โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยเงียบใกล้ตัว! เตือน 5 สัญญาณภาวะก่อนเบาหวาน เสี่ยงเบาหวานใน 5 ปี

Khaosod

อัพเดต 03 ส.ค. 2566 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 03 ส.ค. 2566 เวลา 04.55 น.

ภัยเงียบใกล้ตัว! ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เตือน 5 สัญญาณภาวะก่อนเบาหวาน เสี่ยงเป็นเบาหวานใน 5 ปี ย้ำปัจจัยเสี่ยง 8 ประการ

เบาหวานเป็นภาวะใกล้ตัวกว่าที่คิด ซึ่งนักโภชนาการ เฉิง ฮันหยู่ ชี้ให้เห็นว่า 1 ใน 4 ของผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปี เป็นภาวะก่อนเป็นเบาหวาน - ระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารคือ 100- 125 มก./ดล. และค่า glycosylated hemoglobin HbA1c 5.7-6.4 % (ซึ่งสามารถสะท้อนถึงระดับน้ำตาลในเลือดเฉลี่ยในช่วง2 - 3 เดือน ที่ผ่านมา )

ภาวะก่อนเบาหวาน (Prediabetes) คือ ภาวะสุขภาพที่เกิดจากระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ แต่ยังไม่สูงจนสามารถวินิจฉัยเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ซึ่งภาวะก่อนเป็นเบาหวานส่วนใหญ่มักไม่ปรากฏอาการแน่ชัด แต่จะมี 5 อาการให้สังเกตได้ ไม่ว่าจะเป็นมีอาการอ่อนเพลีย, กระหายน้ำ, ปัสสาวะบ่อย, ตาพร่ามัว, และเกิดภาวะรอยดำบริเวณข้อพับ (Acanthosis Nigricans) ได้ง่าย

โดยภาวะรอยดำบริเวณข้อพับหรือโรคผิวหนังช้าง เป็นความผิดปกติของผิวหนังที่เกิดจากการสะสมของเม็ดสีเมลานิน ผิวหนังจะเป็นปื้นดำหนาซึ่งมักเกิดในบริเวณรอยพับของผิวหนัง เช่น คอ ใต้วงแขน และต้นขาด้านใน อย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสังเกตว่าอาการของมนุษย์ส่วนใหญ่ไม่ชัดเจนเพียงพอ ดังนั้นจึงแนะนำให้เจาะเลือดเพื่อการวินิจฉัย

ทำไมภาวะก่อนเป็นเบาหวานถึงเป็นภัยเงียบที่ไม่ควรละเลย เนื่องจากหากปล่อยให้ร่างกายมีน้ำตาลในเลือดสูงต่อเนื่องโดยไม่ทำอะไร ไม่ลดน้ำหนัก ไม่ออกกำลังกาย และไม่คุมอาหาร จะทำให้ผู้ที่มีภาวะก่อนเบาหวานจะกลายเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ภายใน 5 ปี ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเฉิง ฮันหยู่ เผย ปัจจัยเสี่ยง 8 ประการสำหรับโรคเบาหวานอีกด้วย ได้แก่

1. ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุด คือ โรคอ้วน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการเผาผลาญอินซูลินที่ผิดปกติ น้ำหนักเกิน และไขมันในร่างกายสูงจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานโดยตรง 2. อักเสบเรื้อรัง โดยผู้ที่มีแนวโน้มที่จะมีปัญหาโรคอ้วน ส่งผลให้ร่างกายมีการอักเสบเรื้อรังและความไวของอินซูลินต่ำ

3. รับประทานอาหารไขมันสูง-น้ำตาลสูงส่งเสริมการตอบสนองต่อการอักเสบของร่างกาย ซึ่งน้ำตาลในเลือดและไขมันในเลือดสูงทำให้เกิดภาวะอักเสบในร่างกายและขัดขวางการเผาผลาญอาหาร 4. เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลจะเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน โดยเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของโรคเบาหวานและอาจทานแคลอรีมากขึ้น ซึ่งนำไปสู่โรคอ้วนและโรคเบาหวาน

5. ความไม่สมดุลของแบคทีเรียในลำไส้จะเพิ่มโอกาสเกิดความผิดปกติของการเผาผลาญ โดยแบคทีเรียในลำไส้ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันและการอักเสบของร่างกาย พร้อมทั้งรักษาระดับการเผาผลาญของร่างกายมนุษย์ให้เป็นปกติ เมื่อมีแบคทีเรียในร่างกายไม่สมดุลในลำไส้จะเปลี่ยนไป นำไปสู่การรบกวนการเผาผลาญ

6. ถ้าพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่งเป็นเบาหวาน ลูกมีโอกาสเป็นเบาหวาน 40% โดยโรคเบาหวานเกี่ยวข้องกับความอ่อนแอทางพันธุกรรม แต่หลักฐานการวิจัยจำนวนมากพบว่าสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้ ด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ น้ำหนักปกติ และการออกกำลังกาย

7. ประวัติเบาหวานขณะตั้งครรภ์: ผู้ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์มีโอกาส 40 - 60% ที่จะเกิดโรคเบาหวานภายใน 5 ถึง 10 ปีหลังคลอด 8. ประวัติกลุ่มอาการถุงน้ำรังไข่หลายใบ คือภาวะที่ผู้หญิงมีฮอร์โมนแอนโดรเจน (ฮอร์โมนเพศชาย) มากเกินประมาณ 40% ของผู้ป่วยที่เป็นโรคถุงน้ำรังไข่หลายใบได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอ้วน และความน่าจะเป็นของโรคเบาหวานและโรคหัวใจและหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้น

เพื่อแก้ไขภาวะก่อนเป็นเบาหวาน ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ดังนี้ ออกกำลังกายเป็นประจำ เช่น การเดินเร็วอย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์หรือออกกำลังกาย 30 นาทีต่อวันเพื่อลดไขมันและต้านการอักเสบสามารถลดความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้

ลดน้ำหนัก เพื่อช่วยฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้เป็นปกติ โดยภาวะก่อนเบาหวานในระยะเริ่มต้นโดยตรงยังช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แม้แต่ผู้ที่เป็นเบาหวานอยู่แล้ว (ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น เบาหวานชนิดที่ 2 ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา ) ซึ่งแต่เดิมมีน้ำหนักเกิน / อ้วน ก็สามารถสร้าง HbA1c <6.5% ผ่านการลดน้ำหนัก ได้

ทานผักที่มีไฟเบอร์หรือเส้นใยอาหารที่เพียงพอต่อการควบคุมน้ำตาลและปรับสมดุลของแบคทีเรียในลำไส้ โดย ไฟเบอร์จากพืชทำให้อิ่มได้โดยไม่เพิ่มน้ำตาลในเลือด แนะนำให้ทานเส้นใยอาหาร 15 กรัม ~35 กรัม เนื่องจากสามารถลดน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหาร HbA1c ไขมันในเลือด น้ำหนักตัว และการอักเสบของร่างกาย

ขอบคุณที่มาจาก TTVC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...