คุณดาว-ลภัสรดา เลิศภานุโรจ MASTER หญิงทัพหน้าอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงามไทย ที่ขอท้าชนความสวยด้วยนิยาม Be a Better You
ทัศนคติความงามและความมั่นใจที่เฟรนด์ลี่กับการศัลยกรรมฯ
"ทุกคนอยากมีความสวยและความมั่นใจในตัวเอง ปัจจุบันนิยมสไตล์เกาหลีคือการทำแล้วไม่ให้รู้ว่าทำมา ถ้าสามสี่ปีก่อนสายฝอตาเฉี่ยวจมูกโด่งหน้าอกไซซ์ใหญ่เคยเป็นที่นิยม"
สำหรับ 'คุณดาว -ลภัสรดา เลิศภานุโรจ' ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) Masterpiece Hospital คือผู้คลุกคลีอยู่กับวงการความงามมาอย่างยาวนาน เธอบอกกับเราว่าเทรนด์เหล่านี้จะปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและคลื่นความนิยมทาง วัฒนธรรมที่มีผลกับคนทั่วไปที่รับสื่อในเวลานั้นๆ สำหรับใครที่เคยทำไปแล้วก็กลับมาแก้ไขให้เข้ากับความนิยมได้ตลอดเช่นกัน
แต่ไม่ว่าเทรนด์ไหนที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ คุณหมอของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชก็มีรองรับให้ลูกค้าเลือกตามสไตล์ที่ต้องการ คุณหมอของที่นี่สามารถออกแบบให้ลูกค้าได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติในราคาเดียวกัน หรือที่เรียกว่า One Price Policy โดยราคาจะแตกต่างกันตามปัจจัย 3 ข้อคือคุณหมอที่เลือก เทคนิค และวัสดุ แต่ที่สำคัญเลยก็คือ เธออยากให้การทำศัลยกรรมฯ ของลูกค้าทุกคน เกิดมาจากความพึงพอใจของตัว ลูกค้าเอง ไม่ใช่การถูกใครกดดันให้เป็นไปตามค่านิยม เพราะทุกคนสามารถเซตมาตรฐานความงามของตัวเองได้ ซึ่งพอรู้แล้วว่าเราอยากสวยแบบไหน ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ก็พร้อมเนรมิตความสวยในแบบที่คุณต้องการอย่างสุดความสามารถ
ไม่ใช่หมอบริหารโรงพยาบาลไม่ได้…ไม่จริง
ความท้าทายแรกที่ ดาว ต้องเจอคือคำพูดของคนที่ยังไม่เชื่อมั่นในฝีมือการบริหารจากคนนอกที่ไม่ได้มีพื้นฐานการเป็นแพทย์มาก่อน
“นอกจากที่ดาวเป็นคนชอบการแข่งขัน ยังเป็นคนที่มีการปรับตัวอยู่เสมอ ตอนที่เข้ามาแรกๆ หลายคนบอกว่าเราไม่ใช่หมอจะมาบริหารโรงพยาบาลไม่ได้หรอก เราโดนบูลลี่ตั้งแต่เริ่มเลย แต่มันไม่จริง เราจะพิสูจน์ให้เห็น” เธอกล่าว
ซึ่งผลความสำเร็จและการเติบโตของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชอย่างต่อเนื่องพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นเป็นที่เรียบร้อยทั้งนี้สิ่งที่เธอได้รับหลังจากเข้ามาบริหารโรงพยาบาลที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับ ‘คน’ จำนวนมากที่มาจากต่างที่กันทำให้จากคนที่เชี่ยวชาญและโดดเด่นในการใช้ Hard Skill มากๆ ก็จำเป็นตองเรียนรู้การใช้ Soft Skill ให้มากขึ้นด้วย เพื่อจะได้จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ภายนอกและภายในของแต่ละคน นำไปสู่การบาลานซ์จุดอ่อนและจุดแข็งของคนในทีมให้ทำงานกันได้อย่างราบรื่นมากที่สุด
“ดาวมีเป้าหมายที่ชัดเจน ใช้ความมุ่งมั่นและวินัย เราเชื่อว่าทุกคนฝึกกันได้แต่จะทำยังไงให้ฝึกจนเข้าไปในเนื้อหนังมังสา เพราะท้ายที่สุดแล้วความมีวินัยในตัวเองจะไปได้ไกลกว่าคนที่มีแรงจูงใจหรือแพชชั่น”
ทุกคำพูดของ CEO สาวคนนี้พิสูจน์ด้วยการปฏิบัติให้ทุกคนเห็นถึงความมีวินัยและความสม่ำเสมอ ซึ่งทีมงานของเธอก็ยืนยันในระหว่างพูดคุยว่า CEO คนนี้เข้างานตรงเวลาและตอกบัตรทุกครั้ง!
