โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ย่งกี่” ตั้งรับรถยนต์ไฟฟ้า รุกตลาดอะไหล่รถขนส่งหวังโต 10%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 พ.ย. 2566 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 10 พ.ย. 2566 เวลา 09.53 น.

คอลัมน์ : สัมภาษณ์

การเติบโตในการผลิตรถยนต์ 9 เดือนแรกของปี 2566 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,385,971 คัน เพิ่มขึ้น 1.61% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการเติบโตของรถไฟฟ้ามีจำนวนเพิ่มขึ้น สะท้อนได้จากยอดขาย แม้โดยรวมจะลดลง 7.39% แต่หากแบ่งประเภทจะพบว่ากลุ่มรถยนต์ไฟฟ้ามีจำนวนยอดขายที่เพิ่มขึ้น

เมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป ส่งผลให้ปีนี้มีการปรับเป้าการผลิตรถยนต์จาก 1,900,000 คัน เป็น 1,850,000 คัน เป็นผลมาจากการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินเข้มงวดขึ้น การนำเข้ารถยนต์ทั้งคันซึ่งกระทบหลายกลุ่มที่เกี่ยวข้อง ทั้งกลุ่มผลิตชิ้นส่วนประกอบรถยนต์ อะไหล่รถยนต์

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ นายบดีธัช กิตะพาณิชย์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจและการตลาด บริษัท ย่งกี่ จำกัด ผู้จัดหาอะไหล่ยานยนต์คุณภาพสูงให้กับลูกค้าในประเทศซึ่งเป็นรายสำคัญของตลาด ถึงทิศทางและการปรับตัวธุรกิจ

การเติบโตของบริษัท

บริษัทก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2494 ปัจจุบันบริษัทเราเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในธุรกิจประเภทอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ และธุรกิจจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ทดแทน เราถือว่าเป็นคู่ค้ารายสำคัญกับผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของแท้ บริษัทเองมีสินค้าคุณภาพตามมาตรฐานมากกว่า 500 รายการ มีความร่วมมือกับคู่ค้าตัวแทนจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ มากกว่า 1,000 ร้านค้าทั่วประเทศ

นอกจากนี้ บริษัทได้ดำเนินธุรกิจภายในประเทศ ยังทำธุรกิจระหว่างประเทศเพื่อขยายฐานลูกค้า อาทิ ประเทศในตะวันออกกลาง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแอฟริกาใต้ เป็นต้น โดยได้จัดจำหน่ายสินค้าอะไหล่คุณภาพระดับมาตรฐานที่เป็นแบรนด์นิยมของตลาด และยังมีภายใต้แบรนด์ของเรา คือ ยี่ห้อ NPN และ NBK

โดยการเติบโตของเราขยายในกลุ่มรถยนต์สันดาป โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์ภาคขนส่งทั้งรถขนส่งขนาดเล็กไปจนถึงรถ 10 ล้อ แต่ปัจจุบันการเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้ามีการเติบโตขึ้นต่อเนื่อง แต่ถือว่ายังอยู่ในวงรถยนต์ขนาดเล็ก รถยนต์นั่ง ยังไม่ได้ขยายเข้าไปในกลุ่มภาคขนส่งมากนัก ทำให้ธุรกิจเรายังไม่ได้รับผลกระทบ

“ในตอนนี้เรายังไม่ได้เข้าสู่ตลาดอีวีเพราะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่สิ่งที่เรากลัวคือกำลังซื้อของผู้บริโภคที่หดตัวลงอย่างรุนแรงมากกว่า เพราะว่าอย่างธุรกิจของเราอยู่ในสัดส่วนของภาคขนส่ง ซึ่งยังไม่มีผลกระทบต่อรายได้และยอดขายของบริษัท และสมมุติว่าหากรถไม่ได้วิ่ง การซ่อมก็น้อยลง การใช้อะไหล่ หรือการหาอะไหล่ทดแทนต่าง ๆ ก็จะลดลงโดยปริยาย”

หรือแม้แต่กระทั่งภาคเกษตร หากผลผลิตของเกษตรกร เช่น ผลไม้ ถ้าผลผลิตไม่ดี ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ฝนไม่ตกในพื้นที่เกษตรก็มีผลกระทบ ปัจจัยเหล่านี้มีผลต่อยอดขายของเราเหมือนกัน ซึ่งเราให้ความกังวลในเรื่องนี้มาก เพราะส่วนใหญ่สินค้าของเราหรืออะไหล่รถยนต์อยู่ในกลุ่มภาคขนส่งเมื่อเทียบกับสถานการณ์โควิดพบว่า ดีกว่าเนื่องจากภาคการขนส่งเติบโต

