frame” ที่ให้ความสำคัญกับความหรูหรา แข็งแกร่ง แต่ยังรองรับการใช้งานได้อย่างลงตัว เริ่มจากการเพิ่มความยาว และความกว้างของฐานล้อหน้า/หลัง ซึ่งช่วยเพิ่มความมั่นคงในการขับขี่ กระจังหน้าดีไซจ์นใหม่สีดำ Piano Black ไฟส่องสว่างรอบคันแบบ LED เปิดมุมมองใหม่ที่พรีเมียมยิ่งขึ้นกับหลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (ยกเว้นรุ่นเริ่มต้น) สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วย ฝากระโปรงท้ายเปิด/ปิดด้วยระบบไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ สำหรับรุ่น e:HEV RS 4WD จะถูกยกระดับความสปอร์ทอีกขั้น เริ่มจากสัญลักษณ์ RS ประดับที่กระจังหน้า กันชนหน้า/หลัง และชายกันกระแทกด้านข้างสีเดียวกับตัวรถ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวสีดำ Piano Black และที่สังเกตได้ชัดเจนที่สุด คือ ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ในขณะที่รุ่นย่อยอื่นๆ จะเป็นล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

ภาพประกอบ : Honda CR-V e:HEV RS 4WD EL 4WD เจเนอเรชันใหม่ สดใส ซาบซ่า

ภายใน
เบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง มีเฉพาะรุ่น EL 4WD
ห้องโดยสารออกแบบด้วยแนวคิด “High Quality but Tough” เน้นผิวสัมผัสคุณภาพสูง และความทนทาน เน้นความหรูหราแต่เรียบง่าย และจัดวางองค์ประกอบได้ลงตัว ห้องโดยสารมีความกว้างขวาง สะดวกสบาย เงียบ และคงไว้ซึ่งอรรถประโยชน์เพียบ พร้อมไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกอิสระ ซ้าย/ขวา และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถว 2 และ 3 (เฉพาะรุ่น EL 4WD) เบาะนั่งคู่หน้าแบบปรับไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำของฝั่งผู้ขับขี่ จอ TFT แสดงผลการขับขี่ขนาด 10.2 นิ้ว พวงมาลัยมัลทิฟังค์ชันพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และแพดเดิล ชิฟท์ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส ขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto การจัดเลย์เอาท์ของฟังค์ชันต่างๆ ถูกวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม ส่วนรายละเอียดการตกแต่งของรุ่น e:HEV RS 4WD จะตกแต่งภายในด้วยอลูมิเนียมปัดเงาสลับสีดำ Piano Black เบาะหนังสีดำเดินด้ายแดงเช่นเดียวกับพวงมาลัย ชุดแป้นเหยียบแบบสปอร์ท พร้อมระบบเครื่องเสียง BOSE ลำโพง 12 ตัว เฮดอัพดิสเพลย์ (HUD) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ i-Dual Zone ระบบฟอกอากาศ Plasmacluster และระบบนำทาง

ภาพประกอบ : Honda CR-V e:HEV RS 4WD EL 4WD เจเนอเรชันใหม่ สดใส ซาบซ่า

เครื่องยนต์
มีให้เลือกทั้งไฮบริด และเบนซินเทอร์โบ
ขุมพลังของ Honda CR-V e:HEV RS 4WD เป็นเครื่องยนต์เบนซิน Direct Injection Atkinson-Cycle 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลัง 148 แรงม้า ที่ 6,100 รตน. แรงบิดสูงสุด 18.7 กก.-ม. ที่ 4,500 รตน. ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ได้แก่ มอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) ให้กำลัง 184 แรงม้า ที่ 5,000-8,000 รตน. แรงบิดสูงสุด 34.2 กก.-ม. ที่ 0-2,000 รตน. พร้อมเกียร์อัตโนมัติแปรผัน E-CVT รุ่นล่าสุด ที่มีการเพิ่มระบบ Lock-up Low Clutch เป็นครั้งแรก จากเดิมที่มีเฉพาะ Lock-up High Clutch เพื่อช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองจากภาระที่เครื่องยนต์ต้องสร้างกระแสไฟฟ้าป้อนให้แบทเตอรีลิเธียม-ไอออน ซึ่งการเพิ่มชิ้นส่วนดังกล่าว ทำให้เครื่องยนต์มีหน้าที่ขับเคลื่อนช่วงความเร็วต่ำด้วย โดยให้กำลังสุทธิ 207 แรงม้า ขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Real Time AWD ควบคุมด้วย E-DPS (Electric Dual Pump System)
สำหรับขุมพลังของ Honda CR-V EL 4WD เป็นแบบเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ความจุ 1.5 ลิตร VTEC TURBO จ่ายเชื้อเพลิงแบบฉีดตรงเข้าห้องเผาไหม้ พร้อมระบบวาล์วแปรผันคู่ พ่วงระบบอัดอากาศด้วยเทอร์โบ และอินเตอร์คูเลอร์ ควบคุมแรงดันด้วยเวสเกทไฟฟ้า ซึ่งเป็นบลอคเดียวกับที่ประจำการใน Honda Civic แต่ได้รับการปรับปรุงให้มีช่วงพละกำลัง และแรงบิดที่เหมาะสมกับขนาดของตัวรถ โดยการปรับปรุงท่อร่วมไอดี และไอเสียใหม่ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า ที่ 6,000 รตน. แรงบิดสูงสุดแบบ “ฟแลท-ทอร์ค” 24.5 กก.-ม. ที่ 1,500-5,000 รตน. รองรับเชื้อเพลิงแกสโซฮอล อี 85 ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติแปรผัน CVT

