โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมชลประทาน 123 ปี ‘พลังน้ำ พลังอนาคต’ (Power of Water-Power Driven Future)

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.15 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 08.16 น. • The Bangkok Insight

"สายน้ำไม่หยุดไหล ชลประทานไทยไม่หยุดพัฒนา" ครบรอบ 123 ปี กรมชลประทาน เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย "RID UNITED" ภายใต้แนวคิด "ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน"

ตลอดระระยะเวลากว่า 123 ปีที่ผ่านมา กรมชลประทานเดินหน้าสืบสานพระราชปณิธานด้านการบริหารจัดการน้ำ ขยายโอกาสการเข้าถึงน้ำในทุกพื้นที่ เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ

ที่ผ่านมา กรมชลประทาน ได้ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพยากรน้ำควบคู่ไปกับการป้องกันความเสียหายจากน้ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ

กรมชลประทาน

ด้วยการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ตามแนวทางการบริหาร RID UNITED ภายใต้แนวคิด ร่วมกันสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืน เพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายตามยุทธศาสตร์ กรมชลประทาน 20 ปี (ปี 2561-2580) และมุ่งสู่การเป็น "องค์กรอัจฉริยะ" ภายในปี 2580

กรมชลประทานได้เร่งพัฒนา ศักยภาพ และประสิทธิภาพขององค์กร ทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี นวัตกรรม และองค์ความรู้ด้านวิชาการ เพื่อให้การปฏิบัติภารกิจในการพัฒนาแหล่งน้ำ ป้องกัน และบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศชาติ และประชาชนได้ตามเป้าหมายที่วางไว้

เปิดแนวทางการบริหาร RID UNITED

นโยบาย RID UNITED ยึดหลักนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี 4 ด้าน พันธกิจกรมชลประทาน 4 พันธกิจ และ 8 นโยบายหลัก ได้แก่

นโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี 4 ด้าน

  • ด้านรัฐ สังคม และสิ่งแวดล้อม

มุ่งมั่นสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำ และบริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการตามหลักธรรมาภิบาล

  • ด้านผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ดำเนินการด้านผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยการบริหารจัดการน้ำและพัฒนาองค์กรผู้ใช้น้ำ

  • ด้านองค์การ

ยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้เป้าหมาย การพัฒนาสู่องค์กรอัจฉริยะ

  • ด้านผู้ปฏิบัติงาน

มุ่งมั่นพัฒนาระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ ทักษะ

4 พันธกิจกรมชลประทาน

  • พัฒนาแหล่งน้ำ และเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำให้เกิดความสมดุล
  • บริหารจัดการน้ำอย่างบูรณาการให้เพียงพอ ทั่วถึง และเป็นธรรม
  • ดำเนินการป้องกัน และบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำตามภารกิจอย่างเหมาะสม
  • เสริมสร้างการมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาแหล่งน้ำ และการบริหารจัดการน้ำ

8 นโยบายหลัก

นโยบายที่ 1: เร่งรัดการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้สมดุลกับปริมาณน้ำต้นทุน

นโยบายที่ 2: บริหารจัดการน้ำ ป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ บนพื้นฐานข้อมูลที่ชัดเจน

นโยบายที่ 3: ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีในทุกภาคส่วน ต่องานชลประทาน

นโยบายที่ 4: ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านน้ำ ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว

นโยบายที่ 5: รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้านน้ำ อย่างเป็นระบบ

นโยบายที่ 6: พัฒนานวัตกรรมในการทำงาน

นโยบายที่ 7: ปรับปรุงกรอบโครงสร้างอัตรากำลัง ให้เหมาะสมต่อการส่งเสริมความก้าวหน้าของบุคลากร

นโยบายที่ 8: ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้ของตนเอง

4 รองอธิบดี แตะมือเร่งขับเคลื่อน "RID UNITED"