และการค้าส่วนใหญ่เราทำกับร้านอะไหล่ถึง 85% นอกนั้นก็จะเป็นลูกค้าในกลุ่มอู่ต่อรถ ซ่อมรถยนต์ ซึ่งจะเป็นสัดส่วนเยอะ เราไม่ได้มีนโยบายขายสินค้าโดยตรงให้ลูกค้า แต่เราจะขายให้กับกลุ่มผู้ประกอบการมากกว่า เราจะทำธุรกิจลักษณะแบบ B2B เป็นหลัก

ตลาดต่างประเทศ

บริษัทเรามีการทำตลาดต่างประเทศ โดยส่งสินค้าให้กับลูกค้าที่เรามีความสัมพันธ์กันมานาน หรือลูกค้าประจำ แต่ก็ยอมรับว่าช่วงโควิดลูกค้าเราหายไปเยอะ เนื่องจากมีอุปสรรคในเรื่องการขนส่ง แต่หากดูสัดส่วนการทำตลาดต่างประเทศของเราไม่ได้เยอะมากอย่างมีนัย

แต่อนาคตเรามีแผนทำตลาดที่จะไปออสเตรเลีย ซาอุดีอาระเบีย ยูเออี โดยจะไปในลักษณะควบคู่กับผู้ค้าหรือตลาดรถยนต์เจ้าใหญ่อย่างญี่ปุ่นที่จะไปทำตลาด เราก็อยากจะมีส่วนเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขยายและส่งออกสินค้าอะไหล่รถยนต์ เช่น ออสเตรเลีย โตโยต้า มีการทำตลาดในกลุ่มรถยนต์กระบะเป็นจำนวนมาก เราก็จะอิงไปกับบริษัทใหญ่ที่ประสบความสำเร็จ โดยคาดหวังจะเข้าไปทำตลาดด้วย

“อยากจะไปในลักษณะหาคู่ค้า เพราะอย่างเรามีสินค้าที่เป็นของเราเองแล้ว เราก็อยู่ภายใต้แบรนด์สินค้ารายใหญ่ในตลาด และเราเองมุ่งขายสินค้าที่มีมูลค่าสูง”

สินค้าย่งกี่

เรามีแบรนด์สินค้าของเราเองอย่าง ยี่ห้อ NPN แบรนด์นี้ เราจะพยายามให้อิงมาตรฐานที่เรารับจ้างผลิต ซึ่งจะส่งต่อให้กับลูกค้าที่ต้องการสินค้าคุณภาพสูง และ NBK จะเป็นกลุ่มสินค้าที่ลูกค้าสามารถเข้าถึงในราคาย่อมเยา แต่ยังคงมีมาตรฐานที่ได้รับการรองรับโดยทั่วไป

โดยบริษัทเราขายผลิตภัณฑ์ให้กับรถยนต์ใหญ่เป็นหลัก เช่น กระบะ รถบรรทุก ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก รถ 6 ล้อ รถ 10 ล้อ ก็ล้วนเป็นลูกค้าเรา เรามีอะไหล่ที่พร้อมตอบสนองลูกค้า นอกจากเรามีแบรนด์ตัวเอง เรายังจำหน่ายอะไหล่ซึ่งเป็นตัวแทนให้กับอะไหล่แท้ในรถยนต์แต่ละรายด้วย

ปรับธุรกิจรับเทรนด์ใหม่

การเข้ามาของรถยนต์ไฟฟ้าหากมองผลกระทบในภาพรวมของตลาดเดิม ยังระบุชัดเจนยากที่กระทบใครบ้างและส่วนไหนตลอดซัพพลายเชน เพราะมีความซับซ้อนของอุตสาหกรรมนี้

ซึ่งก็มีการวิเคราะห์จากผู้ผลิตฝั่งโรงงานว่าจะมีผลกระทบโดยตรงจากซัพพลายเชนภาคการผลิตถ้ารถยนต์อีวีเข้ามาซึ่งเป็นสัดส่วนของรถยนต์นั่งสันดาปจะทำให้ชิ้นส่วนรถยนต์ที่มี 30,000 ชิ้น หากเป็นรถอีวีจะเหลือ 3,000 ชิ้น แต่ส่วนไหนที่หายไปนั้นยังต้องลงไปดูในรายละเอียด

แต่ในส่วนของอะไหล่รถกระบะ รถบรรทุกยังไม่ได้รับผลกระทบจากอีวีขนาดนั้น และตลาดรถกระบะ รถ 6 ล้อรถ 10 ล้อจะอยู่ในต่างจังหวัดเป็นส่วนใหญ่โดยพื้นที่รถยนต์อีวีจะอยู่ในกลุ่มกรุงเทพฯและปริมณฑลหรือจังหวัดสำคัญทางธุรกิจ

