โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 23 ก.ค. 68

AEC10NEWs

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 08.35 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • AEC10NEWS

1. สรุปสถานการณ์น้ำ และปริมาณฝนสะสม 24 ชม. สูงสุด ได้แก่ ภาคเหนือ : จ.น่าน (280 มม.) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จ.บึงกาฬ (86 มม.) ภาคกลาง : กรุงเทพมหานคร (5 มม.) ภาคตะวันออก : จ.ระนอง (33 มม.) ภาคตะวันตก : จ.กาญจนบุรี (66 มม.) ภาคใต้ : จ.ชุมพร (134 มม.)

สภาพอากาศวันนี้ : มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ประกอบกับมีร่องมรสุมพาดผ่านประเทศเมียนมาตอนบน และประเทศลาวตอนบน ในขณะที่พายุโซนร้อน “วิภา” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว บริเวณแขวงเชียงขวาง ประเทศลาว ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งกับมีลมแรง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่บริเวณจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก หนองคาย และบึงกาฬ

คาดการณ์ : วันที่ 24 ก.ค. 68 ประเทศไทยมีฝนตกหนักหลายพื้นที่กับมีลมแรง โดยมีฝนตกหนักมากบางแห่งในพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านตอนบนภาคเหนือ ประเทศลาวตอนบน และประเทศเวียดนามตอนบน ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ช่วงวันที่ 25 - 28 ก.ค. 68 ประเทศไทยจะมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ฝั่งตะวันตก เนื่องจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะเริ่มมีกำลังอ่อนลง

2. คุณภาพน้ำ ณ จุดเฝ้าระวัง แม่น้ำสายหลัก :

น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แม่น้ำเจ้าพระยา ณ สถานีสูบน้ำสำแล จ.ปทุมธานี อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

น้ำเพื่อการเกษตร แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำแม่กลอง และแม่น้ำบางปะกง อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

3. สถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำในภาพรวม : ปริมาณน้ำรวม 59% ของความจุเก็บกัก (47,396 ล้าน ลบ.ม.) ปริมาณน้ำใช้การ 40% (23,280 ล้าน ลบ.ม.)

สทนช. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูฝน โดยเน้นการลดความเสี่ยงจากอุทกภัยและเตรียมความพร้อมในทุกภาคส่วน พร้อมทั้งสร้างการรับรู้แก่ประชาชน ประชาสัมพันธ์การแจ้งเตือน และจัดเตรียมมาตรการช่วยเหลือผ่านช่องทางต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและทันท่วงที

4. ข่าวประชาสัมพันธ์ : วานนี้ (22 ก.ค. 68) ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 9/2568 โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ณ สทนช. และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

ที่ประชุมได้ติดตามสภาพอากาศของประเทศไทยที่จะมีฝนตกเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่จากอิทธิพลของพายุ “วิภา” โดยคาดว่าจะส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จำนวนมากหลายแห่ง ทั้งนี้ หน่วยงานที่รับผิดชอบได้ดำเนินการเร่งพร่องน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบไว้ล่วงหน้าแล้ว เพื่อเตรียมพื้นที่ว่างสำหรับรองรับน้ำที่จะไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในช่วงฤดูฝน พร้อมทั้งจะติดตามและปรับแผนการบริหารจัดการน้ำตามสถานการณ์ฝนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ติดตามสถานการณ์น้ำในภาคเหนือที่เพิ่มขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งกำลังทยอยไหลมาบรรจบที่ จ.นครสวรรค์ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้น โดยกรมชลประทานได้ประชาสัมพันธ์แจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตรา 700 - 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมควบคุมการระบายน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์น้ำในพื้นที่ตอนบนและการขึ้นลงของน้ำทะเลที่จะหนุนสูงช่วงวันที่ 23 - 28 ก.ค. 68 นี้

สำหรับศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัยลุ่มน้ำโขงตะวันออกเฉียงเหนือ จ.หนองคาย และลุ่มน้ำโขงเหนือ จ.เชียงราย สทนช. ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยกระดับความพร้อมในการรับมือสถานการณ์อุทกภัยอย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้มีการจัดตั้งศูนย์บริหารจัดการน้ำส่วนหน้า (ชั่วคราว) ในพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย ลุ่มน้ำยม - น่าน จ.สุโขทัย เพิ่มเติม เพื่อเตรียมรับมือและแก้ไขสถานการณ์น้ำหลากและอุทกภัยในระดับพื้นที่ จากอิทธิพลของพายุดังกล่าว รวมถึงปริมาณฝนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นนับต่อจากนี้ไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : สรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศ วันที่ 22 ก.ค. 68

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...