การดำเนินการขับเคลื่อน เพื่อไปสู่เป้าหมายนโยบาย RID UNITED ที่ตั้งเป้าสร้างความมั่นคงด้านน้ำอย่างยั่งยืนนั้น ได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากรองอธิบดี 4 ฝ่าย ทั้งด้านฝ่ายบำรุงรักษา ฝ่ายบริหาร ฝ่ายวิชาการ และฝ่ายก่อสร้าง ที่พร้อมสานต่อนโยบายไปสู่การปฎิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม และบรรลุเป้าหมายที่วางไว้

ฝ่ายบำรุงรักษา

นายเดช เล็กวิชัย รองอธิบดีฝ่ายบำรุงรักษา ได้วางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสายงาน ประกอบด้วย

1. เร่งรัดการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้สมดุลกับปริมาณน้ำต้นทุน

  • เร่งปรับปรุงระบบส่งน้ำและระบบกระจายน้ำของอ่างเก็บน้ำพระราชดำริ
  • การพิจารณาโครงการที่เพิ่มพื้นที่ชลประทานโดยไม่เพิ่มน้ำต้นทุน
  • เร่งรัดโครงการเพิ่มน้ำต้นทุนเพื่อรองรับการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน โดยเฉพาะโครงการอ่างเก็บน้ำพระราชดำริ
  • เร่งรัดโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

2. บริหารจัดการน้ำ ป้องกัน และ บรรเทาภัย อันเกิดจากน้ำบนพื้นฐานข้อมูลที่ชัดเจน

  • ประเมินความต้องการน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางให้ชัดเจน เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการบริหารจัดการอ่างเก็บน้ำ
  • สร้างระบบการคาดการณ์น้้าไหลเข้าอ่างเก็บน้ำที่รวดเร็ว ถูกต้อง
  • วางเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำในทุกพื้นที่ให้ชัดเจน มีเหตุผลและที่มาของเกณฑ์ดังกล่าวอย่างชัดเจน
  • แผนปฏิบัติการกรณีฉุกเฉิน/แผนเผชิญเหตุและแนวทางป้องกันอุทกภัยรายจังหวัดหรือลุ่มน้ำ
  • ตรวจสอบความมั่นคงปลอดภัยของเขื่อน
  • กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและกำจัดวัชพืช
  • วางแผนการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยอย่างชัดเจน
  • สร้างความตระหนักรู้และจิตสำนึกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการแปรปรวนของระบบนิเวศ
เดช เล็กวิชัย

3. ปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีของทุกภาคส่วนต่องานชลประทาน

  • เน้นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
  • สร้างภาคีเครือข่ายการบริหารจัดการน้ำ
  • สร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชนและเกษตรกร
  • สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน ตามขั้นตอนการจัดเตรียมความพร้อมโครงการในงานศึกษาวางแผนพัฒนาลุ่มน้ำ แหล่งน้ำและการชลประทาน

4. ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านน้ำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว

  • จัดทำเว็บไซต์ที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน สามารถเข้าถึงหรือโหลดได้ง่ายและรวดเร็ว
  • เน้นการนำเสนอในรูปแบบ Infographic ที่เข้าใจง่าย และทันสมัย

5. รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้านน้ำอย่างเป็นระบบ

  • จัดทำศูนย์ข้อมูลกลางที่เป็นระบบ (RID Data Library Center) ที่มีการจัดการฐานข้อมูลในรูปแบบมาตรฐานสากล (Universal Database Management) ให้ทันสมัย สามารถสืบค้น และนำข้อมูลมาใช้ได้ง่าย และรวดเร็ว

6. พัฒนานวัตกรรมในการทำงาน

  • ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสร้างและต่อยอดงานวิจัยในการแก้ไขปัญหา
  • คิดค้น หรือนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในงานชลประทานแล้วพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น

8. ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ของตนเอง

  • ปรับปรุงหลักสูตร เนื้อหาการฝึกอบรมให้สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง
  • ส่งเสริมกลุ่มกำลังคนคุณภาพ (HiPPS, UIS ฯลฯ) ให้นำความรู้มาสร้างนวัตกรรมให้กับกรมชลประทาน

ฝ่ายบริหาร

นายวรพจน์ เพชรนรชาติ รองอธิบดีฝ่ายบริหาร ได้วางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสายงาน
6 นโยบาย 16 แนวทาง ประกอบด้วย

1. นโยบายปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีในทุกภาคส่วน ต่องานชลประทาน

  • สร้างสื่อประชาสัมพันธ์ที่มีเนื้อหาดึงดูดใจและสร้างสรรค์ เพื่อขจัดความรู้สึกเชิงลบที่มีต่องานชลประทาน
  • เน้นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของประชาชน

2. ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านน้ำ ให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย และรวดเร็ว

  • จัดทำเว็บไชต์ที่ตอบสนองความต้องการของประชาชน สามารถเข้าถึงหรือโหลดข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็ว
  • เน้นการนำเสนอในรูปแบบ Infographic ที่เข้าใจง่าย และทันสมัย
วรพจน์ เพชรนรชาติ

3. รวบรวมและจัดเก็บข้อมูลด้านน้ำอย่างเป็นระบบ

  • จัดทำศูนย์ข้อมูลกลางที่เป็นระบบ (RID Data Library Center) ที่มีการจัดการฐานข้อมูลในรูปแบบมาตรฐานสากล (Universal Database Management) ให้ทันสมัย สามารถสืบค้นและนำข้อมูลมาใช้ได้ง่ายและรวดเร็ว

4. พัฒนานวัตกรรมในการทำงาน

  • ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อสร้าง และต่อยอดงานวิจัยในการแก้ปัญหา หรือพัฒนางานตามภารกิจของกรมชลประทาน
  • คิดค้น หรือนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในงานชลประทาน แล้วพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น

5. ปรับปรุงกรอบโครงสร้างอัตรากำลัง ให้เหมาะสมต่อการส่งเสริม ความก้าวหน้าของบุคลากร

  • วิเคราะห์อัตรากำลัง เพื่อยกระดับขีดความสามารถองค์กร
  • ทบทวนสมรรถนะที่จำเป็นของบุคลากร เพื่อพัฒนาตนเอง สู่ความก้าวหน้าในสายอาชีพ
  • จัดทำเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ (Career Path)

6. ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ของตนเอง

  • ปรับปรุงหลักสูตร เนื้อหาการฝึกอบรมให้สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง
  • ส่งเสริมกลุ่มกำลังคนคุณภาพ (HiPPS, UIS ฯลฯ) ให้นำความรู้มาสร้างนวัตกรรมให้กับกรมชลประทาน
  • พัฒนาบุคลากรตามเส้นทางความก้าวหน้าในสายอาชีพ
  • ส่งเสริม สนับสนุน ให้บุคลากรปฏิบัติตามค่านิยม และวัฒนธรรมองค์กร
  • ส่งเสริม สนับสนุน การสร้างและพัฒนานวัตกรรมด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล
  • พัฒนาความเป็นอยู่ของบุคลากร ผ่านสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และสวัสดิการต่าง ๆ

ฝ่ายวิชาการ

นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ ได้วางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสายงาน ประกอบด้วย 6 นโยบาย 12 แนวทาง ดังนี้

1. เร่งรัดการเพิ่มพื้นที่ชลประทานให้สมดุลกับปริมาณน้ำต้นทุน

  • การพิจารณาโครงการที่เพิ่มพื้นที่ชลประทานโดยไม่เพิ่มน้ำต้นทุน เช่น สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งลุ่มน้ำ โดยการใช้น้ำของโครงการที่พัฒนาขึ้นใหม่ ต้องไม่กระทบกับน้ำต้นทุนของโครงการชลประทานเดิมด้านท้ายน้ำ
  • การออกแบบ และปรับปรุงอาคารชลประทาน จะต้องสอดคล้องกับระบบนิเวศลุ่มน้ำที่เปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate Change)
  • ศึกษาความเหมาะสมโครงการ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
  • เร่งรัดโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
  • เร่งรัดโครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำอย่างสมดุล

2. บริหารจัดการน้ำ ป้องกัน และบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ บนพื้นฐานข้อมูลที่ชัดเจน

  • สร้างความตระหนักรู้และจิตสำนึกด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการแปรปรวนของระบบนิเวศ
วิทยา แก้วมี

3. ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีในทุกภาคส่วนต่องานชลประทาน

  • เน้นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของประชาชน
  • เน้นการนำเสนอในรูปแบบอินโฟกราฟิก ที่เข้าใจง่าย และทันสมัย

4. ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ของตนเอง

  • ปรับปรุงหลักสูตร เนื้อหาการฝึกอบรมให้สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้จริง
  • ส่งเสริมกลุ่มกำลังคนคุณภาพ (HiPPS, UIS ฯลฯ) ให้นำความรู้มาสร้างนวัตกรรมให้กับกรมชลประทาน

5. ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านน้ำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว

6. พัฒนานวัตกรรมในการทำงาน

  • ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อสร้าง และต่อยอดงานวิจัยในการแก้ปัญหา หรือพัฒนางานตามภารกิจของกรมชลประทาน
  • คิดค้น หรือนำเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในงานชลประทาน แล้วพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น

ฝ่ายก่อสร้าง

นายฐนันดร์ สุทธิพิศาล รองอธิบดีฝ่ายก่อสร้าง วางนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสายงาน 6 นโยบาย 12 แนวทาง 5 มาตรการ ประกอบด้วย

1. เร่งรัดการเพิ่มพื้นที่ชลประทาน ให้สมดุลกับปริมาณน้ำต้นทุน

  • เร่งรัดการจัดรูปที่ดิน และจัดระบบน้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ชลประทานและส่งเสริมเกษตรกรรม
  • เร่งรัดโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)
  • เร่งรัดโครงการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำอย่างสมดุล

2. บริหารจัดการน้ำ ป้องกัน และบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ บนพื้นฐานข้อมูลที่ชัดเจน

  • การเตรียมความพร้อมเครื่องจักรกล เพื่อดําเนินการป้องกันและบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ
  • กําจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำและกําจัดวัชพืช
  • วางแผนการป้องกันและลดผลกระทบจากอุทกภัยอย่างชัดเจน
ฐนันดร์ สุทธิพิศาล

3. ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีในทุกภาคส่วนต่องานชลประทาน

  • เน้นการประชาสัมพันธ์กิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อความเป็นอยู่ของประชาชน

4. ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลด้านน้ำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว

  • เน้นการนําเสนอในรูปแบบอินโฟกราฟิก ที่เข้าใจง่าย และทันสมัย

5. พัฒนานวัตกรรมในการทํางาน

  • ส่งเสริมความร่วมมือกับองค์กรทั้งใน และต่างประเทศ เพื่อสร้างและต่อยอดงานวิจัยในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางานตามภารกิจของกรมชลประทาน
  • คิดค้น หรือนําเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ มาใช้ในงานชลประทาน แล้วพัฒนาต่อยอดให้ดียิ่งขึ้น

6. ส่งเสริมให้บุคลากรพัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้ของตนเอง

  • ปรับปรุงหลักสูตร เนื้อหาการฝึกอบรมให้สามารถนําไปใช้ปฏิบัติได้จริง
  • ส่งเสริมกลุ่มกําลังคนคุณภาพ ให้นําความรู้มาสร้างนวัตกรรมให้กับกรมชลประทาน

ในส่วนของ 5 มาตรการ ประกอบด้วย

  • มาตรการที่ 1 ส่งเสริมการมีส่วนร่วม
  • มาตรการที่ 2 เตรียมข้อมูลด้านวิศวกรรม และด้านที่ดิน
  • มาตรการที่ 3 เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักร-เครื่องมือ
  • มาตรการที่ 4 ปฏิบัติงานตามแผน และเป็นไปตามหลักวิศวกรรมควบคุม
  • มาตรการที่ 5 พัฒนา และนําเทคโนโลยี เครื่องจักร-เครื่องมือ รวมทั้งนวัตกรรมที่ทันสมัย มาใช้ในการปฏิบัติงาน

จากความร่วมมือประสานพลังของทุกฝ่าย ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของกรมชลประทาน ในการเดินหน้าสู่อนาคต ด้วยพลังน้ำที่เป็นต้นทุนสำคัญในการสร้างชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมไทย ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...