วิเคราะห์หุ้น OR หลังงบไตรมาส 3/67 มีอะไรที่ต้องรู้?
The Bangkok Insight
อัพเดต 13 พ.ย. 2567 เวลา 05.29 น. • เผยแพร่ 13 พ.ย. 2567 เวลา 05.24 น. • The Bangkok Insightวิเคราะห์หุ้น OR หลังงบไตรมาส 3/67 ส่องการลงทุนในระยะถัดไป ที่นักลงทุนต้องรู้
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ผู้นำในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน และค้าปลีกสินค้าอื่นๆ (Non-Oil) ทั้งในและต่างประเทศของกลุ่มปตท. (PTT) ซึ่งมีแกนนำอย่างปั๊มน้ำมัน PTT Station และ Cafe Amazon โดยล่าสุดบริษัทได้รายงานผลประกอบการงวดไตรมาส 3 ของปี 2567 ออกมาแล้ว เราสรุปมาให้ในบทความนี้ พร้อมมุมมองการลงทุนในระยะถัดไปที่นักลงทุนต้องรู้
1. สรุปผลประกอบการไตรมาส 3/2567 OR มีรายได้ขายและบริการ 176,131 ล้านบาท ลดลง 8.1% จากงวดเดียวกันของปีก่อน และพลิกขาดทุนสุทธิ 1,609 ล้านบาท เทียบจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 5,170 ล้านบาท
2. รายได้ OR ปรับลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มธุรกิจ Mobility มีรายได้ลดลง 3.9% ตามราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ถึงแม้ว่าจะมีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากกลุ่มน้ำมันอากาศยานและดีเซล กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ลดลง 0.4% จากธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ตามปัจจัยฤดูกาล กลุ่มธุรกิจ Global ลดลง 16.8% ตามราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก
3. ในแง่ของการสร้างผลกำไร กลุ่มธุรกิจ Mobility มีกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่อ่อนตัวลงตามแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาด กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ลดลงตามปัจจัยหลักการยุติ Texas Chicken ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้น (Extra item) ด้านกลุ่มธุรกิจ Global ลดลงตามภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่อ่อนตัวลงในประเทศฟิลิปปินส์
4. ในไตรมาส 3/2567 มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมากประมาณ 12% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์ กดดันให้ภาพรวมผลการดำเนินงานของ OR มีผลขาดทุนสุทธิ
5. การขาดทุนพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้บรรทัดสุดท้ายของ OR ดูแย่กว่าที่ควรจะเป็น ทั้งการขาดทุนสต็อกนํ้ามัน การขาดทุนจากค่าเงินที่ผันผวน และค่าใช้จ่ายพิเศษจากการยกเลิกแฟรนไชส์ Texas Chicken
6. ภาพรวมของการดำเนินธุรกิจ Mobility ปริมาณขายน้ำมันอยู่ที่ 6,474 ล้านลิตร จากสถานีบริการน้ำมัน 2,279 แห่ง คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดในประเทศไทยที่ 39% นอกจากนี้ ณ 30 กันยายน 2567 มีสถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้า EV Station PluZ ติดตั้งสะสมแล้ว 1,029 แห่ง ส่วนศูนย์บริการยานยนต์ FIT Auto มีจำนวนทั้สิ้น 105 สาขา
7. ภาพรวมของการดำเนินธุรกิจ Lifestyle ร้าน Cafe Amazon มีปริมาณขายอยู่ที่ 98 ล้านแก้ว จากจำนวนสาขาทั้งสิ้น 4,339 สาขา แบ่งเป็นในประเทศไทย 4,311 สาขา จำแนกเป็นสาขาในสถานีบริการ 52.9% และนอกสถานีบริการ 47.1% ตามลำดับ รวมทั้มี Cafe Amazon ในต่างประเทศ จำนวน 28 สาขา
8. แนวโน้มกำไรไตรมาส 4/2567 ฟื้นตัว จากมุมมองนักวิเคราะห์ บล.กรุงไทย เอ็กซ์สปริง คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ปีนี้ OR จะฟื้นตัวจากไตรมาส 3 และคาดแนวโน้มกำไรปกติปี 2568-2569 จะเติบโตแกร่ง 28% CAGR จาก base effect ที่ต่ำในปี 2567 เนื่องจากการขายธุรกิจที่ไม่ทำกำไรออกไปแล้ว เช่นกันกับ บล.บัวหลวง คาดว่ากำไรไตรมาส 4/2567 ของ OR จะปรับตัวดีขึ้น YoY และฟื้นตัว QoQ จากกำไรธุรกิจ Mobility, Lifestyle และ Global ที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยฤดูกาล
9. ราคาหุ้นสะท้อนปัจจัยเชิงลบไปมากแล้ว และมี Upside Gain ราว 13% จากราคาพื้นฐานที่ 17 บาทต่อหุ้น ด้านความเสี่ยงเชิง Tactical ปานกลาง จากราคาตลาดปัจจุบันซื้อขายที่ส่วนลดจากราคาเป้าหมายในระดับที่ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 6 เดือน (มุมมอง บล. กรุงไทย เอ็กซ์สปริง)
10. ความน่าสนใจของ OR คือราคาหุ้นที่ปรับตัวลงจนทำให้ Valuation ไม่ได้แพงเหมือนในอดีต ราคาเป้าหมายเฉลี่ย IAA Consensus อยู่ที่ 17.61 บาท เทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน (8/11/2567) ที่ 14.50 บาท ในขณะที่ภาพรวมธุรกิจถือว่ายังคงแข็งแกร่ง จากการเป็นผู้นำในกลุ่มค้าปลีกน้ำมัน และร้านอาหารเครื่องดื่ม ที่มีความโดดเด่นเฉพาะตัว ยากที่ใครจะมาโค่นล้มไปได้ง่ายๆ จึงมีโอกาสที่จะผ่านพ้นช่วงเวลาแห่งความท้าทายไปได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- OR เผย 9 เดือนคว้ากำไร 4,651 ล้าน ลดลงจากกลุ่ม Mobility คาดไตรมาส 4 ปรับตัวดีขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจ
- OR เปิดตัว 'OR Space รามคำแหง 129' มิติใหม่ของศูนย์การค้า 'พื้นที่ความสุข ครบทุกไลฟ์สไตล์ใกล้บ้านคุณ'
- OR คว้ารางวัล Highly Commended Sustainability Awards จาก SET Awards 2024
ติดตามเราได้ที่