โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มัดรวม 6 แอปจากภาครัฐ ที่ควรมีติดมือถือ

Dek-D.com

เผยแพร่ 26 เม.ย. 2567 เวลา 03.45 น. • DEK-D.com
แอปดีบอกต่อ! มัดรวม 6 แอปจากภารคัฐ ที่ควรมีติดมือถือ

รู้หรือไม่?ภาครัฐมีแอปพลิเคชันให้ดาวน์โหลดมากกว่า 200 แอป! ซึ่งแอปพลิเคชันเหล่านี้ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนชาวไทยในการติดต่อกับภาครัฐ รวมถึงสามารถใช้ในชีวิตประจำวันทั่วไปได้ วันนี้พี่แป้งขอหยิบยกอันที่น่าจะเป็นประโยชน์กับชาว Dek-D มาให้ดูกันสัก 6 แอปฯ เผื่อทุกคนจะได้ลองไปโหลดมาใช้งานกันค่ะ จะมีแอปพลิเคชันอะไรบ้างตามมาดูกันเลย!

1. ThaID

‘ThaID – Thai Digital Identity’ หรือ ‘ไทยดี’เป็นแอปจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำหรับแอปนี้ พี่แป้งแนะนำว่าต้องมีติดมือถือเป็นอันดับแรกเลยค่ะ เพราะแอปได้รวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ของเราเอาไว้ในนี้หมดเลย โดยมีฟังก์ชันดังนี้

  • แสดงข้อมูลบัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยเราสามารถแสดงบัตรประชาชนได้ในทั้ง “หน้าหลัก” และหน้า “เอกสาร” ของแอปพลิเคชัน
  • แสดงทะเบียนบ้าน โดยสามารถแสดงทะเบียนบ้านในหน้า “เอกสาร” ของแอปพลิเคชัน
  • แจ้งย้ายทะเบียนบ้านด้วยตนเอง เพียงแค่ใส่เลขบัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าบ้านที่เราจะย้ายไป แล้วให้เจ้าบ้านกดรับผ่านทางแอปได้เลย
  • ใช้ยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ ของกรมสรรพากร
  • ใช้จองทะเบียนรถ หรือการมอบหมายปลูกสร้างบ้านใหม่ (ขอเลขที่บ้าน)

โดยแอปนี้จะมีระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล ที่สามารถใช้งานบริการภาครัฐได้ทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์เราสามารถติดต่อราชการหรือหน่วยงานรัฐ โดยใช้บัตรประชาชนดิจิทัลจากแอป ThaID ได้เลย และไม่ต้องเป็นห่วงว่าจะโดนปฎิเสธ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่สามารถปฎิเสธการแสดง Digital ID ได้ (เนื่องจากเป็นกฎหมายมาตรา 14 ตาม พ.ร.บ.การปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ฯ)

2. ทางรัฐ

เป็นแอปที่ทางรัฐบาลได้พัฒนาร่วมกับระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ได้แก่ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ สพร. กรมการปกครอง, สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.), สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (องค์การมหาชน), สำนักงานประกันสังคม และบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งเป็นแอปที่อำนวยความสะดวกให้เราสามารถเข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ของรัฐบาลผ่านช่องทางออนไลน์ได้อย่างหลากหลายมากขึ้น

อาทิเช่น เช็กสิทธิประกันสังคม, สิทธิหลักประกันสุขภาพ, ดูคะแนนผลสอบ O-Net, เช็กยอดเงินกู้ยืม กยศ. , ตรวจสอบทะเบียนราษฎร์, ตรวจสอบใบสั่งจราจรและชำระค่าปรับ, ตรวจสอบสิทธิรักษาพยาบาล รวมถึงบริการค่าน้ำและค่าไฟที่สามารถชำระผ่าน QR Code ฯลฯ สามารถดูบริการเพิ่มเติมได้ที่ www.ทางรัฐ.comและในอนาคตอันใกล้นี้แอปทางรัฐก็จะถูกใช้เป็นช่องทางรับ-ใช้จ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นทางลัดถึงรัฐที่จบครบในแอปพลิเคชันเดียวเลยค่ะ