ภาพประกอบ : Honda CR-V e:HEV RS 4WD EL 4WD เจเนอเรชันใหม่ สดใส ซาบซ่า

ระบบรองรับ
นุ่มนวล และมั่นคง
ระบบรองรับด้านหน้าเป็นแบบอิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท ด้านหลังเป็นแบบอิสระ มัลทิลิงค์ ให้ความรู้สึกนุ่มนวลในช่วงความเร็วต่ำ และมั่นคงไม่ยวบยาบในช่วงความเร็วสูง พวงมาลัยเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าแบบดูอัลพิเนียน หรือตัวหนอนคู่ (DP-EPS) ปรับเซทน้ำหนักมาได้อย่างลงตัวทุกช่วงความเร็ว การบังคับควบคุมทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการตอบสนองฉับไว ส่วนเรื่องการหยุดมั่นใจด้วยจานเบรค 4 ล้อ ด้านหน้ามาพร้อมช่องระบายอากาศ พร้อมระบบช่วยเหลือครบครัน อาทิ ระบบช่วยการทรงตัว VSA (Vehicle Stability Assist), ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA: Hill Start Assist), ABS, EBD ฯลฯ

ภาพประกอบ : Honda CR-V e:HEV RS 4WD EL 4WD เจเนอเรชันใหม่ สดใส ซาบซ่า

สรุป
สมรรถนะน่าประทับใจ
การทดลองขับครั้งนี้ใช้เส้นทางในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้สื่อมวลชนได้สัมผัสสมรรถนะเหมือนการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นสภาพการจราจรในตัวเมืองเชียงใหม่ ไฮเวย์ และเส้นทางคดเคี้ยวขึ้น/ลงเขา ช่วงแรกเป็นการทดลองขับ Honda CR-V EL 4WD ผ่านสภาพการจราจรหนาแน่นปานกลางของ อ. เมือง จ. เชียงใหม่ จากนั้นจึงเข้าสู่ช่วงไฮเวย์ที่ทำความเร็วได้ การตอบสนองของเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลังทำงานผสานกันได้ดีมาก มีการตอบสนองฉับไว ช่วงความเร็วต่ำเครื่องยนต์มีความกระฉับกระเฉงเหลือเฟือ แม้จะมีความจุแค่ 1.5 ลิตร แต่ช่วงเร่งแซงตอบสนองทันอกทันใจ จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้รอบสูงเกินความจำเป็น เพราะแรงบิดสูงสุดที่มีให้ใช้ต่อเนื่องตั้งแต่รอบต่ำยันรอบสูงนั่นเอง สำหรับช่วงความเร็วเดินทางที่เกียร์สุดท้าย เน้นลดรอบเครื่องยนต์ให้ต่ำเพื่อลดอัตราสิ้นเปลือง
สำหรับการทดลองขับ Honda CR-V e:HEV RS 4WD เส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางคดเคี้ยวขึ้น/ลงเขา (ทางไปม่อนแจ่ม) ระบบรองรับทำงานได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการซึมซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน การยึดเกาะที่มีประสิทธิภาพ อาการเอียงของตัวรถเกิดขึ้นน้อย แม้เข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี โหมดการขับขี่แต่ละประเภทให้การตอบสนองแตกต่างกันชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น Sport Mode, Normal Mode และ Econ Mode การตอบสนองของขุมพลังฟูลล์ไฮบริด มีแรงบิดให้ใช้เหลือเฟือ เสียงการทำงานของเครื่องยนต์มีให้ได้ยินเพียงแผ่วๆ การเปลี่ยนโหมดของระบบไฮบริดทำงานราบเรียบไร้รอยต่อ ตั้งแต่จุดหยุดนิ่งจนถึงความเร็วสูง
