‘แผ่นเสียงในสยาม’ เปิดท่วงทำนองประวัติศาสตร์ เมื่อวันวานคืออนาคต
ในวันที่ผู้คนสามารถคลิกฟังบทเพลงมากมายได้อย่างไม่จำกัดผ่านโลกออนไลน์
ในวันที่เว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นต่างๆ พร้อมเสิร์ฟความบันเทิงอย่างไม่จำกัด
ในวันที่วิทยุทรานซิสเตอร์ กลายเป็นวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์
และในวันที่แผ่นเสียงและเครื่องเล่น กลายเป็นสิ่งล้ำค่าในประวัติศาสตร์
หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร เปิดตัวนิทรรศการ ‘แผ่นเสียงในสยาม’ นำเสนอเรื่องราว ประวัติความเป็นมา ทั้งยังจัดแสดงแผ่นเสียงและเครื่องเล่นแผ่นเสียงหลากยุคสมัย พร้อมเพลิดเพลินกับเสียงเพลงจากแผ่นเสียงเก่า และถ่ายภาพกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ
ชวนให้ศึกษาประวัติ เรียนรู้พัฒนาการ ทำความเข้าใจในแผ่นเสียงประเภทต่างๆ รวมถึงประวัติศาสตร์การบันทึกเสียงของไทยผ่าน 4 ส่วนของนิทรรศการ อันได้แก่
ส่วนที่ 1 แรกมีแผ่นเสียงในสยาม บอกเล่าประวัติความเป็นมาของการกำเนิดแผ่นเสียง และการบันทึกเสียงยุคแรกในสยาม แผ่นเสียงครั่ง ตราแผ่นเสียงที่ผลิตขึ้นโดยคนไทยในยุคแรก ‘หม่อมส้มจีน’ นักร้องสตรีไทยคนแรกที่บันทึกเสียงลงแผ่นเสียง และแผ่นเสียงปาเต๊ะเพลงไทย
ในโซนนี้ หนึ่งในไฮไลต์ที่ชวนให้ต้องเพิ่มวอลุ่ม คือ เรื่องราวของหม่อมส้มจีน ซึ่งเป็น นักร้องหญิงของไทยคนแรกที่ได้รับการคัดเลือกให้ร้องเพลงบันทึกแผ่นเสียง ตั้งแต่ก่อน พ.ศ.2449 โดยบริษัท แกรมโมโฟน คอนเสิร์ต เร็กคอร์ด สาขาบางกอก อัดเสียงลงบนแผ่นขี้ผึ้งในกรุงเทพฯ แล้วส่งไปทำแม่พิมพ์ อัดเป็นแผ่นครั่งสีดำที่เมืองแฮนโนเวอร์ เยอรมนี แผ่นเสียงชุดนี้อัดหน้าเดียว ส่วนด้านหลังพิมพ์เป็นตราของบริษัท เป็นรูปเทวดาฝรั่ง มีปีก ขีดร่องรูปวงกลมบนแผ่นเสียง ซึ่งเป็นตราของบริษัท แอนเจิ้ลแกรมโมโฟน ซึ่งต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท แอนเจิ้ลเร็กคอร์ด
พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเหมวดี พระราชธิดาองค์สุดท้องในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงเคยเล่าประทาน นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล ว่า หม่อมส้มจีนมีเสียงเล็กแหลมดัง ร้องเพลงหมดจด ชัดถ้อยชัดคำ ลีลาการเอื้อนละเอียดลออหมดจด นับว่าเป็นคนร้องเก่งมาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดว่า ร้องเพลงดีและทรงคุ้นเคยจนถึงบันทึกชื่อหม่อมส้มจีนไว้ในหนังสือพระราชนิพนธ์ไกลบ้าน
