โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

'สแกมเมอร์ข้ามชาติ'ได้รับการสนับสนุนจาก'รัฐกัมพูชา' เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงระดับโลก

The Better

อัพเดต 21 พ.ค. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 21 พ.ค. 2568 เวลา 11.10 น. • THE BETTER
เม็ดเงินของ'สแกมเมอร์'ใน'กัมพูชา'คิดเป็น 60% ของ GDP สูงสุดเกือบ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยรัฐให้การหนุนหลัง 

ตอนที่ 'จีนเทา' กำลังพีคๆ ผมเคยเขียนไปแล้วเรื่องธุรกิจสีเทาโดยเฉพาะ 'สแกมเมอร์' ในกัมพูชา ซึ่งมีทั้งอาชญากรจีนแผ่นดินใหญ่และไต้หวันเป็น 'ฝ่ายปฏิบัติการ' แต่ได้รับการคุ้มหัวโดย 'ผู้ใหญ่' ในประเทศนั้น

ล่าสุด นักวิชาการที่เชี่วชาญเรื่อง 'สแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้' ย้ำอีกครั้งว่า 'รัฐกัมพูชา' ให้การสนับสนุนพวกสีเทาจริงๆ โดยมีมีการเผยพร่รายงานที่ชื่อ "อาชญากรรมข้ามชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐในกัมพูชาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงระดับโลก"

รายงานนี้เขียนโดย เจค็อบ ซิมส์ (Jacob Sims) ผู้เชี่ยวชาญเรื่องสิทธิมนุษยชนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในระยะหลังเขาจับเรื่อง 'สแกมเมอร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้'โดยเฉพาะ รายงานของเขามีข้อมูลเด็ดๆ ทั้งนั้น และล่าสุดก็เช่นกัน

รายนี้ชี้ไปที่ 'รัฐกัมพูชา' โดยเฉพาะว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง 'สแกมเมอร์'

ครับ 'สแกมเมอร์' พวกเดียวกับที่หลอกเงินพี่น้องชาวไทยนั่นแหละครับ ซึ่งเราบอกมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว แต่ทั้ง 'รัฐไทย' และ 'รัฐกัมพูชา' ไม่เอาจริงเอาจังเสียที

มาดูกันว่ารายงานนี่มีข้อมูลที่น่าสนใจอะไรบ้าง? เผื่อรัฐบาลไทยจะขยับบ้าง ส่วนรัฐบาลกัมพูชาขั้นขยับแล้ว โดยบอกว่าเป็น "แผนการใส่ร้ายทงการเมือง"

1. ก่อนอื่น ประเทศที่เป็นฐานที่มั่นของสแกมเมอร์ไม่ได้มีแค่กัมพูชา เพราะ "ศูนย์กลางของอุตสาหกรรมนี้คือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะกัมพูชา เมียนมา และลาว แรงงานที่ก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ในประเทศเหล่านี้เพียงประเทศเดียวมีมากกว่า 350,000 คนได้ไม่ยาก การประมาณการอย่างถี่ถ้วนระบุว่ารายได้ต่อปีที่สร้างโดยกลุ่มอาชญากรในภูมิภาคอยู่ระหว่าง 50,000 ถึง 75,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งทำให้การฉ้อโกงข้ามชาติอาจเป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นที่สุดในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงทั้งหมด ซึ่งเทียบเท่ากับเกือบครึ่งหนึ่งของ GDP ทั้งหมดในประเทศเจ้าภาพหลัก"

2. รายงานระบุว่า "กัมพูชาเป็นประเทศที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นศูนย์กลางของการฉ้อโกงข้ามชาติยุคใหม่ของโลกในปี 2025 โดยมีเพียงเมียนมาเท่านั้นที่มีโอกาสเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต การฉ้อโกงได้กลายมาเป็นอุตสาหกรรมในประเทศ (กัมพูชา) ที่ทำกำไรมหาศาล ซึ่งไม่มีใครเทียบได้ในประวัติศาสตร์ของราชอาณาจักรนี้ การประมาณการอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 12,500 ถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งเทียบเท่ากับ 60% ของ GDP และแซงหน้าอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศอย่างมาก อย่างไรก็ตาม แม้จะมีขนาดและผลกระทบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ปรากฏการณ์นี้ยังคงไม่ได้รับการสำรวจมากนัก"