ดังนั้นการรับมือตลาดรถยนต์ไฟฟ้า บริษัทกำลังทำความร่วมมือเป็นศูนย์กระจายสินค้าหรือเป็นตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์อีวี โดยอยู่ระหว่างการเจรจาตกลง ซึ่งคาดว่าจะเปิดตัวเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ เราพร้อมที่จะพัฒนาความร่วมมือในโมเดลธุรกิจต่าง ๆ ที่เราสนใจเพื่อการเติบโตธุรกิจในอนาคตและรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

“แม้ในช่วงต้นความต้องการอะไหล่รถยนต์ไฟฟ้าจะมีไม่เยอะ แต่หากปริมาณรถอีวีมีจำนวนเพิ่มขึ้น ก็เชื่อว่าเราจะสามารถรองรับการเติบโตได้ภายใต้การจำหน่ายอะไหล่ของเรา”

เป้าหมายยอดขาย

เป้าหมายในตัวธุรกิจเราจะพยายามรักษาการเติบโต 5-10% ทั้งสัดส่วนตลาดและรายได้ นอกจากนี้พยายามหาช่องทางการจำหน่ายสินค้า หาคู่ค้าในตลาดใหม่ ๆ สินค้าใหม่ ๆ ธุรกิจโมเดลใหม่ในกลุ่มยานยนต์

พร้อมถึงการสร้างความร่วมมือให้เกิดเป็นรูปธรรมเพื่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต เพราะต้องยอมรับว่าการออกรถใหม่ในช่วง 4-5 ปีแรก ลูกค้าจะเข้าศูนย์บริการรถยนต์ น้อยนักที่จะใช้บริการศูนย์ซ่อมภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกค้าของบริษัท ดังนั้นเราจึงพร้อมที่จะยกระดับและพัฒนาธุรกิจเพื่อสร้างยอดขายให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

“ตลาดอะไหล่ทดแทนในประเทศไทยยังมีหลายปัจจัยที่จะทำให้เติบโตและถดถอยลง เช่น การมีรถใหม่ป้ายแดงออกมาในตลาดเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันในอีกขากลุ่มที่ผ่อนรถไม่ไหวทำให้ตลาดหดตัว ในมุมเราอยากให้มีการเติบโตทางรายได้ ตลาด แต่เศรษฐกิจไม่ดี ถูกยึดรถ ผ่อนไม่ไหว การประเมินตัวเลขที่ตั้งเป้าไว้ของเราก็อาจมีการคลาดเคลื่อนได้ แต่เราก็พร้อมที่จะผลักดันธุรกิจของเราอย่างเต็มที่”

ตลาดอะไหล่

ปัจจุบันมีการแข่งขันค่อนข้างเยอะ ผู้เล่นใหม่เข้ามาเรื่อย ๆ ขึ้นอยู่กับชนิด ประเภทของสินค้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็มีผู้เล่นเก่าล้มหายไป และผู้เล่นใหม่เข้ามาทดแทน แต่ต้องยอมรับว่าสินค้าอะไหล่ไม่ได้เข้ามาทำธุรกิจได้ง่ายนัก เพราะบางประเภทสินค้ามีการลงทุนค่อนข้างสูง

แต่ถ้าเป็นอะไหล่ที่ต้องใช้ความชำนาญในการผลิต การเข้ามาแข่งขันจะยาก หากถามว่ามีกังวลไหมก็มี แต่ก็ยังต้องดูในปัจจัยที่เข้ามาของผู้เล่นรายใหม่ และตัวสินค้า

ฝากรัฐบาล

ผมขายอะไหล่รถยนต์สันดาปไม่ได้ต่อต้านการนำเข้าหรือการเติบโตรถยนต์อีวี ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี แต่เชื่อว่าการเข้ามามันจะมีบาดแผลให้กับผู้ประกอบการในไทยไม่มากก็น้อย ทำให้เมื่อรัฐสนับสนุนการลงทุนรถยนต์อีวีแล้ว การตั้งโรงงาน การผลิตในไทย มองว่าจำเป็นต้องให้ไทยมีส่วนร่วมหรือเป็นส่วนหนึ่งในการผลิต เพิ่มสัดส่วนการจ้างซัพพลายเชนในไทย

เพราะจากที่ติดตามไม่มีผู้ประกอบการไทยเลยเข้าไปในซัพพลายเชน หรืออย่างน้อยการสร้างองค์ความรู้ให้กับไทย ในการผลิตชิ้นส่วนประกอบ จากการติดตามยังไม่มีการสนับสนุนในเรื่องนี้

การส่งเสริมที่เกิดขึ้นโดยให้บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย แต่การผลิตบางครั้งต้องมาดูความพร้อมของประเทศไทยด้วย ไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็จะเสียผลประโยชน์ได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...