ทอท. เปิดผลงาน 6 เดือนแรก คว้ารายได้กว่า 3.6 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้น 5.98%
The Bangkok Insight
อัพเดต 16 พ.ค. 2568 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2568 เวลา 04.03 น. • The Bangkok Insightทอท. เปิดผลประกอบการ 6 เดือนแรกปี 2568 ปริมาณเที่ยวบินรวม 414,377 เที่ยวบิน สร้างรายได้รวมกว่า 3.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.98% กำไรสุทธิกว่า 1 หมื่นล้านบาท
นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานวิศวกรรมและการก่อสร้างรักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จํากัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่า ปริมาณการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ ทอท. ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ท่าอากาศยานเชียงใหม่ (ทชม.) ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย (ทชร.) ท่าอากาศยานภูเก็ต (ทภก.) และท่าอากาศยานหาดใหญ่ (ทหญ.) ใน 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 (ต.ค.67-มี.ค. 68) มีจำนวนเที่ยวบินรวม 414,377 เที่ยวบิน
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 12.9% แบ่งเป็น เที่ยวบินระหว่างประเทศ 237,511 เที่ยวบิน และเที่ยวบินภายในประเทศ 176,866 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารมาใช้บริการรวม 68.42 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11.76% แบ่งเป็นผู้โดยสารระหว่างประเทศ 42.34 ล้านคน และผู้โดยสารภายในประเทศ 26.08 ล้านคน
การเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินและผู้โดยสาร ทำให้ใน 6 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2568 มีรายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน 18,188.15 ล้านบาทเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน เพิ่มขึ้น 2,751.25 ล้านบาท คิดเป็น 17.82% รายได้รวม 36,235.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.98% และมีกำไรสุทธิรวม 10,397.57 ล้านบาท
สำหรับความคืบหน้าการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านกลยุทธ์ต่าง ๆ ทอท. ได้ดำเนินโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบิน (Incentive Scheme) และโครงการสนับสนุนการตลาด (Marketing Fund) เพื่อให้สายการบินประกอบกิจการได้อย่างยั่งยืน และผู้โดยสารสามารถเดินทางเชื่อมต่อระหว่างภูมิภาคได้สะดวกมากยิ่งขึ้นเพื่อนำมาซึ่งจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารที่มาใช้บริการมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ได้เร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในท่าอากาศยานหลักของประเทศทั้ง 6 แห่ง เพื่อรองรับจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นในอนาคต อาทิ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเพื่อให้มีขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารเพิ่มอีก 15 ล้านคนต่อปีภายในปี 2573 โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมืองเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารจาก 30 ล้านคนเป็น 50 ล้านคนต่อปีภายในปี 2576
นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และ ท่าอากาศยานภูเก็ต พร้อมศึกษาแนวทางการก่อสร้างท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานภูเก็ตแห่งที่ 2 ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเติบโต
ของการดำเนินธุรกิจและความมั่นคงของอุตสาหกรรมการบินโดยรวม
ขณะเดียวกัน ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีในระดับสากลมาใช้ทุกขั้นตอนของการให้บริการในสนามบิน เช่น ระบบเช็กอินอัตโนมัติ ระบบโหลดกระเป๋าอัตโนมัติ ระบบสแกนใบหน้าขึ้นเครื่อง (Biometric) ระบบตรวจหนังสือเดินทางอัตโนมัติ สำหรับผู้ถือ e-passport และใช้ Thailand Digital Arrival Card (TDAC) แทน ตม.6 แบบกระดาษ เต็มรูปแบบ เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการของท่าอากาศยานไทยสู่การเดินทางแบบ Smart Airport - Smart Immigration
ทอท. ยังเดินหน้าพัฒนาโครงการเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้แก่ ทอท. และเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ จากการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง ผ่านโครงการ AOT Property Showcase โครงการร่วมทุนระหว่างภาครัฐ - เอกชน โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นโครงการให้บริการคลังสินค้า ซึ่งอยู่ระหว่างการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุน โครงการก่อสร้างอาคาร Junction Building อาคารจอดรถ และศูนย์เชื่อมต่อการขนส่งระบบราง ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง
ด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ทอท. ได้รับการจัดอันดับเป็นสมาชิก Dow Jones Sustainability Indices (DJSI) World และ Emerging Market ต่อเนื่อง 6 และ 10 ปี ตามลำดับ และติดอันดับหุ้นยั่งยืน SET ESG Ratings ระดับ A พร้อมมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero Emissions ภายในปี 2587 โดยเดินหน้าการใช้พลังงานสะอาด การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ การเปลี่ยนยานพาหนะในท่าอากาศยานเป็นระบบไฟฟ้า
ในปี 2568 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ยังได้รับการจัดอันดับ ให้ติดอันดับที่ 39 ของท่าอากาศยานที่ดีที่สุดในโลกจาก Skytrax (ขยับขึ้น 19 อันดับ) พร้อมคว้าอันดับ 3 ของท่าอากาศยานที่พัฒนาดีที่สุดของโลก รวมทั้ง อาคาร SAT-1 ได้คว้ารางวัล Prix Versailles 2024 ในฐานะท่าอากาศยานที่สวยที่สุดในโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการดำเนินงานของ ทอท. ที่สมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม
ทอท. เชื่อมั่นว่า ด้วยนโยบายในการพัฒนาเชิงรุก ศักยภาพด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การยกระดับนวัตกรรมและเทคโนโลยี ตลอดจนการพัฒนาที่ยั่งยืน จะส่งผลให้ ทอท. ก้าวสู่การเป็นผู้ให้บริการท่าอากาศยานชั้นนำระดับสากล เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทยได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ‘กีรติ’ โพสต์ผลการทำงาน-ขอบคุณพนักงาน ตลอด 2 ปีในตำแหน่ง เอ็มดีทอท.
- ตั้งแล้ว! บอร์ดทอท.อนุมัติ 'ปวีณา จริยฐิติพงศ์' รักษาการเอ็มดี แทน 'กีsติ'
- 'กีรติ' ลาออกเอ็มดีทอท. ยื่นบอร์ด 23 เม.ย.นี้
ติดตามเราได้ที่