3. กระเป๋าสุขภาพ

กระเป๋าสุขภาพ หรือ Health Wallet เป็นบริการเสริมด้านสุขภาพในแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่าในแอปมีบริการนี้ด้วย โดยบริการกระเป๋าสุขภาพจะรวมสิทธิประโยชน์ด้านการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคหลากหลายด้านเอาไว้ มีตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงผู้สูงอายุมากถึง 11 บริการ

โดยเราสามารถตรวจสอบสิทธิประโยชน์ทั้งหมดที่จัดบริการได้ที่แบนเนอร์ “สิทธิสุขภาพ” กดเลือกบริการที่มีคำว่า “มีสิทธิ” ระบบจะแสดงรายการสิทธิประโยชน์ที่เราได้รับขึ้นมาเช่น ตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก, ขอถุงยางอนามัยหรือยาคุมกำเนิด, ตรวจสุขภาพ, ตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบ ฯลฯ

หลังจากที่ตรวจสอบสิทธิว่าสามารถรับบริการอะไรได้บ้าง ก็สามารถกดจองสิทธิ เลือกสถานที่รับบริการและนัดหมายวันเวลา จากนั้นเมื่อกดยืนยันในระบบแล้วก็สามารถเข้ารับบริการตามวันเวลาที่กำหนดได้เลยค่ะ

4. หมอพร้อม

อีกหนึ่งแอปที่เราคุ้นเคยกันดีในยุคโควิด-19 ช่วงนั้นเราใช้หมอพร้อมในการติดตามอาการไม่พึงประสงค์หลังการฉีดวัคซีน และเปิดจองคิวเข้ารับบริการฉีดวัคซีนเป็นส่วนใหญ่ แต่หลังจากที่สถานการณ์เริ่มดีขึ้น หลายคนอาจจะเผลอลบหรือหลงลืมแอปนี้ไปแล้ว ซึ่งในปัจจุบันทางรัฐบาลได้มีการปรับโฉมใหม่ นอกจากบริการเกี่ยวกับโควิด-19 เช่น ใบรับรองโควิด-19 แสดงประวัติและรายละเอียดการฉีดวัคซีน รองรับการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ, ผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ทั้ง ATK/RT-PCR แล้วยังมีการเพิ่มบริการด้านสุขภาพที่หลากหลายมากขึ้นเช่น

  • แชตกับหมอ ตอบคำถามและสื่อสารความรู้สุขภาพแบบอัตโนมัติ
  • นัดหมายออนไลน์ล่วงหน้า เพื่อเข้ารับบริการกับโรงพยาบาลและคลินิกที่เข้าร่วม
  • เช็กสิทธิการรักษาภาครัฐและประกันสุขภาพของเอกชน
  • ประวัติสุขภาพรองรับการตรวจสอบข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคล เช่น ประวัติการรักษาพยาบาล/การส่งต่อการรักษา
  • Telemedicine ให้บริการสุขภาพและคำปรึกษาทางการแพทย์แบบทางไกล
  • บริการตรวจสุขภาพใจ คัดกรองภาวะซึมเศร้าเบื้องต้น ด้วยระบบ AI ประเมินผลจากการตรวจจับจากใบหน้า เสียง และข้อความ

อีกทั้งยังมีการรวบรวมเรื่องสุขภาพ ทั้งข่าวสารประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวกับหมอพร้อมนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ข่าวสารสุขภาพต่างๆ ไว้ให้ครบจบในแอปเดียว เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างสะดวกมากขึ้น