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 เมื่อ พ.ศ.2450 ทรงบันทึกในพระราชหัตถเลขา ฉบับที่ 26 ใน ไกลบ้าน ว่าขณะที่อยู่ในเมืองฮัมบูร์ก ประเทศเยอรมนีนั้น ได้มีผู้ส่งแผ่นเสียงหม่อมส้มจีนร้องขึ้นไปถวายให้ทรงฟังชุดหนึ่ง คือ แผ่นเสียงชุดแรกที่กล่าวถึงนี้ ทรงบันทึกว่า
‘มีเพลงแสนเสนาะนั้น เพลงหนึ่ง ยายส้มจีนร้อง’
แผ่นเสียงชุดดังกล่าวนั้น หม่อมส้มจีนร้องอยู่ 2 เพลง คือ เพลงแสนเสนาะ และเพลงบุหลัน แต่การพิมพ์ชื่อผิด โดยพิมพ์ชื่อหม่อมส้มจีนเป็น “ซ่มจีน” และเพลงบุหลันเป็น “บูหลัน”
ผลงานของหม่อมส้มจีนต่อมาได้บันทึกเป็นจานเสียงกับบริษัท International Talking Machine เป็นแผ่นเสียงโอเดี้ยน ตราตึก จำนวนมาก ปรากฏบนหน้าแผ่นเสียงว่า ใช้พิณพาทย์วง นายแปลก (พระยาประสานดุริยศัพท์-แปลก ประสานศัพท์) นายสอน (หลวงประดิษฐไพเราะ-ศร ศิลปบรรเลง) ซึ่งก็คือ วงของวังบูรพาภิรมย์นั่นเอง เพลงที่บันทึกไว้มี ตับนางลอย, เขมรใหญ่ 3 ชั้น, ลมหวน 3 ชั้น, มโหรีตับแขกมอญ, มาลีหวน 3 ชั้น, แสนเสนาะ 3 ชั้น, บุหลัน 3 ชั้น, ใบ้คลั่ง 3 ชั้น
ครั้นครูแปลกได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นขุนประสานดุริยศัพท์ เมื่อ พ.ศ.2452 หม่อมส้มจีนได้อัดแผ่นเสียงรุ่นหลังสุดกับบริษัท พาโลโฟน และแผ่นเสียงตรารามสูร-เมขลา (บนหน้าแผ่นเสียงพิมพ์ข้อความว่า “แผ่นเสียงสำหรับผู้มีบรรดาศักดิ์”) ชุดนี้มีมโหรี, ตับทะแย, ต่อยรูป 3 ชั้น, การเวก 3 ชั้น, ลมหวน 3 ชั้น, ชมดงนอก, แขกมอญ 3 ชั้น, ทยอยนอก 3 ชั้น, สี่บท 3 ชั้น, เชิดจีน, บุหลัน 3 ชั้น, จระเข้หางยาว ฯลฯ อีกมากมาย จึงได้ชื่อว่า เป็นต้นตำรับการขับร้องเพลงสามชั้นในสมัยรัชกาลที่ 5
หม่อมส้มจีน เป็นนักร้องที่โด่งดังมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ปรากฏผลงานการขับร้องของท่านแพร่หลายเป็นแบบอย่างสําหรับนักร้องทั่วไปในยุคนั้น และยังคงมีอิทธิพลเป็นแบบอย่างต่อมาจนถึงรัชกาลที่ 7 หรือแม้แต่ปัจจุบัน แนวการขับร้องของหม่อมส้มจีนยังคงมีอยู่ไม่น้อย เช่น ลีลาการขับร้องของครูท้วม ประสิทธิกุล และครูอุษา สุคันธมาลัย เป็นต้น