ส่วนการทำงานของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของ Honda CR-V ทั้ง 2 รุ่น มีการส่งถ่ายกำลังแปรผันระหว่างล้อหน้า/หลัง ได้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ ถือว่าพัฒนามาได้ลงตัว โดยสามารถแปรผันการแบ่งถ่ายกำลังสูงสุดอัตราส่วน 50:50 (เจเนอเรชันที่ 5 แปรผันสูงสุดอัตราส่วน 60:40) ซึ่งมีส่วนช่วยอย่างมากในการเพิ่มเสถียรภาพการยึดเกาะกับทุกสภาพพื้นผิว และมีการทำงานที่ฉับไวแต่นุ่มนวลแบบไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลง หากไม่สังเกตที่จอแสดงผล
นอกจากนี้เราได้ทดสอบเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING บนเส้นทางการทดสอบ โดยทุกระบบทำงานได้สมบูรณ์น่าประทับใจ ไม่มีอะไรให้ติติง ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรค (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) เว้นแค่ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) เพราะทดลองขับเวลากลางวัน
คงจะได้ใจแฟนขาประจำไม่น้อย สำหรับครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นฮิทของบ้านเรา เพราะรอบนี้มาแบบ “จัดเต็ม” ทั้งขุมพลังฟูลล์ไฮบริด e:HEV กับขุมพลัง Downsizing พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูง ฟีเจอร์ฟังค์ชันอีกหลายสิ่งอย่าง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ภาพประกอบ : Honda CR-V e:HEV RS 4WD EL 4WD เจเนอเรชันใหม่ สดใส ซาบซ่า

ข้อมูลจำเพาะ Honda CR-V e:HEV RS 4WD & Honda CR-V EL 4WD
ผู้จัดจำหน่าย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด
โทร. 02-341-7888
ยาว/กว้าง/สูง (มม.) 4,691/1,866/1,691 - 4,691/1,866/1,691
ช่วงล้อ หน้า/หลัง (มม.) 1,612/1,638 – 1,613/1,640
ฐานล้อ (มม.) 2,700 – 2,700
น้ำหนัก (กก.) 1,815 – 1,749
ความจุถังเชื้อเพลิง (ลิตร) 57 - 57
เครื่องยนต์
แบบ เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC - แบบ เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC VTEC TURBO
ความจุ (ซีซี) 1,993 – 1,498
กระบอกสูบ/ช่วงชัก มม.) 81.0/96.7 – 73.0 x 89.5
อัตราส่วนกำลังอัด 10.3:1 – 13.9:1
กำลังสูงสุด (แรงม้า/รตน.) 148/6,100 – 190/6,000
แรงบิดสูงสุด (กก.-ม./รตน.) 18.7/4,500 – 24.5/1,500-4,500
ระบบจ่ายเชื้อเพลิง หัวฉีดมัลทิพอยท์ PGM-FI
กำลังมอเตอร์ ไฟฟ้าสูงสุด (แรงม้า) 184/5,000-8,000 รตน. – n/a
แรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด (กก.-ม.) 34.2/0-2,000 รตน. – n/a
กำลังรวมสูงสุด (แรงม้า) 207 – n/a
ระบบถ่ายทอดกำลัง
เกียร์ (จังหวะ) E-CVT – CVT
ขับเคลื่อน (ล้อ) 4 อัตโนมัติ (REAL TIME AWD)
ระบบรองรับ
หน้า อิสระ แมคเฟอร์สันสตรัท เหล็กกันโคลง
หลัง อิสระ มัลทิลิงค์ เหล็กกันโคลง
ระบบบังคับเลี้ยว
แบบ ดูอัลพิเนียน พร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (DP-EPS)
ระบบห้ามล้อ
แบบ เอบีเอส อีบีดี
หน้า จาน พร้อมช่องระบายความร้อน
หลัง จาน
ราคา (บาท) 1,729,000 – 1,649,000

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...