5. RD SMART TAX

เมื่อพูดถึงเรื่องเสียภาษี สำหรับคนที่ทำงานมานานคงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่ชาว First Jobber หรือเด็กปี 4 ที่กำลังจะเข้าสู่วัยทำงาน การยื่นภาษีคงเป็นเรื่องที่หลายคนปวดหัวไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ต้องเตรียมอะไรบ้าง ต้องคำนวณภาษียังไง และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งปัญหากังวลใจเหล่านี้จะหมดไป เพราะกรมสรรพากร ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน RD SMART TAX ขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษีและบุคคลทั่วไปในการบริหารจัดการภาษี

โดยในแอปนี้จะมีเครื่องมือช่วยคำนวณภาษี สำหรับมือใหม่และมือโปร เพื่อวางแผนก่อนการยื่นแบบภาษี และสามารถยื่นแบบแสดงรายการภาษีผ่านแอปได้เลยนอกจากนี้ยังสามารถตรวจสอบการขอคืนภาษีและนำส่งเอกสารประกอบการพิจารณา

รวมถึงมีการแจ้งข่าวสารและกฎหมายที่ออกใหม่ของกรมสรรพากร และให้ความรู้ด้วยสื่อความรู้อิเล็กทรอนิกส์เพื่อการศึกษาภาษีสรรพากรที่สามารถดาวน์โหลดสื่อความรู้เก็บไว้ได้อีกด้วย และสำหรับใครที่มีธุระต้องติดต่อกับหน่วยงานสรรพากรโดยตรง ก็สามารถเช็กตำแหน่งที่ตั้งหน่วยงานสรรพากรและหน่วยชำระภาษีที่ใกล้บ้านของเราผ่านแอปได้เช่นกันค่ะ

6. Echo English

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้ภาษาอังกฤษมีความสำคัญกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรามากขึ้น สำหรับใครที่อยากฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง แอป Echo English ที่พัฒนาโดยกระทรวงศึกษาธิการ, โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ Enconcept และมูลนิธิยุวสถิรคุณ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่น่าสนใจค่ะ

ในแอปจะมีแบบฝึกหัดที่ครอบคลุมทุกทักษะ ทั้งฟัง พูด อ่าน เขียนให้เราได้เรียนกัน สอนในรูปแบบวิดีโอตัวการ์ตูนที่มีหัวข้อหลากหลายไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์ทั่วไป การท่องเที่ยว ธุรกิจ อาชีพ และอื่นๆ โดยที่บทเรียนจะเน้นการพัฒนาทักษะเป็นหลัก ทั้งทางด้าน การออกเสียง การสื่อสาร พื้นฐานไวยากรณ์ และคำศัพท์ต่างๆ

ซึ่งวิดีโอการสอนจะได้รับการออกแบบมาสำหรับผู้เรียนตั้งแต่ระดับเริ่มต้นถึงระดับกลาง คนที่ไม่เคยมีพื้นฐานเลยก็สามารถเรียนได้ทางแอปจะมีการเพิ่มบทเรียนตอนใหม่เป็นระยะ เพื่ออัปเดตเนื้อหาให้ทันสมัยโดยที่ทุกคนสามารถเรียนภาษาอังกฤษจากเจ้าของภาษาได้ฟรี ทุกที่ ทุกเวลา เพียงแค่มีมือถอและแท็บเล็

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับแอปพลิเคชันที่นำมาฝากกันในวันนี้ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่พี่แป้งคัดมาเท่านั้นโดยแอปส่วนใหญ่ที่คัดมาในบทความนี้เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่เพิ่มความสะดวกสบายให้กับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา รวมถึงทำให้เราสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ของทางภาครัฐได้ง่ายขึ้นช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และประหยัดเวลาได้มากขึ้นอีกด้วย

สุดท้ายนี้ถ้าใครเคยใช้แอปไหนแล้วมีแอปดี ๆ ที่เป็นประโยชน์อยากจะแนะนำสามารถก็แบ่งปันกันได้ที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะคะ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...