ด้านชีวิตส่วนตัวนายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล เคยค้นคว้าเรียงข้อมูลเกี่ยวกับหม่อมส้มจีน ไว้ตอนหนึ่งว่า หม่อมส้มจีน เป็นภรรยาคนหนึ่งของ พระยาราชานุประพันธ์ (สุดใจ) เป็นนักร้องเพลงไทยที่มีชื่อเสียงมากในสมัยรัชกาลที่ 5 ไม่ทราบว่าเป็นบุตรีของท่านผู้ใด คาดว่าจะเกิดในปลายรัชกาลที่ 4 ระหว่าง พ.ศ.2400-05 เมื่อเป็นเด็กได้เข้ามาอยู่ในบ้านพระยาราชานุประพันธ์ (สุดใจ) ณ ตำบลคลองบางหลวงบริเวณคลองซอยทางเข้าคลองบางไส้ไก่ ฝั่งธนบุรี ฝึกหัดร้องละครแต่ครั้งนั้น เนื่องจากเป็นคนเสียงดี จึงมีชื่อเสียงมาตั้งแต่อายุยังน้อย
ส่วนที่ 2 จากแผ่นเสียงครั่งสู่แผ่นเสียงไวนิล นำเสนอพัฒนาการการบันทึกเสียงจากแผ่นเสียงครั่ง สู่แผ่นเสียงไวนิล และแผ่นเสียงไวนิลประเภทต่างๆ
ย้อนเล่าเรื่องราวนับแต่ พ.ศ.2473 ซึ่งมีการพัฒนาเทคโนโลยีการบันทึกเสียงด้วยระบบสเตอริโอซึ่งให้เสียงคุณภาพดีกว่าแผ่นเสียงครั่ง สามารถเล่นได้ที่ความเร็วต่ำ 33 รอบต่อนาที (33RPM) ในขณะที่แผ่นเสียงครั่งเล่นด้วยความเร็ว 78 รอบต่อนาที (78RPM) แผ่นเสียงที่พัฒนาขึ้นนี้ผลิตจากวัสดุโพลิเมอร์สังเคราะห์ เรียกว่า ‘ไวนิล’ (Vinyl) จึงเป็นที่มาของการเรียกชื่อแผ่นเสียงนี้ว่า ‘แผ่นไวนิล’
ต่อมาใน พ.ศ.2492 บริษัท PCA Victor พัฒนาแผ่นเสียงไวนิลขนาด 7 นิ้ว เล่นด้วยความเร็ว 48 รอบต่อนาที เรียกว่า ‘แผ่นซิงเกิล’ (Single) บันทึกเสียงไว้ 1-2 เพลง
โดยทั่วไป แผ่นเสียงไวนิลจะถูกผลิตออกมาเป็นสีดำ แต่ปัจจุบันมีการผลิตแผ่นเสียงพิเศษจำนวนมากที่มีสีสันสวยงามและมีการผลิตแผ่นเสียงขนาดพิเศษซึ่งแตกต่างไปจากแผ่นเสียงขนาด 7 นิ้ว 10 นิ้ว และ 12 นิ้ว ส่วนใหญ่จัดทำขึ้นในโอกาสพิเศษต่างๆ
ส่วนที่ 3 แผ่นเสียงสำคัญในสยาม กล่าวถึงแผ่นเสียงเพลงสำคัญของชาติ แผ่นเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 แผ่นเสียงเพลงไทยของกรมศิลปากร แผ่นเสียงเพื่อการศึกษา และรางวัลแผ่นเสียงทองคำพระราชทาน
ส่วนที่ 4 การกลับมาของแผ่นเสียง คุณค่าทางใจและความสุนทรีย์ที่จับต้องได้ อธิบายถึงการกลับมาได้รับความนิยมของแผ่นเสียงอีกครั้งในยุคปัจจุบัน
สำหรับโซนนี้ นับเป็นอีกหนึ่งจุดที่ต้องขีดเส้นใต้ เพราะเป็นประเด็นน่าสนใจถึงขนาดเคยเป็นงานวิจัยระดับปริญญาโท ของมหาบัณฑิตคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มาแล้ว ในหัวข้อ ‘แผ่นเสียงในยุคดิจิตอล : ทัศนคติและพฤติกรรมของผู้นิยมเล่นแผ่นเสียงในประเทศไทย’ โดย ณัฐชัย นวลสุวรรณ์ เมื่อ พ.ศ.2558