เพียงแค่ในปี 2567 ดาวได้พิสูจน์ความเป็นผู้นำต้นแบบการันตีด้วยรางวัลจากหลายสถาบัน ประกอบด้วย
● นักวิชาชีพสตรีดีเด่น หอการค้าไทย ปี 2567 (ส่วนกลาง)
● รางวัลจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ปี 2567
● ศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ รร.ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร
● ผู้นำด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในองค์กร (Gender Equality Award)
● และรางวัล Best CEO จัดโดย สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA)
บุคลิกประเภทเสพความสำเร็จและชอบการแข่งขัน
“ดาวไม่เคยมี Comfort Zone เราเป็นคนชอบท้าทายตัวเองและการแข่งขัน ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วไม่มีอะไรให้ทำจะอยู่ไม่เป็นสุข”
ก่อนหน้าที่ คุณดาว จะรับตำแหน่ง CEO ของ บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) เข้ามาบริหารธุรกิจอย่างเต็มตัว เธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากสายงานด้านบัญชีในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จนค้นพบเส้นทางของตัวเองหรือสิ่งที่ Born to be ในการเป็นวิทยากรที่ต้องพูดต่อหน้าคนหลายพันคนฟัง จึงขอเริ่มต้นใหม่ในองค์กรเอกชนและไต่ตำแหน่งขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยากขยับขยายหน้าที่ให้มากขึ้นกว่าเดิม
ซึ่งเธอก็ได้กลับมาใช้ความรู้ด้านบัญชีและประสบการณ์การเป็นผู้ตรวจสอบภายในองค์กรเอกชน จึงหันมาจับทางการเป็น ผู้ตรวจสอบภายใน พิสูจน์ตัวเองจนมาเริ่มต้นงานใหม่ในสตำแหน่ง Vice President และนี่เองที่ทำให้เธอและ หมอเส - นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล Group CEO MASTER ได้มาร่วมงานกันครั้งแรกจนเธอกลายมาเป็นผู้บริหารของที่นี่อย่างเต็มตัว โดยขณะนั้น หมอเส เปลี่ยน CFO ของบริษัทมาแล้ว 7 คน อยู่ระหว่างพาองค์กรเข้าตลาดหลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่สำเร็จ คุณหมอจึงชักชวนเธอมาทำงานด้วยกัน
“ดาวถามคุณหมอไปว่าปลายทางคืออะไร เราอยากเห็นภาพความสำเร็จเดียวกันก่อนตัดสินใจ เพราะถ้าเป็นเรื่องการเข้า IPO เราก็จะทำให้แค่นั้น คุณหมอทำให้ดาวได้เห็นวิสัยทัศน์ที่ใหญ่มากที่วางไว้ในอนาคต จึงทำให้สนใจอยากร่วมงานด้วยกัน” ดาวเล่าให้ฟัง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าหมายใหญ่ที่เธอจะพาองค์กรนี้ไปให้ถึงฝั่งฝันให้ได้
ภาพรวมอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงาม
จากข้อมูลที่ คุณดาวเปิดเผยกับเรา คาดว่าในปี พ.ศ. 2565-2573 อัตราการเติบโต CAGR (Compoundannual growth rate) ร้อยละ 9.6 ต่อปี ถึงแม้จะมีคลินิกเกิดขึ้นมากมาย แต่ผลสำรวจระบุว่ายังมีคนไทยเกิน 50% ที่ยังไม่รู้จักศัลยกรรมความงาม จากผลงานวิจัยทำให้เธอมองเป็นความเป็นไปได้ในการขยายโอกาสทางธุรกิจสำหรับ 50% ที่เหลือเป็นกลุ่มที่รู้จักอยู่แล้วและเคยทำมาก่อน ทั้งการหัตถการ และด้าน Anti-aging ปัจจุบัน หลักๆ แล้วจึงแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มที่เคยทำแล้ว, กำลังตัดสินใจ และกลุ่มที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย
“ก่อนที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชจะเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้สำเร็จ ต้องมีการเดินสายโรดโชว์ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสังคมว่าปัจจุบันมีการเปิดรับเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวางขึ้น ถ้ามาเดินที่โรงพยาบาลแห่งนี้จะเห็นทั้งคนไทยและต่างประเทศเห็นคนไข้เห็นพร้อมเผือกจมูก หรือพันหน้าเดินจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว จากเดิมที่ต้องหลบๆ แอบๆ หายไปทำศัลยกรรมแล้วกลับมาสวยจนเพื่อนๆ จำไม่ได้ กลายเป็นหัวข้อสนทนาในวงกินข้าวได้โดยไม่ต้องเขินอายว่า ฉันไปทำจมูกที่นี่มา" ซึ่งสิ่งที่คุณดาวพูดนี้ ตอกย้ำถึงความประทับใจของลูกค้าที่ได้รับจากการเข้ามาทำศัลยกรรมฯ ที่โรงพยาบาลของเธอ
Regional Company แห่งภูมิภาคอาเซียน
คุณดาว กล่าวว่าการตั้งเป้าหมายเพื่อไปปักธงในตลาดต่างประเทศได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมาก เพราะนับตั้งแต่ก่อนช่วงโควิด-19 มีลูกค้าต่างชาติเข้ามารับบริการอยู่ที่ 1.7% พอหลังจากโควิด-19 ตัวเลขเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10% จนมาถึงปัจจุบันเฉพาะรายได้จากลูกค้าต่างชาติในปี 2567 จบไตรมาส 3 อยู่ที่ 25.85% คิดเป็น 1 ใน 4 ของรายได้ทั้งหมด เธอตั้งใจไว้ว่าสัดส่วนรายได้ภายในสามปีที่จะถึงนี้ ตัวเลขระหว่างลูกค้าคนไทยและต่างประเทศ จะขยับใกล้เข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 50/50 ของรายได้รวมทั้งหมดในไม่ช้า
Specialty Hospital Hub ของเมืองไทย
เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมทิศทางของ MASTER จึงมองหา Partner ที่ต้องการเติบโตและมีศักยภาพเฉพาะทางที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้เกิดการจับมือกันกับพาร์ทเนอร์ในเครืออีก 15 บริษัทที่ได้ไปร่วมลงทุน โดยปัจจุบันอยู่ภายใต้ MASTER GROUP ซึ่งแต่ละแห่งจะมีความชำนาญการเฉพาะด้านทั้งAesthetic และ Surgery ทำให้ปัจจุบันสามารถขยายตัวและมีส่วนแบ่งมากที่ที่สุดในประเทศ ณ ขณะนี้ รวมไปถึงธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุเพื่อสอดคล้องกับสังคมผู้สูงวัยและด้านจิตเวช
จะเห็นได้ว่าทิศทางการเติบโตของ MASTER คือการหาพันธมิตรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ไว้วางใจของคนในภูมิภาคนั้นๆ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงามของไทย
"เราไปจับมือกับพันธมิตร เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเป็นคู่แข่ง แต่เราจะช่วยกัน" นี่คือความคิดของ CEO คนเก่งคนนี้
จุดแข็งที่ไทยใช้แข่งขันกับคู่แข่งอันดับหนึ่ง
"แหล่งท่องเที่ยว การบริการ และสามารถหาข้อมูลแพทย์ได้" คุณดาว สรุป 3 กลยุทธ์ที่จะช่วยทำให้ประเทศไทยแตกต่างจากเกาหลีและเป็นปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าต่างประเทศจำนวนมากตัดสินใจเลือกมาทำศัลยกรรมความงามในประเทศของเรา โดยเฉพาะการที่ลูกค้าสามารถดูข้อมูลของแพทย์ที่จะมาให้บริการตัวเองได้นั้น เป็นการช่วยสร้างความรู้สึกมั่นใจและสบายใจที่ได้เห็นภาพเคสตัวอย่างจากหมอหลายๆ คนก่อนจะบินมารับบริการจริง