3. พรรคประชาชนกัมพูชา (CPP ) รักษาอำนาจไว้ได้ไม่ใช่เพราะประชาชนยอมรับความชอบธรรม แต่เพราะการปราบปรามผู้เห็นต่างในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม อำนาจที่บีบบังคับนี้ได้รับเงินและดำรงอยู่ได้ด้วยกิจกรรมการขูดรีดและล่าเหยื่อ (ซึ่งส่วนใหญ่คือผลกำไรจากสแกมเมอร์) ของเครือข่ายผู้อุปถัมภ์ระดับสูง เครือข่ายนี้ซึ่งถูกควบคุมอย่างเข้มงวดโดยอดีตนายกรัฐมนตรีฮุน เซนและครอบครัวของเขา ซื้อความภักดีจากกองกำลังรักษาความมั่นคงของรัฐ ป้องกันไม่ให้เกิด (1) การต่อต้านใดๆ ที่มีนัยสำคัญต่อกลยุทธ์การปกครอง (ของรัฐบาล) ไม่เป็นที่นิยม และ (2) แรงผลักดันใดๆ สำหรับการปฏิรูป เนื่องจากทั้งสองอย่างนี้ก่อให้เกิดภัยคุกคามต่อการยึดครองอำนาจของพรรคร่วมรัฐบาล

4. ในยุคการค้ามนุษย์โดยพวกสแกมเมอร์ภายใต้ระบอบของพรรค CPP หน่วยงานภาครัฐได้ใช้ทรัพยากรทั้งหมดที่มีเพื่อ (1) ปกป้องผู้กระทำความผิดจากความรับผิดชอบข้ามชาติ (2) เบี่ยงเบนและบดบังเนื้อหาสาระของกิจกรรมทางอาญาและความผิด และ (3) ปิดปากเสียง (ประชาชน) ในท้องถิ่นที่เป็นภัยคุกคามต่ออุตสาหกรรมสแกมเมอร์ ในขณะที่กลุ่มอาชญากรถูกขับไล่ออกจากประเทศจากการปฏิรูปในจีน ก็ถูกดึงดูดเข้ามาในงกัมพูชาจนเศรษบกิจและการเมืองของประเทศนี้ถูกแปรรูปเป็นอาชญากรรมอย่างสมบูรณ์ การมีอยู่และเงินทุนของสแกมเมอร์ได้ทำหน้าที่ทำให้พรรค CPP มีอำนาจเหนือตลาด อาชญากรที่มาจากต่างประเทศเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นแหล่งทุนและบุคลากรนอกกฎหมายสำหรับระบอบการปกครองเป็นหลักของกัมพูชา

5. ตัวอย่างความเกี่ยวข้องของ "ผู้ใหญ่" ในรัฐบาลกัมพูชากับสแกมเมอร์ คือ รองนายกรัฐมนตรี สอ สุขะ เป็นหนึ่งในสองผู้ร่วมลงทุนหลักในการก่อสร้างสถานที่ฉ้อโกงโดยสแกมเมอร์ที่ใหญ่ที่สุดและฉาวโฉ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ พ่อตาของเขายังเป็นเจ้าของสถานที่ฉ้อโกงโดยสแกมเมอร์อย่างน้อยหนึ่งแห่ง หรือธุรกิจครอบครัวที่ก่ออาชญากรรมเหล่านี้หลบเลี่ยงความรับผิดชอบ และนักลงทุนอีกคนในคาสิโน Jinbei ของ สอ สุขะ คือ เฉินจื้อ (CEO ของ Prince Group Holdings) ซึ่งเป็นอาชญากรที่มีต้นกำเนิดจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งยังเป็นที่ปรึกษาระดับคณะรัฐมนตรีให้กับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันและคนก่อนหน้านี้จากตระกูลฮุน และกลายเป็นผู้อุปถัมภ์หลักของพรรค CPP อีกด้วย

