Market-think : ซอฟต์กรานต์พาวเวอร์
คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ตอนนี้คนวิจารณ์เรื่องการจัดเทศกาลสงกรานต์ 2567 ของรัฐบาลค่อนข้างเยอะ
โดยเฉพาะเรื่องที่รัฐบาลจะปรับเป็นงาน World Water Festival-The Songkran Phenomenon ตลอดเดือนเมษายน 2567
คือ ไม่ขายเฉพาะช่วงวันสงกรานต์ 3-4 วัน
แต่จะลากยาวทั้งเดือน
โดยมีกิจกรรมทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด
บางคนบอกว่ารัฐบาลไม่ได้ทำอะไร แค่เอากิจกรรมสงกรานต์ที่มีอยู่แล้ว เช่น สงกรานต์พระประแดง วันไหลพัทยา บางแสน บ้านบึง ฯลฯ มาจัดเรียงกัน ให้ดูเยอะ ๆ
และเพิ่มกิจกรรมบางอย่างเข้าไป
บางคนก็วิจารณ์ว่างานสงกรานต์ตามประเพณีมีไม่กี่วัน
ทำไมต้องขยายไปทั้งเดือนด้วย
ช่วงแรก ๆ ที่คนเข้าใจผิดยิ่งวิจารณ์หนักว่า รัฐบาลคิดอย่างไรจะให้สาดน้ำกันทั้งเดือนเลยหรือ
แต่ถ้าเรามองเรื่องนี้แบบใจเย็น ๆ
ตัดความหมั่นไส้คำว่า “ซอฟต์พาวเวอร์” ออกไป
ผมว่าวิธีคิดเรื่องการขยายคำว่า “สงกรานต์” เป็น World Water Festival น่าสนใจมาก
เพราะเทศกาลของไทยที่คนต่างชาติรู้จักกันมากที่สุด คือ งานลอยกระทงและสงกรานต์
หลักการตลาดง่าย ๆ ก็คือ สินค้าตัวไหนที่ขายได้ ต้องพยายามทำรายได้ให้มากที่สุด
เพราะการสร้างสินค้าใหม่ ต้องใช้เงิน แรง และเวลามาก
สร้างขึ้นมาแล้วก็ไม่รู้ว่าจะขายได้หรือเปล่า
ไม่เหมือนสินค้าที่คนรู้จักดีอยู่แล้ว ไม่ต้องสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่
การกระตุ้นให้แต่ละจังหวัดสร้างกิจกรรมสงกรานต์ขึ้นมาของตัวเอง และไม่จำเป็นต้องเป็นวันที่ 13-15 เมษายน
วันไหนก็ได้ของเดือนเมษายน
นั่นคือ การเพิ่ม “เวลา” การขายเทศกาลสงกรานต์
นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวสงกรานต์สามารถสัมผัสกับความสนุกของการสาดน้ำได้มากขึ้น
ไม่ใช่แค่ 3 วันเหมือนที่ผ่านมา
เรื่องการขยายเวลาของกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นวิธีการปกติของการทำธุรกิจ
คอนเสิร์ตที่ขายบัตรหมดก็เพิ่มรอบ
หนังเรื่องไหนคนดูเยอะก็เพิ่มโรงฉาย
“สงกรานต์” ขายได้ก็เพิ่มวัน
แค่พลิกมุมคิดนิดเดียว
วันสงกรานต์ในอดีต เป็นประเพณีรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เป็นวัฒนธรรมที่น่ารัก
แต่วันนี้โดยเฉพาะในมุมของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
“สงกรานต์” คือ การสาดน้ำ+ความสนุก
สาดน้ำเย็น ๆ ท่ามกลางอากาศร้อน ๆ
สนุกกกก…
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มางานสงกรานต์เมืองไทย ส่วนใหญ่ต้องการมาสัมผัสกับเทศกาลของการเล่นน้ำ
การขยายมุมคิดใหม่จาก “สงกรานต์”ให้เป็น World Water Festival ทำให้เราสร้างกิจกรรมใหม่ได้มากมาย
นึกถึงงาน H2O ของ “วู้ดดี้” สิครับ
แค่ “วู้ดดี้” เอาการเล่นน้ำมาผสมผสานกับความสนุกจากเสียงเพลง
เอา ดีเจ.ดัง ๆ มาเปิดเพลง EDM
แดนซ์กันไป เปียกกันไป
ปรุงแต่งกิจกรรมในงานให้กลมกล่อมก็กลายเป็นงานสงกรานต์รูปแบบใหม่
วันนี้ H2O กลายเป็นหมุดหมายหนึ่งของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะมางานสงกรานต์
ลูกค้าของเขาเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่าคนไทย
บัตรราคาแพงมาก
และจองยาก
คล้าย ๆ กับ “มวยไทย” ที่เคยน่าเบื่อ
พอมีการดีไซน์รูปแบบใหม่
จำนวนยกลดลง รูปแบบการให้คะแนนยุติธรรม ลดการกอดตีเข่า ฯลฯ
พอปรับโฉมใหม่ กลายเป็นมวยไทยสนุกขึ้น
และได้รับความนิยมสูงมากในวันนี้ โดยเฉพาะต่างชาติ
นึกเล่น ๆ ว่า ถ้ารัฐบาลลองสะกิด คุณเนวิน ชิดชอบ ให้บุรีรัมย์สร้างกิจกรรมวันสงกรานต์รูปแบบใหม่ขึ้นมา
ผมเชื่อว่าเราได้เห็นแน่นอน
เพราะคุณเนวินสามารถสร้างงานวิ่งมาราธอนที่บุรีรัมย์ ให้คนทั้งจังหวัดมีส่วนร่วม กลายเป็นงานวิ่งที่มีเสน่ห์แตกต่างจากที่อื่น
งานสงกรานต์ เขาก็ต้องสร้างได้
แค่คิดก็สนุกแล้ว
ผมว่าวิธีคิดเรื่องงานสงกรานต์ของคณะกรรมการซอฟต์พาวเวอร์ไม่ผิด
แต่การสื่อสารและเล่าเรื่องคงต้องปรับปรุง
ทั้งที่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดของ “ซอฟต์พาวเวอร์”