โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปมหากาพย์ดราม่า ‘ชูวิทย์’ VS ‘ทนายตั้ม’ กับมหาศึกถุงเงิน 6 ล้าน

INN News

เผยแพร่ 29 มี.ค. 2566 เวลา 03.50 น. • INN News

กลายเป็นดราม่าร้อนแรงแข่งอากาศหน้าร้อนเมืองไทยไปแล้วกับศึก 2 นักแฉระหว่าง ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ที่กล่าวหา เฮียชู ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ ว่าเจ้าตัวทำเนียนแฉเรื่องฉาวของคนอื่น แต่อันที่จริงกลับ ‘แฉไป ไถมา’ แอบรับเงินจากธุรกิจสีเทากว่าหลักล้านบาทเพื่อให้จบเรื่อง

จนท้ายที่สุด นายชูวิทย์ ก็ต้องออกมาแก้ข่าว พร้อมจัดหนักจัดเต็มแฉอีกฝ่ายกลับว่าตัวเองก็ ‘แถลงไป ไถไป’ เหมือนกัน จนเรื่องทั้งหมดแทบจะบานปลายออกทะเลแล้ว

เรื่องราวจะเป็นมาอย่างไร วันนี้เรามาสรุปให้แล้ว

จุดเริ่มต้นประเด็น ‘ถุงเงิน 6 ล้าน’

  • ในวันที่ 22 มีนาคม 2566 อยู่ๆเฟซบุ๊กของ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือทนายตั้ม ได้โพสต์ภาพถุงกระดาษ 2 ใบที่ภายในบรรจุเงินสดก้อนใหญ่อยู่ไว้อยู่ทั้งสองถุง พร้อมแคปชั่นว่า “แฉไป แถไป”
  • พร้อมเขียนข้อความเพิ่มเติมในคอมเมนต์อธิบายต่อว่า “ไถสีเทามา 50 ล้าน บริจาคเอาหน้าที่ละ 3 ล้าน สร้างประเด็นตีข่าวแล้วไถ ใครยอมจ่ายก็ไม่พูดถึง เราจะยกย่องคนแบบนี้เป็นฮีโร่จริงหรือ”
  • ซึ่งคำว่า ‘สีเทา’ ทำให้หลายคนส่วนใหญ่โยงไปถึง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตเจ้าพ่อวงการอ่างและอดีตนักการเมือง ที่ผันตัวมาแฉเบื้องหลังหลายคดี เช่น ปมทุจริตนักการเมือง เรื่องฉาววงการตำรวจ เว็บพนันออนไลน์ ไปจนถึง คดีธุรกิจทุนจีนสีเทา ที่เป็นประเด็นร้อน ประเด็นดังเมื่อปลายปีที่ผ่านมาด้วยเช่นกัน
  • โดยหลังจากนั้นไม่นาน นายชูวิทย์ ได้ออกมาแก้ข่าว ผ่านการโพสต์ภาพตัวเองถือป้ายบริจาคเงินจำนวน 6 ล้านบาทให้แก่ รพ.ธรรมศาสตร์ และ รพ.ศิริราช
  • ก่อนจะเขียนแคปชั่นยอมรับว่า นายชูวิทย์ได้รับเงินจากนายตำรวจผู้ใหญ่นายนึงจริง และเป็นเงินของ “สารวัตรซัว” อดีตตำรวจที่ตนเคยแฉว่าเป็นเจ้าของเว็บพนันรายใหญ่ เพื่อแลกกับการให้หยุดกล่าวถึง
  • โดย นายชูวิทย์ ชี้แจงผ่านโพสต์ดังกล่าวต่อว่า “แม้เขาเองจะปฏิเสธที่จะไม่รับแล้ว แต่ยังถูกยัดเยียด จึงตัดสินใจนำเงินไปบริจาคให้โรงพยาบาลตามรูป…จะเรียกผมว่าอะไรก็ได้ นักบุญ คนบาป โรบินฮู้ด นักแฉใจบุญ”
  • นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ตั้งคำถามกลับไปถึง ทนายตั้ม ถึงภาพถุงเงินที่ทนายตั้มออกมาแฉนั้น คนที่จะถ่ายได้ต้องเป็นเจ้าของเงิน แล้วทนายตั้มไปเอารูปมาได้อย่างไร?
  • ส่งผลให้ชาวเน็ตในตอนแรก เริ่มเอนเอียงทันทีว่า ฝั่งทนายตั้มนั้น ถูกคู่อริของคุณชูวิทย์จ้างมาแฉหรือไม่? อย่างไร?

