โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

อดีตหนุ่มไอที ปลูกส้มสายน้ำผึ้ง ทำเป็นอาชีพหลัก สร้างรายได้ให้กับครอบครัว

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 17 ต.ค. 2565 เวลา 06.36 น. • เผยแพร่ 18 ต.ค. 2565 เวลา 21.00 น.

คุณศิวะ แสงต๊ะ หรือ คุณลี้ เกษตรกรหนุ่ม วัย 34 ปี และเจ้าของสวนส้มสายน้ำผึ้ง ในพื้นที่ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ จากอดีตพนักงานไอที สู่เกษตรกรผู้ปลูกส้มสายน้ำผึ้งอย่างเต็มรูปแบบและครบวงจร ด้วยการสานต่อธุรกิจของครอบครัว โดยมีคุณพ่อและคุณแม่เป็นแรงผลักดัน ให้กลับมาฮึดสู้และเอาดีด้านการปลูกส้มสายน้ำผึ้ง ต่อยอดเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง จนสามารถสร้างเป็นรายได้หลักมาจนถึงปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของการปลูกส้มสายน้ำผึ้งนั้น คุณลี้ เล่าว่า เมื่อ 17 ปีที่แล้ว ในอดีตทางครอบครัวปลูกต้นลิ้นจี่ ก่อนจะมาประสบปัญหาในเรื่องราคาของผลผลิตที่ลดน้อยลง จึงโค่นต้นลิ้นจี่ในสวนทิ้งทั้งหมด เพราะในขณะนั้นทางครอบครัวเล็งเห็นโอกาส จากการสร้างรายได้จากปลูกต้นส้มสายน้ำผึ้งที่เพิ่มขึ้นมากกว่าการปลูกลิ้นจี่หลายเท่าตัว ก่อนจะค่อยๆ ทยอยปลูกต้นส้มสายน้ำผึ้ง จาก 200 ต้น จนถึงปัจจุบันมีต้นส้มสายน้ำผึ้งกว่า 4,000 ต้น ในพื้นที่ 50 ไร่

หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัย คุณลี้ได้ทำงานเป็นพนักงานไอทีในออฟฟิศแห่งหนึ่ง จนกระทั่งเห็นว่าคุณพ่อและคุณแม่นั้นทุ่มเทเวลาให้กับการทำสวนส้มสายน้ำผึ้งเป็นอย่างมาก จึงเกิดความสงสารและเห็นอกเห็นใจ จึงตัดสินใจที่จะลาออกจากงานประจำ และกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว

สำหรับการปลูกส้มสายน้ำผึ้งภายในสวนของคุณลี้นั้น จะปลูกในระยะ 6×3 เมตร แต่ในปัจจุบันเกษตรกรผู้ปลูกส้มหลายพื้นที่ได้ปรับเปลี่ยนการปลูกให้อยู่ในระยะ 5×4 เมตร เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการปลูก ซึ่งถือว่าเป็นการช่วยลดปัญหาความแออัดในระยะการปลูกต้นส้มสายน้ำผึ้งในพื้นที่ รวมถึงเพิ่มความสะดวกในการดูแลส้มสายน้ำผึ้งได้อย่างทั่วถึง

“สำหรับการดูแลต้นส้มสายน้ำผึ้งภายในสวนนั้น หากไม่ใช่ช่วงฤดูฝนจะมีการรดน้ำ 2-3 ครั้งต่อวัน รอบละ 20-25 นาที จำเป็นต้องดูแลเขาตลอด ถ้าไม่ดูแลเขา ผลผลิตก็ไม่ได้ จะมีการใส่ปุ๋ย และฉีดยาฆ่าแมลง 1 ครั้งต่อสัปดาห์ และจะมีการติดตามผลในเรื่องของแมลงที่เข้ามาก่อกวนส้มสายน้ำผึ้งภายในสวนเป็นประจำทุกวัน เพื่อดูว่ามีการลดหรือเพิ่มของแมลงชนิดอื่นหรือไม่ จะจัดการด้วยการใช้ตัวยาชนิดไหน ที่จะกำจัดแมลงชนิดนี้อย่างนี้ครับ ก็จะจัดให้เข้าไปฉีดดูต่อรอบครับ”