6. บุคคลที่มีความเกี่ยวข้องคนอื่นๆ ก็เช่น ตรี เพียบ ที่ปรึกษาของ ฮุน เซน และ ลี ยง พัต สมาชิกคณะกรรมการ CPP ถาวรจนกระทั่งเมื่อไม่นานนี้ ชายทั้งสองคนได้โฆษณาทรัพย์สินที่ตนถือครองโดยมิชอบอย่างเปิดเผยบนเว็บไซต์ส่วนตัว แม้จะมีหลักฐานสะสมมาหลายปีเกี่ยวกับกิจกรรมทางอาญาและการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในกรณีของ ลี ยง พัต ความช่วยเหลือจากรัฐในการหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรนั้นเห็นได้ชัดจากการที่ทรัพย์สินสาธารณะของเขาหายไปอย่างรวดเร็วจากบันทึกบริษัทสาธารณะของกัมพูชาหลังจากถูกคว่ำบาตร ยังมีคนอื่นๆ อีก เช่น วุฒิสมาชิก กก อัน (เจ้าของนิคมอุตสาหกรรมปอยเปตและสีหนุวิลล์หลายแห่ง) และ ฮุน โต (ลูกพี่ลูกน้องของนายกรัฐมนตรี ฮุน มาเนต โดยทั่วไป นิคมอุตสาหกรรมสแกมเมอร์แต่ละแห่งดูเหมือนจะได้รับประโยชน์จากผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นอย่างน้อยหนึ่งรายที่ถือครองที่ดินและให้การคุ้มครองจากผู้บังคับใช้กฎหมายโดยใช้อิทธิพล

7. โครงการ “การลงทุนเพื่อขอสัญชาติ” ของกัมพูชา ดูเหมือนจะมีบทบาทสำคัญในการอำนวยความสะดวกให้กับการอพยพของอาชญากรระดับสูงจำนวนมากมายังราชอาณาจักรในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2009 ถึง 2023 รัฐบาลได้เผยแพร่รายชื่อผู้รับสัญชาติ และรวมถึงรายชื่ออาชญากรที่รู้จักจำนวนมาก เมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากการตรวจสอบจากนานาชาติมีความเข้มข้นมากขึ้น รัฐบาลจึงได้ปกปิดข้อมูลการแปลงสัญชาตินี้ ทำให้แหล่งข้อมูลที่จำเป็นอย่างยิ่งในความโปร่งใสหายไป การลบข้อมูลนี้ออกจากบันทึกสาธารณะ “ช่วยปกปิดธรรมชาติของความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำของรัฐกัมพูชาและอาชญากรเหล่านั้น รวมถึงปริมาณมหาศาลของอาชญากรที่กัมพูชาได้ดึงดูดเข้ามาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”

8. รายงานอ้างข้อมูลจาการสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องว่า “มีนักลงทุนและเจ้าพ่ออาชญากรชาวจีนจำนวนมากไม่เพียงแต่ได้รับอิสระโดยไม่ต้องถูกลงโทษเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลอย่างมากในกัมพูชาด้วย” ผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวให้กับนายกรัฐมนตรีหรือในตำแหน่งที่มีอิทธิพลอื่นๆ … เช่น อาชญากรที่มีเงินทุนหนา เช่น เฉินจื้, เสอจื้อเจียง, สวีอ้ายหมิน, ตงเล่อเฉิง" โดย "กรณีของ เสอจื้อเจียง อาจให้ข้อคิดในเรื่องนี้ เสอเป็นหนึ่งในอาชญากรที่ฉาวโฉ่ที่สุดในภูมิภาคนี้ และอาจต้องรับโทษหนักหากถูกส่งตัวไปยังจีน ตลอดระยะเวลาที่ถูกควบคุมตัวในประเทศไทย เขาได้ล็อบบี้อย่างต่อเนื่องและเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อเรียกร้องให้เนรเทศไปยังกัมพูชา"

9. ภาคการพนันของกัมพูชาทำหน้าที่เป็น "ตัวผสม" ที่ทำการฟอกเงินผิดกฎหมายจำนวนมหาศาลอย่างเป็นระบบ และฟอกเงินเข้าสู่ภาคการเงินอย่างเป็นทางการของกัมพูชาโดยระบบการเงินทางการของประเทศก็ถูกบงการโดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ การที่กัมพูชาใช้สกุลเงินดอลลาร์ และการที่กัมพูชาถูกถอดออกจากบัญชีสีเทาของต่อต้านการฟอกเงินของ FATF ในปี 2022 ตลอดจนเครือข่ายโทรคมนาคมที่แข็งแกร่งและโครงสร้างพื้นฐานด้านถนนที่ได้รับการปรับปรุง ยังเป็นตัวเอื้อให้กัมพูชากลายเป็น "เจ้าบ้าน" ให้กับอาชญากรรมไซเบอร์ข้ามชาติ