‘ทนายตั้ม’ สงสัย ‘ชูวิทย์’ ไถเงินธุรกิจสีเทา

  • วันที่ 23 มีนาคม ทนายตั้ม ตั้งโต๊ะแถลงข่าวแก่สื่อมวลชน โดยระบุว่า ต้นเหตุเรื่องราวที่บานปลายทั้งหมด ตนได้รับข้อมูลมาจากคนใกล้ชิดของนายชูวิทย์
  • ทนายตั้มยืนยันว่า นายชูวิทย์น่าจะได้รับเงินมากกว่าที่นำไปบริจาค หากอิงวิธีการทางคณิตศาสตร์ วัดความสูงและความกว้างของเงินเทียบกับขนาดของถุงกระดาษทั่วไป จำนวนเงินจริงๆอาจมีมูลค่าสูงกว่าหลัก 10 ล้านบาท
  • ทนายตั้ม แถลงต่อถึงสิ่งที่นายชูวิทย์แฉนั้น เป็นการทำเพื่อตัวเองมากกว่าสังคม เพราะเมื่อนายชูวิทย์พูดถึงใคร คนๆนั้นก็จะเข้าหาเพื่อขอจบเรื่องทันที
  • โดย นายชูวิทย์ มี กล่องดวงใจ (ตรงนี้ทนายตั้มเองก็ไม่บอกเหมือนกันว่าเป็นใคร) เป็นเหมือนคนกลางคอยติดต่อคนที่มีปัญหากับนายชูวิทย์ รวมไปถึง สารวัตรซัว เจ้าของถุงเงินต้นเรื่องก็ติดต่อผ่านกล่องดวงใจของนายชูวิทย์ด้วยเช่นกัน
  • ส่วนสาเหตุที่ว่า ทำไมชูวิทย์ถึงแฉเรื่องของสารวัตรซัวนั้น ทนายตั้มได้ให้เหตุผลว่า นายชูวิทย์เคยขายตึกอาบอบนวดให้ เสี่ยกำพล ก่อนที่เสี่ยกำพลจะขายต่อให้ สารวัตรซัวอีกทอด
  • สารวัตรซัว ที่เป็นเจ้าของธุรกิจอาบอบนวดคนใหม่ ทำการปรับปรุงอาคาร และเปลี่ยนชื่อกิจการใหม่เป็น “ลาลิซ่า” เพื่อเตรียมเปิดตัวอีกครั้ง
  • ต่อมา นายชูวิทย์พยายามไถเงินจากสารวัตรซัว อย่างน้อย 2 ครั้ง ครั้งละ 10 ล้านบาท และพยายามไถอีกเรื่อยๆ จนสารวัตรซัวทนไม่ไหว ไม่ยอมให้เงิน ส่งผลให้ธุรกิจอาบอบนวดของสารวัตรซัวถูกตำรวจบุกตรวจค้นทันทีเมื่อเปิดกิจการวันแรกทันที
  • ทั้งนี้ ก่อนจบการแถลงข่าว ทนายตั้ม ตั้งคำถามถึงนายชูวิทย์ เกี่ยวกับ นาย ‘แทนไท’ ผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์ ที่นายชูวิทย์เคยแฉ ว่าเหตุใดทำไมไม่แฉต่อ? หรือเป็นเพราะนายชูวิทย์ได้รับเงินสกุลดิจิทัล 50 ล้านเข้าบัญชีของกล่องดวงใจแล้ว?

‘ชูวิทย์’ ชี้แจงหลังถูกกล่าวหา

  • หลังจากนั้น ในวันเดียวกัน นายชูวิทย์ ได้ติดต่อสื่อมวลชนด้วยเช่นกัน โดยชี้แจงข้อมูลออกเป็นทั้งหมด 3 ประเด็น ดังนี้
  • ประเด็นแรก นายชูวิทย์ ทราบแล้วว่า ทนายษิทรา นำข้อมูลถุงเงินมาจาก ‘เปา’ ลูกน้องเก่าที่ตนเคยอุปการะไว้ และให้คอยเก็บค่าเช่าคอนโดขณะที่ตนเข้าคุกอยู่ 10 เดือน แต่กลับถูกฮุบเงินจนมีปากเสียงกัน ก่อนที่ เปา จะลาออกไปทำงานกับสารวัตรซัว
  • ประเด็นที่สอง นายชูวิทย์ยืนยันว่าจำนวนเงินในถุงเงิน มีเงินแค่ 6 ล้านบาทเท่านั้น โดยคนที่นำเงินมาให้เป็นอดีตนายตำรวจ 2 คน ชื่อย่อ ป. กับ อ. โดยเดินเข้ามาเจรจาในโรงแรมของตนพร้อมบอกว่าสารวัตรซัวอยากเคลียร์ทุกอย่างให้จบ เนื่องจากต้องการเปิดอาบอบนวดต่อ ทั้งนี้ ในเหตุการณ์ นายชูวิทย์ได้ให้การปฏิเสธรับเงินจริงตามที่เป็นข่าว
  • ประเด็นที่สาม เรื่องการแฉคดีแทนไท นายชูวิทย์ให้การยืนยันว่าไม่มีการรับเงิน 50 ล้านอย่างที่ทนายตั้มกล่าวหา แต่แทนไทเคยมาพบกับตนจริงเพื่อปรึกษาเรื่องคดีความที่มีปัญหากับนายสนธิ ลิ้มทองกุล
  • ส่วนสาเหตุที่ นายชูวิทย์ไม่แฉคดีแทนไทต่อก็เพราะว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับแทนไทไม่พอ ประกอบกับเจ้าตัวได้หันไปทำธุรกิจที่ถูกกฎหมายแล้ว
  • นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ฝากคำถามถึงทนายตั้มกลับว่า ทนายตั้มนั้นรับงานใครมาโจมตีหรือเปล่า? เพราะถ้าเกิดรู้เรื่องเงินใต้โต๊ะแบบนี้แล้ว ทำไมไม่แจ้งความ แต่กลับไปนั่งแถลงข่าวเหมือนคนหิวแสง
  • นายชูวิทย์ ยังได้มอบหมายให้ ‘ทนายเปี๊ยก อนันตชัย’ ทำหน้าที่จัดการเรื่องกฎหมายระหว่างทนายตั้ม โดยหากทนายตั้มให้สัมภาษณ์หรือแถลงข่าวจนนายชูวิทย์ได้รับความเสียหายอีก จะทำการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายครั้งละ 100 ล้านบาท
  • ขณะที่ โรงพยาบาลศิริราช และ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ได้ประกาศต่อสื่อมวลชนเช่นเดียวกันว่าจะคืนเงินบริจาคทั้งหมดให้แก่นายชูวิทย์ เนื่องจากเงินบริจาคดังกล่าวอาจเป็นเงินที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจที่ผิดกฎหมาย

