โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศพกลายเป็นหินที่เมืองปอมเปอี เป็นของจริงหรือถูกทำขึ้นมา?

Histofun Deluxe

เผยแพร่ 17 พ.ย. 2566 เวลา 10.04 น.
ศพของชาวเมืองปอมเปอีที่กลายเป็นหิน บ่งบอกถึงความเลวร้ายของเหตุภูเขาไฟระเบิด

ในปี ค.ศ. 79 การระเบิดของภูเขาไฟวิสุเวียส (Vesuvius) ในอิตาลี ได้ทำลายล้างเมืองปอมเปอี (Pompeii) และเฮอร์คิวเลเนียม (Herculaneum) จนทำให้เมืองทั้งเมืองถูกฝังภายใต้เถ้าถ่านของภูเขาไฟ

ปอมเปอีหายสาปสูญนานกว่า 1,500 ปี จนกระทั่งถูกค้นพบในปลายศตวรรษที่ 16 ก่อนที่ในอีกหลายร้อยปีต่อมา นักโบราณคดีจะเริ่มต้นขุดค้น

ในระหว่างที่นักโบราณคดีทำการขุดค้นปอมเปอี พวกเขาได้พบว่าภายในชั้นเถ้าถ่านภูเขาไฟที่ฝังทับตัวเมืองนั้น ได้มีโพรงช่องว่างที่มีโครงกระดูกชาวเมืองปอมเปอีอยู่ภายใน

เมื่อนักโบราณคดีค้นพบโครงกระดูก พวกเขาก็ได้คิดวิธีเก็บรักษาโครงกระดูกเหล่านี้ไว้ โดยในปี 1863 จูเซปเป้ ฟิโอเรลลี (Giuseppe Fiorelli) ผู้อำนวยการทีมขุดค้นก็ได้เกิดไอเดียว่า ถ้าหากเทปูนปาสเตอร์ไปที่โพรงช่องว่างดังกล่าว ก็จะสามารถสร้างร่างจำลองของเจ้าของโครงกระดูกร่างนั้นได้ ที่สำคัญยังช่วยรักษาโครงกระดูกได้อีก

ใช่ครับศพชาวเมืองปอมเปอีที่กลายเป็นหินที่เราเห็นทุกวันนี้ มาจากไอเดียของนักโบราณคดีในยุคทศวรรษ 1860 เพราะในทางวิทยาศาสตร์ มันเป็นไปไม่ได้ที่ร่างมนุษย์ที่ถูกความร้อนจากเถ้าถ่านภูเขาไฟจะยังคงสภาพหรือกลายเป็นหิน เพราะเนื้อหนังและอวัยวะภายในได้ถูกย่อยสลายจนหมด หลงเหลือเพียงโครงกระดูกที่เป็นหลักฐานยืนยัน

ดังนั้นถ้าสรุปว่าเป็นของจริงหรือปลอม คำตอบก็คือเป็นทั้งสองอย่าง เพราะศพชาวเมืองปอมเปอีที่กลายเป็นหิน ทำจากโครงกระดูกมนุษย์จริง ๆ ที่ถูกเทด้วยปูนปาสเตอร์ เพื่อจำลองรูปลักษณ์และท่าทางตอนที่พวกเขาเสียชีวิต

ปัจจุบันมีการค้นพบศพที่ปอมเปอีมากกว่า 1,150 ร่าง และมีประมาณ 100 ร่าง ที่ถูกเทปูนปาสเตอร์จนเป็นศพหิน แต่ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยในปัจจุบัน นักโบราณคดีก็ไม่จำเป็นต้องเทปูนปาสเตอร์เพื่อทำแบบจำลองแบบนี้ขึ้นอีก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...