10. ผู้สังเกตการณ์ภาคประชาสังคมในพื้นที่ระบุว่า “สถานที่ทำสแกมเมอร์ขนาดใหญ่เกือบทุกแห่งในกัมพูชามีความเชื่อมโยงกับคาสิโน” ที่สำคัญ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีความเชื่อมโยงทางกายภาพเสมอไป จำนวนสถานที่สแกมเมอร์ในกัมพูชาที่ถูกระบุตัวตนได้นั้นมีจำนวนมากกว่าคาสิโนที่เป็นที่รู้จักอย่างมาก โดยมีสถานที่ทำสแกมเมอร์ใหม่ๆ ปรากฏขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามคำบอกเล่าของผู้เห็นเหตุการณ์หลายคนและผู้สังเกตการณ์ภาคประชาสังคมในพื้นที่ “ความเชื่อมโยง” ที่อ้างถึงนั้นมักเกิดจากโครงสร้างความเป็นเจ้าของ การเชื่อมโยงทางธุรกิจ การใช้ผลิตภัณฑ์การพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง มีการบันทึกไว้ว่าเกี่ยวข้องกับสถานที่เหล่านี้ หรือเกี่ยวกับกลไกทางอ้อมอื่นๆ

11. ผู้สังเกตการณ์ระหว่างประเทศตั้งข้อสังเกตว่าโครงสร้างพื้นฐานการพนันและการฟอกเงินมีบทบาทสำคัญต่อขนาดและความซับซ้อนของแหล่งทำสแกมเมอร์ รวมถึงแหล่งอื่นๆ ในกัมพูชา ความเชื่อมโยงระหว่างการพนันและอาชญากรรมคือระบบธนาคารรองของอุตสาหกรรมการพนันซึ่งอำนวยความสะดวกให้กับการดำเนินงานของคาสิโนและมักทำหน้าที่เป็น "ตัวผสม" โดยผสมเงินจากแหล่งต่างๆ เข้าด้วยกันและทำให้ยากต่อการติดตาม ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยังสังเกตด้วยว่า "การพนันเป็นธุรกิจที่มีปริมาณมาก ตลอด 24 ชั่วโมงตลอด 7 วันของสัปดาห์" และเป็นธุรกิจที่สามารถ "สร้างความชอบธรรมให้กับกระแสเงินสดจำนวนมาก" ได้ ยิ่งไปกว่านั้น "เมื่อเงินได้รับการประมวลผลผ่านคาสิโนที่ถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายแล้ว ไม่มีทางที่ศาลจะสามารถยืนยันได้ว่าเงินนั้นอยู่ในความผิดฐานอาญาหรือไม่"

นี่คือเนื้อหาสาระของรายงานเรื่อง "อาชญากรรมข้ามชาติที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐในกัมพูชาเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงระดับโลก" โดย เจค็อบ ซิมส์

ในท้ายรายงานมีการย้ำอีกครั้งว่า 'รัฐกัมพูชา' เกี่ยวข้องแน่นอนกับอุตสาหกรรมสแกมเมอร์ แต่ก็ชี้ให้เห็นด้วยว่ารัฐกัมพูชาทำเป็นไม่รู้อิโหน่อิเหน่ แถมยังตอบโต้เสียอีกว่า "ตัวเองบริสุทธิ์" และอ้างว่ารายงานเปิดโปงเหล่านี้เป็นการโจมตีทางการเมือง

ยังไม่นับความพยายามที่จะพลิกกลับข้อกล่าวหาให้ตัวเองกลายเป็นเหยื่อไปเสียอีก

เช่นล่าสุดหลังรายงานออกมา ตูจ โสคัก โฆษกกระทรวงมหาดไทย โจมตีรายงานนี้ว่า “เป็นเจตนาที่เป็นอันตรายที่จะทำให้ประเทศเล็กๆ ต้องทนทุกข์ ไม่ว่าจะภายใต้กรอบภูมิรัฐศาสตร์หรือเป็นประเด็นที่นำไปสู่การเลือกตั้ง”

และ "แผนการ (ใส่ร้าย) ทางการเมืองจะดำเนินต่อไป

พฤติกรรมหากินกับสแกมเมอร์ว่าอันตรายแล้ว การแสร้งเป็นไม่รู้ไม่ชี้ว่าตัวเองหากินกับมัน แสดงให้เห็นว่า 'รัฐกัมพูชา' อันตรายต่อชาวโลกจริงๆ อย่างที่รายงานว่าได้

บทความโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...