สำหรับจุดแข็งของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช อยู่ที่การมีแพทย์ประจำโรงพยาบาล 47 ท่านรวมแพทย์ในเครือข่ายมีทั้งหมด 142 ท่าน โดยคุณหมอรอพร้อมให้บริการลูกค้าโดยยึดคอนเซปต์ที่ว่า ‘เพราะความสวยรอไม่ได้’ แพทย์ของที่นี่จึงทำงานกัน 6 วันต่อสัปดาห์เพื่อสแตนด์บายให้คำปรึกษากับลูกค้า นอกจากนี้ถ้าเปรียบเทียบกันด้วยค่าใช้จ่ายเริ่มต้นกับทางเกาหลีก็ถือว่าที่ไทยมีราคาต่ำกว่าถึง 30% แถมการบินไปทำศัลยกรรมฯ ที่เกาหลียังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของการพักฟื้นอีกอย่างน้อย 15 วันถึงจะพร้อมขึ้นเครื่องบินกลับมา
After Care Service ที่ทางโรงพยาบาลมีรองรับจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า และที่สำคัญคือสโลแกนขององค์กร Be a Better You นอกจากเป็นแนวทางที่ฉีกออกมาจากเกาหลีที่มีบล็อกหน้ายอดนิยม แต่ที่นี่คือการเสริมในสิ่งที่จะทำให้ลูกค้ามั่นใจในตัวเองยิ่งขึ้น ซึ่งต่างกับการศัลยกรรมฯ ที่เกาหลีที่ทำให้ตามงบ จนบางทีอาจเกินความสมดุลที่ร่างกายลูกค้ารับได้
"คาแรกเตอร์คุณหมอไทยที่ลูกค้าอินโดนีเซียชื่นชมกลับมาคือการแนะนำจุดที่ควรทำไปพร้อมกับจุดที่ไม่ควรทำไปด้วย"
โครงการสร้างความเท่าเทียมกันทางเพศในองค์กร MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 ที่โอบรับความหลากหลาย
ที่นี่เราได้เห็นว่าพนักงานของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช สามารถเลือกแต่งชุดได้ตามเพศวิถีของตัวเอง โดยพนักงานกว่า 30-40% ที่ขับเคลื่อนองค์กรอยู่ในตอนนี้ก็คือน้องๆ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ
"เราเชื่อในความเท่าเทียมกันจึงส่งเสริมให้พนักงานได้แสดงตัวตนของตัวเอง ซึ่งน้องๆ ที่มีความหลากหลายเพศมีความสามารถในด้านงานขายและการดูแลที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า" คุณดาวอธิบายให้เห็นภาพ เพราะที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชเปิดโอกาสให้กับคนทุกเพศเข้ามาพิสูจน์ความสามารถโดยมี Growth Mindset เป็นหลักเกณฑ์คัดเลือก
"เราไม่ได้ทำงานกันแบบครอบครัว แต่เป็น Professional Sports Team เราทำงานกันหนักมาก ถ้าคุณพร้อมไปกับเราไม่สนว่าคุณจะเป็นเพศอะไร" การคัดเลือกพนักงานสักคนเข้ามาร่วมทีมคุณสมบัติสำคัญที่ คุณดาว และโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชต้องการคือการเป็นคนดี เพราะถ้าเป็นคนเก่งแต่ไม่ใช่คนดีก็ยากที่จะปรับเปลี่ยนภายหลังนี่จึงเป็นวัฒนธรรมองค์กรข้อแรกที่สำคัญที่สุด"
โดยโครงการ MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 เปิดรับสมัครงาน 150 อัตรา 80 ตำแหน่ง จากบริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ MASTER เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานอย่างเท่าเทียมแบบไม่ระบุเพศ รับผู้สมัคร LGBTQ+ ทุกตำแหน่งงาน ร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาล Pride Month
ไม่มีนโยบาย Sell Drag จนกลายเป็น Overfill Syndrome