ผลการศึกษาพบว่าผู้นิยมแผ่นเสียงในไทยยุคนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มอายุ คือ ไม่เกิน 35 ปี สนใจด้วยเหตุผลด้าน ‘การสะสม’ ผลงานของศิลปินที่ชื่นชอบ และเรื่องราคาเป็นหลัก เนื่องจากเป็นวัยที่ต้องสร้างฐานะ ในขณะที่กลุ่มอายุมากกว่า 35 ปี สนใจแผ่นเสียงด้วยเหตุผลของคุณภาพเสียงการสะสม และ ‘ความเพลิดเพลินในขั้นตอนการเล่นแผ่นเสียง’ โดยงานวิจัยที่ว่านี้ ผู้วิจัยระบุว่า เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการทำการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นับได้ว่า วัตถุแห่งความสุนทรีย์ในวันวาน ยังมีอนาคตด้านธุรกิจการค้าที่ต้องจับตา
ส่วนเนื้อหาโซนนี้ในนิทรรศการเป็นอย่างไร ต้องชวนให้ไปสัมผัสด้วยตนเอง
ไม่เพียงเท่านั้น ในนิทรรศการ ยังมี ‘กระบอกเสียงของเอดิสัน’ และแผ่นเสียงหายาก ตั้งแต่ครั้งแผ่นดินพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 แผ่นเสียงครั่งร่องกลับทางของปาเต๊ะ ซึ่งเป็นแผ่นเสียงชนิดพิเศษและหายาก อีกทั้งแผ่นเสียงไวนิลแบบต่างๆ ที่จัดทำขึ้นพิเศษ แผ่นเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ที่บันทึกครั้งแรก แผ่นเสียงเพลงชาติในยุคแรกหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง แผ่นเสียงเพลงไทยของกรมศิลปากร และอีกมากมาย
ละลานตาด้วยสีสันชวนบันเทิงใจจาก ‘ปกแผ่นเสียง’ และไวนิลอันสวยงามสะดุดตาของเหล่าศิลปินสุดป๊อปปูลาร์ในยุครุ่งโรจน์ สัมผัสเครื่องเล่นแผ่นเสียงในยุคต่างๆ เพลิดเพลินใจไปกับเสียงเพลงจากแผ่นเสียงเก่า ถ่ายภาพกับเครื่องเล่นแผ่นเสียงโบราณ และร่วมกิจกรรม Sleeveface จากปกแผ่นเสียง
มาร่วมฟังสุ้มเสียงอันไพเราะในประวัติศาสตร์ของแผ่นเสียงสู่ท่วงทำนองของอนาคตที่ไม่ใช่ของของเก่าเก็บ หากแต่เป็นไอเท็มเลอค่าที่ผู้คนไม่เคยลืม
พรรณราย เรือนอินทร์
นิทรรศการ‘แผ่นเสียงในสยาม’
เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
ในวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องโถงชั้น 1 ห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร สำนักหอสมุดแห่งชาติ เขตดุสิต กรุงเทพฯ
ทั้งนี้ หอสมุดดนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และห้องสมุดดนตรีทูลกระหม่อมสิรินธร ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านดนตรี เป็นศูนย์ข้อมูลวิชาการดนตรีสำหรับศึกษาค้นคว้า วิจัย รวบรวมและอนุรักษ์ต้นฉบับเพลงไทย และเพลงพระราชนิพนธ์ทุกรูปแบบ ทั้งสื่อโสตทัศนวัสดุ หนังสือ เอกสาร และโน้ตเพลง จัดแสดงเปียโนสองหน้าโบราณหลังเดียวของไทย และผลงานของครูเพลงที่สำคัญของไทย เช่น ท่านผู้หญิงพวงร้อย อภัยวงศ์ และพระเจนดุริยางค์ เป็นต้น