โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ผู้ว่านนท์ ผลักดัน อินทผลัม ผลไม้ประจำจังหวัด สร้างรายได้มหาศาล

Khaosod

อัพเดต 28 มิ.ย. 2565 เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2565 เวลา 13.11 น.

ผู้ว่านนทบุรี ผลักดัน อินทผลัม ผลไม้ประจำจังหวัด สร้างรายได้เกษตรกรมหาศาล เร่งส่งผลผลิตออกจากสวน สู่ตลาดทั้งประเทศ ไปต่างประเทศ ให้มีคุณภาพ

วันที่ 28 มิ.ย.2565 นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผวจ.นนทบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรม ชม ชิม ผลผลิตอินทผลัมนนทบุรี ที่ศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร อ.บางใหญ่ สวนปามี 98 ต.บ้านใหม่ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และผลักดันผลผลิตอินทผลัม ซึ่งเป็นผลไม้ของจังหวัดนนทบุรีที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรเป็นอันดับต้นๆของจังหวัดนนทบุรี โดยมีนายวิทยา ชพานนท์ นายอำเภอบางใหญ่ นายสุรสีห์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี เกษตรจังหวัดนนทบุรีและเกษตรกรผู้สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

โดยทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี ได้คัดเลือกสวนปามี 98 ของนายสุเทพ กังเกียรติกุล เจ้าของสวนอินทผลัมและเป็นประธานศูนย์เรียนรู้เชิงเกษตร ซึ่งใช้พื้นที่จำนวน 19.5 ไร่ในพื้นที่ตำบลบ้านใหม่ อำเภอบางใหญ่ เป็นสถานที่เพาะปลูกอินทผลัมหลากหลายสายพันธุ์ ได้แก่สายพันธุ์บาฮี สายพันธุ์ G2 สายพันธุ์โคไนซี่

นับได้ว่าเป็นสวนอินผลัมแห่งใหญ่ลำดับสองของจังหวัดนนทบุรี โดยผลผลิตที่ออกจากสวนสู่ตลาดทั้งในประเทศ และนอกประเทศเป็นผลผลิตที่ได้คุณภาพ และมีการจำหน่ายต้นพันธุ์ และในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม ของทุกปี อินทผลัมจะเริ่มให้ผลผลิต จำหน่ายสู่ตลาด

นายสุจินต์ เผยว่าจ.นนทบุรี เป็นแหล่งผลิตผลไม้มีคุณภาพ ที่มีราคาสูงหลายชนิด ซึ่งนอกจากทุเรียนนนท์จะเป็นราชาของผลไม้แล้ว ยังมีผลไม้อื่นๆ ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศ ทำให้จังหวัดนนทบุรีคัดเลือกผลไม้ที่ดีมีคุณภาพและได้มาตรฐาน มาสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคภายใต้แบรนด์ "นนทบุรีการันตี"

อินทผลัมถือเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ได้รับมาตรฐานการันตีของทางจังหวัดนนทบุรีด้วย ถึงแม้ว่าจำนวนผลผลิตอินทผลัมในจังหวัดนนทบุรีตอนนี้จะไม่มาก เนื่องจากจำนวนพื้นที่ปลูกในจังหวัดค่อนข้างมีจำกัดจากราคาที่ดินที่มีราคาแพง แต่เกษตรกรชาวสวนอินทผลัมสามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายอินทผลัมได้ทั้งผลสด ต้นพันธุ์ และผลิตภัณฑ์แปรรูป ได้ในแต่ละปีมีมูลค่าที่สูงมาก

โดยราคาขายของอินทผลัมสดอยู่ที่ราคา 500 - 600 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นผลไม้ที่ให้ผลตอบแทนสูงกับเกษตรกรที่เพาะปลูกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรีผลักดันให้มีศูนย์เรียนรู้สำหรับเกษตรกร อินทผลัมโดยตรงเพื่อขยายกำลังการผลิตให้เป็นพืชเศรษฐกิจควบคู่ไปกับทุเรียนนนท์ต่อไปในอนาคต ถือเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าจับตามองเรียกได้ว่าเป็นผลไม้ที่จิ๋วแต่แจ๋วไม่แพ้ทุเรียนนนท์เช่นกัน

นายสุเทพ กล่าวว่าด้วยความที่ครอบครัวตนเป็นเกษตรกรชาวสวนทำให้ตนซึมซับความชอบมาตั้งแต่เด็ก โดยตนจะเลือกปลูกผลไม้ที่ได้ราคาดีหรือออกผลผลิตนอกฤดูกาลได้เป็นส่วนใหญ่ จนกระทั่งในปี 2554 ตนได้เริ่มหันมาปลูกอินทผาลัมอย่างจริงจัง

โดยเริ่มศึกษาเรียนรู้พัฒนาลองผิดลองถูกอยู่หลายปี จนพบว่าอินทผาลัมในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีจะมีรสชาติที่แตกต่างจากจังหวัดอื่น เนื่องจากดินในจังหวัดนนทบุรีเป็นดินสามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่ตกตะกอนทับถมมาหลายร้อยปีจึงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ทำให้ผลไม้ต่างๆที่เพาะปลูกในจังหวัดนนทบุรี มีรสชาติที่ดีที่สุดเช่นทุเรียนนนท์ มังคุดนนท์ กะท้อนบางกร่าง และอินทผาลัม เป็นต้น

ตนได้ปรึกษาหารือกับทางประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรีเพื่อให้ช่วยผลักดันให้ทางหอการค้าของจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ สนับสนุนให้อินทผลัมเป็นผลไม้ส่งออกเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ต่อไปในอนาคต เพราะที่ผ่านมาแม้ว่าประเทศแถบอาหรับซึ่งเป็นต้นตำรับในการเพาะปลูกผลไม้ชนิดนี้

ในปัจจุบันยังให้การยอมรับว่าอินทผลัมของไทยเรามีรสชาติที่อร่อยกลมกล่อมกว่าผลผลิตจากประเทศอื่น ๆ ทำให้มีการสั่งซื้ออินทผลัมจากไทยเป็นจำนวนมาก ทำให้ผลผลิตมีไม่เพียงพอกับความต้องการของต่างประเทศ

ถ้าทางหอการค้าช่วยส่งเสริมและรัฐบาลผลักดันให้อินทผลัมเป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกตัวใหม่ได้ ก็จะสร้างรายได้ให้กับชาวสวนอินทผลัมตามมา และส่งผลให้เกษตรกรบางส่วนหันกลับเพาะปลูกอินทผลัมเพิ่มขึ้นทั่วประเทศเนื่องจากได้ผลตอบแทนราคาดีและเป็นที่ต้องการของต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศอาหรับ ซึ่งจะเป็นช่องทางในการสร้างรายได้เข้าประเทศได้อีกทาง ซึ่งปีที่ผ่านมาสวนอินทผลัมของตนสามารถสร้างรายได้กว่า 12 ล้านบาทต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...