สิ้นสุดแล้ว! อัยการสูงสุด มีคำสั่งไม่ฟ้องคดี ม.112 "พอล แชมเบอร์ส"
วันที่ 29 พ.ค. 68 เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค. 68 สำนักงานอัยการสูงสุดมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ฟ้องคดี ของ ดร.พอล แชมเบอร์ส (Dr.Paul Chambers) นักวิชาการสัญชาติอเมริกัน และอดีตอาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ผู้ถูกกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จากกรณีที่มีข้อความประชาสัมพันธ์งานเสวนาทางวิชาการปรากฏในเว็บไซต์ของ ISEAS–Yusof Ishak Institute ประเทศสิงคโปร์ ทำให้คดีสิ้นสุดลงแล้ว
คดีนี้เริ่มต้นเมื่อแม่ทัพภาคที่ 3 ในนามผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 3 (ผอ.รมน. ภาค 3) มอบอำนาจให้ พ.อ.มงคล วีระศิริ หัวหน้าแผนกกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กองบริหารงานบุคคล กอ.รมน. ภาค 3 แจ้งความดำเนินคดีกับ ดร.พอล โดยกล่าวหาว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความเชิญชวนเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งในกองทัพและตำรวจไทย ในเว็บไซต์ของสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 11 ต.ค. 67 โดยมีเนื้อหาพาดพิงถึงสถาบันกษัตริย์
เมื่อ 4 เม.ย. 68 ดร.พอล ได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัยนเรศวร ต้นสังกัดว่าถูกออกหมายจับโดยศาลจังหวัดพิษณุโลก ต่อมาวันที่ 8 เม.ย. 68 เขาได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองพิษณุโลก ก่อนจะถูกส่งตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดพิษณุโลก และศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว 2 ครั้ง ทำให้ต้องถูกส่งตัวเข้าเรือนจำในคืนนั้น
กระทั่ง 9 เม.ย. 68 ศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีคำสั่งให้ประกันตัวระหว่างสอบสวน โดยให้วางหลักประกัน 300,000 บาท ให้วางหนังสือเดินทาง (Passport) ไว้ต่อศาล และติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในวันเดียวกัน ดร.พอล ยังถูกเพิกถอนวีซ่า ทำให้จะต้องประกันตัวโดยวางเงินประกันไว้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลกอีก 300,000 บาท
ต่อมา 1 พ.ค. 68 โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดแถลงว่า อธิบดีอัยการภาค 6 มีคำสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ทุกข้อหา โดยเห็นว่าพฤติการณ์ยังไม่เข้าข่ายความผิดตามที่กล่าวอ้าง พร้อมส่งสำนวนและคำสั่งไม่ฟ้องไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 เพื่อพิจารณาว่าจะมีความเห็นแย้งหรือไม่ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 145/1
ทั้งนี้พบว่าผู้บัญชาการตำรวจภาค 6 มีความเห็นแย้ง สำนวนจึงถูกส่งไปที่อัยการสูงสุดเป็นผู้ชี้ขาด
ล่าสุด อัยการสูงสุดได้พิจารณาและมีหนังสือแจ้งคำสั่งไม่ฟ้องคดีเด็ดขาดลงวันที่ 27 พ.ค. 68 โดยสรุปเห็นว่า ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในสำนวนเพียงพอต่อการทำความเห็นและคำสั่งแล้ว โดยเห็นว่าข้อความตามข้อกล่าวหาปรากฏอยู่ในเว็ปไซต์เชิญชวนให้เข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ (Webinar) ในหัวข้อ “การแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งข้าราชการตำรวจ และทหารของประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2567: สื่อนัยอะไร” ที่จัดขั้นโดยสถาบัน ISEAS–Yusof Ishak ซึ่งมีสถานที่ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์ โดยมีผู้ต้องหาเป็นนักวิชาการรับเชิญในการสัมมนาหัวข้อดังกล่าว ซึ่งกำหนดวันสัมมนาในวันที่ 11 ต.ค. 67 เวลา 10.00-11.30 น.
โดยภาพรวมทั้งหมดเห็นได้ว่าเว็บไซต์ดังกล่าวมีลักษณะเชิญชวนให้ผู้อ่านเกิดความสนใจลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ที่มีผู้ต้องหาเป็นผู้บรรยายตามกำหนดการ คดีไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหาเป็นผู้เขียนบทความและเป็นผู้โพสต์บทความดังกล่าว
ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลคอมพิวเตอร์ พบว่าเว็บไซต์ที่โพสต์ข้อความดังกล่าวคือเว็บไซต์ ISEAS– Yusof Ishak Institute ซึ่งมีถิ่นฐานและที่ทำการอยู่นอกราชอาณาจักร คดีไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าบุคคลใดเป็นผู้โพสต์ข้อความ
นอกจากนี้ช่วงเวลาเกิดเหตุผู้ต้องหาอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้ไปร่วมงานสัมมนาที่ประเทศสิงคโปร์ในช่วงวันเวลากำหนดการสัมมนา (11 ต.ค. 67) ตามที่เว็ปไซต์สรุปไว้แต่อย่างใด
คดีจึงมีพยานหลักฐานเพียงพอฟังได้ว่า ช่วงเวลาที่สันนิษฐานว่ามีการโพสต์และการสัมมนาออนไลน์ตามกำหนดการในโพสต์ ผู้ต้องหาอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น ทั้งคดีไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นใดที่สามารถยืนยันได้ว่าข้อความตามเอกสารดังกล่าวผู้ต้องหาเป็นผู้จัดทำ หรือผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้ที่โพสต์ข้อความดังกล่าว
ดังนั้น ลำพังแต่เพียงการมีชื่อและภาพของผู้ต้องหาในเอกสารดังกล่าว ยังไม่อาจรับฟังได้ว่าผู้ต้องหาเป็นผู้จัดทำเอกสารตามข้อกล่าวหา คดีจึงไม่อาจฟังได้ว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ตามข้อหาดังกล่าว มีพยานหลักฐานไม่พอฟ้อง
ผลของคำสั่งดังกล่าวทำให้คดีของ ดร.พอล สิ้นสุดลงแล้ว โดยใช้ระยะเวลานับตั้งแต่วันที่ทราบว่าถูกศาลออกหมายจับจนถึงอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้องคดีทั้งหมด 54 วัน ขณะที่ ดร.พอล ได้รับผลกระทบจากคดีทั้งการถูกคุมขังในเรือนจำ 1 คืน การถูกให้ใส่กำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) เป็นระยะเวลา 21 วัน และการต้องสูญเสียงานที่มหาวิทยาลัยนเรศวร
.