ทนายตั้มกับประเด็นเก็บค่าแถลงข่าว 3 แสนบาท

  • สามวันหลังจากที่ ทนายตั้ม และ นายชูวิทย์ ได้ให้การแก่สื่อมวลชน กระแสบนโลกออนไลน์ได้ถูกจุดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ นายชูวิทย์ ได้ออกมาโพสต์ถึงทนายตั้มอีกครั้ง หลังถูกอีกฝ่ายโจมตีอย่างต่อเนื่อง
  • โดย เฟซบุ๊กของนายชูวิทย์ มีการโพสต์รูปใบเสนอราคาของบริษัท ษิทรา ลอว์ เฟิร์ม (สำนักงานกฎหมายของทนายตั้ม) ที่ออกมาเก็บค่าแถลงข่าวออกสื่อกับลูกความในราคากว่า 300,000 บาท
  • พร้อมแคปชั่นพาดหัวใจความว่า “แถลงไป ไถไป มิน่า ถึงไม่ต้องไปว่าความ แถลงข่าวสัก 10 เรื่องก็ 3 ล้านแล้ว ไม่รู้จริงๆ ว่า เดี๋ยวนี้ทนายความคิดค่าแถลงข่าวได้ ก็ว่าทำไมแถลงบ่อยเหลือเกิน โถ ทนายประชาชน” ส่งผลให้ ทนายตั้ม ถูกเพ่งเล็งจากสื่อมวลชนอีกครั้งนึง
  • วันที่ 27 มีนาคม ทนายตั้ม ได้ตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงเกี่ยวกับเงินจำนวน 300,000 บาทที่ถูกนายชูวิทย์แฉ โดยให้การยอมรับว่า เป็นเรื่องจริง แต่ค่าดังกล่าว เป็นค่าใช้จ่ายที่ตนเรียกเก็บในคดีบางคดี ที่ตนอาจถูกผู้มีอิทธิพลฟ้องกลับเท่านั้น ซึ่งลูกความเองก็มีสิทธิเลือกได้ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย
  • ทนายตั้ม ให้การยืนยันเรื่องความสุจริตทางอาชีพว่า บริษัทรับว่าความมานาน 1 ปี ทำคดีมานับพันคดี เงินที่ได้มาอย่างสุจริต ภาษีก็จ่ายถูกต้อง ธุรกิจก็ถูกกฎหมาย โปร่งใสทุกอย่างแน่นอน

สำรวจความเห็นจากชาวเน็ต

  • สำหรับประเด็นที่เกิดขึ้น โลกออนไลน์ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยความคิดเห็นส่วนใหญ่มีน้ำหนักไปทางให้กำลังใจแก่นายชูวิทย์
  • รวมทั้งตั้งคำถามถึง ทนายตั้ม เกี่ยวกับการแฉเรื่องถุงเงินครั้งนี้ว่ามีประโยชน์อย่างไร? ทำไมทนายตั้มต้องขัดขวางการทำงานของนายชูวิทย์?
  • ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคำถามถึงแรงจูงใจการแฉของทนายตั้มว่า เหตุใดทนายตั้มที่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของเงิน แต่ทำไมไม่แจ้งความ แต่กลับแฉชูวิทย์ เหมือนทนายตั้มกำลังหิวแสง หรือกำลังปกป้องคนชั่วอยู่กันแน่?

ร่วมติดตามดราม่าร้อนประเด็นดังต่อได้ที่ สำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...