แน่นอนว่าทุกอย่างต้องมีความพอดีรวมไปถึงการศัลยกรรมความงามด้วยเช่นกัน ถ้าใครลองค้นคำว่า Overfill Syndrome จะเห็นถึงผลข้างเคียงของการฉีดจนล้น ซึ่ง คุณดาว บอกกับเราว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดถ้าแพทย์มีจรรยาบรรณ
“อย่างแรกก่อนฉีดโบท็อกซ์เราจะถามก่อนว่าอยากให้เป็นธรรมชาติหรือไม่ ถ้าลูกค้าอยากให้หน้าตึงเราก็จะไม่ฉีดจนทำให้ยกคิ้วไม่ได้ นี่เป็นจรรยาบรรณที่แพทย์ต้องระมัดระวัง เพราะแพทย์จะรู้เลยว่าควรเติมกี่ซีซี ถ้าไม่อยากขายจน Overdose ก็จะไม่เกิดปัญหานี้ขึ้น ยกเว้นบริเวณปากจะฉีดให้ใหญ่แค่ไหนก็ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ”เพราะดาวเชื่อว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการศัลยกรรมฯ"
No More Beauty Standard
นิยามความสวยถูกตั้งคำถามในสังคมวงกว้าง ตลอดช่วงหลายปีให้หลังมานี้คำว่า ‘Beauty Standard’ ถูกหยิบยกมาขึ้นมาสนทนาทั้งในแบบระหว่างบุคคล รวมไปถึงในระดับโกลบอล สำหรับโรงพยาบาลด้านศัลยกรรมความงามที่ คุณดาว-ลภัสรดา นั่งเแท่น CEO อยู่นี้ เธอเองก็มีมุมมองในเรื่องนี้เช่นกัน เธอกล่าวว่า
“คอนเซปต์ของเราคือ Be a Better You เป็นคุณในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า นั่นคือความงามในรูปแบบของคุณเอง ซึ่งไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นยังรวมถึงความงามภายในด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เพียงลูกค้าแต่รวมไปถึงพนักงานของเรา ดาวเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในองค์กรเป็นคนดีและมีความสวยงามจากข้างใน ลักษณะทางกายภาพถ้าเขาอยากจะทำเรามาออกแบบทำให้คุณดีกว่าคุณคนเดิมกันทีหลังได้ สำหรับดาวไม่มีคำว่า Beauty Standard เพราะการมองความสวยของแต่ละคนต่างกัน”
ความสวยงามสร้างความมั่นใจทำให้ชีวิตก้าวหน้า
ภาพลักษณ์ภายนอกถือเป็น First Impression แรกที่คนอื่นจะมองเห็นเรา การสร้างความมั่นใจให้ตัวเองรู้สึกชอบในหน้าตารูปร่างในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมก็ทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นได้เช่นกัน การแก้ไขส่วนที่ไม่พอใจของตัวเองนอกจากเพื่อความชอบส่วนตัว ยังส่งผลกับความก้าวหน้าในอาชีพการงานของพวกเขาด้วย
“มีน้องๆ หลายคนที่เราช่วยแก้ไขความผิดพลาดจากที่เคยทำมาจากที่อื่น แต่ไม่มีที่ไหนรับแก้และไม่มีทุนทรัพย์ทางโรงพยาบาลรับเข้ามาเป็นเคสเพื่อเป็นการ CSR เพราะหวังว่าจะเป็นการช่วยทำให้คนๆ หนึ่งได้กลับไปยืนในสังคม ได้ทำงานในสิ่งที่รัก นอกจากเสริมความมั่นใจยังช่วยสนับสนุนความก้าวหน้าในชีวิตเขาด้วย” คุณดาวย้ำ
Be a Better YOU NOW
“ในทุกอณูของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชปกคลุมไปด้วยคอนเซปต์ Be a Better You ไว้ทั้งหมด ไม่ว่าสิ่งที่เราส่งมอบให้กับลูกค้าหรือสิ่งที่เรามอบให้กับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา ทุกคนทุกต้อง Be a Better You กว่าเดิมไปด้วยเช่นกัน” ดาวเชื่อแบบนั้น
ความฝันของ ดาว-ลภัสรดา แม่ทัพหญิงแห่ง MASTER
