โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

นายกฯ ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ประชุมผลกระทบจากมาตรการเปิด-ปิดด่าน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 26 มิ.ย. 2568 เวลา 05.50 น.

นายกฯ ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว ประชุมผลกระทบจากมาตรการเปิด-ปิดด่าน เร่งหาทางออกย้ำทำทุกอย่างแบบสันติวิธี

เวลา 10.00 น. วันที่ 26 มิ.ย. 68 ที่โรงเรียนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้ลงพื้นที่ไปยังจ.สระแก้ว โดยจะเดินทางไปทั้งหมด 5 จุด ประกอบด้วย โรงเรียนอรัญประเทศ , ด่านพรมแดนบ้านคลองลึก , กองร้อยทหารพราน 1202 , โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนประชารัฐบำรุง 1 และ ค่ายสุรสิงหนาท โดยการลงพื้นที่วันนี้เพื่อติดตามสถานการณ์ และหารือเรื่องผลกระทบจากมาตรการการเปิด - ปิดด่านชายแดนไทย - กัมพูชา รวมถึงพูดคุยกับประชาชน และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน

โดยการลงพื้นที่จุดแรกในวันนี้ที่โรงเรียนอรัญประเทศ ก็มีการหารือโดยทางนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ได้รายงานถึงปัญหาสำคัญที่กระทบอยู่ขณะนี้ อาทิ แรงงานตามมาตรา 64 คงค้างอยู่ที่จ.สระแก้ว ประมาณกว่า 10,000 คน , ที่จ.จันทบุรีคงค้างมากที่สุดกว่า 20,000 คน และที่ตราดประมาณพันคน รวมแล้ว 3 จังหวัดมีแรงงานตามาตรา 64 หรือแรงงานข้ามชาติ ที่ไม่ได้เข้าไปในพื้นที่ชั้นใน หรือรายงานภาคการเกษตรประมาณ 38,000 คน ซึ่งต้องมีกระบวนการแก้ไขปัญหาคนกลุ่มนี้ต่อไป / ในเรื่องของรถกับสินค้า มีใบส่งออกที่ค้างอยู่ 200 กว่าใบ รวมมูลค่ากว่า 300 ล้าน กระทบผู้ประกอบการกว่า 100 ราย เฉลี่ยกระทบวันละ 300 ล้าน หรือเดือนละหมื่นล้าน สินค้ารถนำเข้าส่งออกทุกประเภทประมาณ 7,000 ต่อวัน

ในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นของจังหวัดสระแก้วขณะนี้ก็ยังมีกลุ่มบัญชีม้า และมีการเบิกถอนเงินสดที่ได้มาจากขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือการพนันออนไลน์ / ในส่วนของไฟฟ้าที่เป็นประเด็น ทางกัมพูชาได้ตัดออกทั้งหมดแล้วจำนวน 5 จุด ซึ่งมูลค่าส่งออกไฟฟ้าโดยรวมประมาณปีละ 1,800 ล้าน อีกทั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ตตอนนี้ตัดหมดแล้ว ไม่มีการเชื่อมทางฝั่งกัมพูชาแล้ว โดยมีการตรวจสอบเสาสัญญาณมีการอนุญาตทั้งหมด 77 เสา และไม่ได้รับอนุญาตอีก 65 เสา ในส่วนนี้จะให้องค์กรปกครองท้องถิ่นดำเนินการ

นอกจากนี้ ยังมีการเสนอในหลายประเด็นอาทิ 1.รัฐบาลควรทบทวนการกำหนดโควตาการนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศกัมพูชา เป็นเรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ควรจะพิจารณา เพราะจะกระทบต่อราคาในประเทศ 2.ศูนย์บริการพาสปอร์ตในระยะหลัง จากมาตรการมีการทำพาสปอร์ตมากขึ้นแบบมีนัยยะสำคัญ โดยพบว่ามีการทำพาสปอร์ตสูงสุดวันละประมาณ 200 เล่ม จากปกติ 30-40 เล่ม ซึ่งข้อมูลในทางลับ กลุ่มพวกที่ทำพาสปอร์ตจะเดินทางด้วยท่าอากาศยานออกไปที่สนามบินพนมเปญและเสียมราฐ เพื่อเดินทางย้อนกลับมาที่ปอยเปรตเพื่อมาทำงานกาสิโนหรือเล่นการพนัน นี่เป็นข้อสังเกตที่เกิดขึ้นจากข้อมูลที่ผิดปกติ 3.อยากให้พิจารณาการเดินทางกลับในเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งไทยเราได้มีมติครม. ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้กับชาวกัมพูชา ซึ่งปกติต้องเก็บคนละ 1000 บาท แต่ช่วงสงกรานต์ล่าสุดที่ไม่ได้เก็บชาวกัมพูชา เป็นเงินถึง 74 ล้านบาท โดยในหลายภาคส่วนมองว่าในเรื่องนี้เราไม่ยกเว้นได้หรือไม่ เพื่อนำเงินตรงนี้มาใช้ในการพัฒนาประเทศ

ขณะที่นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า สำหรับปัญหาชายแดน ตนเข้าใจทุกภาคส่วนทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ตนพูดเสมอว่าอยากกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้ได้มากที่สุด เพราะทุกคนที่ทำอยู่ในพื้นที่ต้องรู้ปัญหาที่ดีกว่าภาคส่วนอื่นๆ หากทุกอย่างเรียบร้อยก็จะให้ลงพื้นที่กันเยอะขึ้น โดยที่มีปัญหาเรื่องการค้าขาย ทางกองทัพก็ทำอย่างเต็มที่ เพื่อที่จะทำให้เกิดสันติวิธี โดยหากจะทำอะไรต้องคิดข้อนี้เป็นข้อแรก ทำอย่างไรให้เกิดสันติวิธีและไม่เกิดการประทะ โดยเรื่องของชายแดนการค้าขายถือว่าสำคัญมาก จากนี้ก็จะมีการหารือว่าสินค้าเกษตรต่างๆยังติดอยู่ที่ชายแดนจะสามารถให้ภาครัฐมาจัดซื้อเพื่อช่วยเหลือได้หรือไม่ ซึ่งในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นการทบทวนมาตรการใหม่ว่าอะไรบ้างที่เข้ามาจากต่างประเทศและทำให้สินค้าบ้านเราตกจะไม่เอาเราต้องกำหนดโควตาให้น้อยลง โดยตนจะรับเรื่องนี้ให้ทำต่อ และที่มาหลักๆ วันนี้คือการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติที่เป็นปัญหาที่ใหญ่มานานแล้ว และเป็นมาตรการจำกัดการเข้าออกจุดผ่านแดน ที่เราได้ดำเนินการไปเพื่อจะพยายามรองรับจุดนี้เมื่อมีการจำกัดแบบนี้แล้ว ผู้ที่ได้รับผลกระทบทางรัฐบาลจะช่วยอย่างไรได้บ้าง อันนี้คือเป้าหมายหลักที่มาในวันนี้ และแน่นอนปัญหาทางชายแดนทางทีมไทยแลนด์ก็ดูแลอยู่มีครบทุกหน่วยงานที่จะดูแลเรื่องนี้ต่อไปได้

ซึ่งภายหลังการประชุมนายกรัฐมนตรีได้พบปะนักเรียน และพูดคุยเล็กน้อย ก่อนที่จะจัดเตรียมเดินทางไปยังด่านคลองลึกต่อไป

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...