ภายในสวนส้มสายน้ำผึ้งของคุณลี้ จะเน้นการปลูกส้มสายน้ำผึ้งแบบผสมผสาน ด้วยใช้ปุ๋ยอินทรีย์จากมูลสัตว์และปุ๋ยเคมีสลับกัน เนื่องจากการปลูกส้มสายน้ำผึ้งนั้น ค่อนข้างจะมีวิธีการดูแลที่ค่อนข้างยากในระดับหนึ่ง และใน 1 ปี ส้มสายน้ำผึ้งจะมีผลผลิตประมาณ 3-4 เดือนเท่านั้น อีกทั้งปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลกระทบ โดยเฉพาะในเรื่องของฝนที่ตกลงมา ส่งผลให้ส้มสายน้ำผึ้งแตก รวมถึงเรื่องเชื้อราก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรง จึงจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลผลิตภายในสวนมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่อผลผลิตส่งถึงมือลูกค้า

“คือส้มสายน้ำผึ้งภายในสวน จะมีการทำแบบใช้ปุ๋ยอินทรีย์และเคมีสลับกันไปครับ เพราะหากเลือกใช้ปุ๋ยอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงชนิดเดียว ผลผลิตที่ได้ก็จะไม่เป็นแบบตามที่เราต้องการครับ และก็ผลผลิตก็จะไม่สวย ส้มจะลายและแตก รสชาติไม่ได้แบบนี้ครับ จึงจำเป็นต้องผสมผสานกันครับ”

คุณลี้ เล่าว่า ส้มสายน้ำผึ้งนั้นจะมีผลผลิตทั้งในและนอกฤดู อ้างอิงข้อมูลเมื่อปี พ.ศ. 2564 ถ้าอยู่ในช่วงฤดูกาลส้มสายน้ำผึ้ง จะมีราคาอยู่ที่ 18-24 บาทต่อกิโลกรัม หากเป็นช่วงส้มสายน้ำผึ้งนอกฤดูกาล จะมีราคาอยู่ที่ 39-45 บาทต่อกิโลกรัม ราคาทั้งหมดจะถูกกำหนดขึ้นตามความสวย รสชาติ และขนาดลูกของส้มสายน้ำผึ้ง

“ส้มที่ออกในฤดูจะมีราคาไม่สูง เพราะส้มมีเยอะ ส้มสายน้ำผึ้งที่ขายกันนอกฤดูจะมีราคาสูง หากใครทำผลผลิตออกฤดูได้แบบนี้ จะได้ราคาสูงครับ ที่ผ่านมาช่วงปลายเดือนสิงหาคม ราคาขึ้นไปอยู่ที่เกือบกิโลกรัมละ 100 บาท ที่สวยๆ นะครับ”

ความต้องการทางด้านการตลาด ต้องยอมรับว่าส้มสายน้ำผึ้งนั้นให้ผลตอบแทนที่ดี จึงทำให้เกษตรกรหลายรายหันมาปลูกส้มสายน้ำผึ้งกันจำนวนมาก ส่งผลให้มีคู่แข่งทางการตลาดเพิ่มขึ้นในปัจจุบัน จึงส่งผลในเรื่องของราคาการรับซื้อผลผลิตนั่นเอง

เมื่อสอบถามในเรื่องของผลผลิตภายในสวนนั้น อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ สามารถเป็นรายได้หลักให้กับครอบครัวโดยจะมีปริมาณผลผลิตอยู่ที่ 200 ตันต่อปี มีลูกค้าประจำและลูกค้าไม่ประจำเดินทางมารับซื้อด้วยตนเองที่หน้าสวน รวมถึงมีการสั่งซื้อส้มสายน้ำผึ้งทางช่องทางออนไลน์ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก “ส้มสายน้ำผึ้ง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ส่งตรงจากไร่ by กิ๊ฟ” ทำให้มีลูกค้าหลั่งไหลเข้ามาสั่งซื้อกันจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นช่องทางการประชาสัมพันธ์ให้ส้มสายน้ำผึ้งของคุณลี้นั้นเป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น

สำหรับท่านใดที่สนใจ สามารถติดต่อ คุณศิวะ แสงต๊ะ หรือ คุณลี้ เจ้าของสวนส้มสายน้ำผึ้ง ได้ในพื้นที่ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หรือทางเพจเฟซบุ๊ก “ส้มสายน้ำผึ้ง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ส่งตรงจากไร่ by กิ๊ฟ” และทางเบอร์โทรศัพท์ 083-566-7783

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...