คุณดาว-ลภัสรดา มองภาพอนาคตไว้ว่าต้องการให้เวลาที่มีคนพูดถึงศัลยกรรมความงามจะนึกถึงประเทศไทยพอๆ กับเกาหลี ใต้ ถึงแม้ปัจจุบันขนาดอุตสาหกรรมด้านความงามของเกาหลีใต้จะโตกว่าไทย 10 เท่า และครองส่วนแบ่งการตลาดซึ่งเป็นประเทศเดียวที่ประเทศไทยของเราเป็นรองอยู่ในขณะนี้เท่านั้น แต่ทิศทางลมเริ่มหันเหมาที่ประเทศไทยมากขึ้นอย่างมีอย่างมีนัยสำคัญ
“ยกตัวอย่างเคสของลูกค้าประเทศอินโดนีเซียที่เคยมองเกาหลีใต้เป็น Top of Mind มาเสมอ แต่จากตัวเลขของเราพบว่าลูกค้าจากอินโดนีเซียเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง 100% จากปีที่แล้ว นี่อาจเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่าสิ่งที่ MASTER GROUP กำลังทำอยู่นั้นมาถูกทางแล้วนั่นเอง”
กลยุทธ์ที่จะพาความฝันนี้ขององค์กรและอุตสาหกรรมทั้งหมดไปถึงได้สำเร็จคือการจับมือกันให้แน่นและไม่ลงไปในสงครามราคาที่จะยิ่งทำให้ภาพรวมเสียขบวนไปด้วยกันทั้งหมด
การที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชสามารถพาองค์กรเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ ถึงแม้จะไม่ใช่โรงพยาบาลรักษาโรคการแผ้วถางทางในครั้งนั้นจึงทำให้กลายเป็น Role Model สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่คล้ายๆ กันได้ใช้เป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจและมีความฝันที่ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยเช่นกัน
ในทางตรงธุรกิจเกิดการขยายตัว แต่ผลดีในระยะยาวคือการสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้า ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี อัตราการเสียชีวิตของคนไข้ลดลงถือเป็นการยกระดับศักยภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรมนี้ให้ขยับขึ้นไปพร้อมกัน
Roadmap ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชที่กำลังเดินไปให้ถึง
เป้าหมายแรกในการพาโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชเข้าตลาดหลักทรัพย์บรรลุตามหมุดหมายที่ตั้งไว้แล้ว สำหรับเป้าหมายถัดมาคือการเป็น Surgery and Aesthetic ที่ใหญ่ที่สุดแห่งอาเซียนซึ่งปัจจุบัน MASTER ก็สามารถก้าวมายืนแถวหน้าเป็นที่เรียบร้อย ในอนาคตอันใกล้ภายใน 3 ปีข้างหน้า ในฐานะ CEO ขององค์กร คุณดาว กำลังพาทีมของเธอเดินหน้าสู่การเป็น Specialty Hospital Hub ซึ่งต้องใช้เครือข่ายพันธมิตรร่วมกันกับโรงพยาบาลที่เข้าไปลงทุนเพื่อขยายตลาดและขับเคลื่อนให้ไทยแข่งขันกับพี่ใหญ่อย่างเกาหลีใต้ที่ครองตลาดอยู่ได้อย่างสูสีไม่เป็นรองกัน แต่เธอย้ำว่าถ้าลูกค้าบินไปเกาหลีใต้หน้าที่ได้กลับมาก็อาจบล็อกเดียวกันกับต้นแบบ ต่างจากที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชที่คุณหมอสามารถออกแบบนิยามความสวยที่หลากหลายตามความต้องการโดยให้คำแนะนำจากโครงสร้างพื้นฐานของหน้าเดิมของลูกค้า
"โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชจะเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีคาแรคเตอร์หลายแบบเพื่อชูจุดแข็งในเรื่องความสวยที่หลากหลาย เพราะบางทีไม่ต้องไปทำที่เกาหลีใต้ แต่เพราะมาจากความเชื่อว่าที่นั่นน่าจะทำได้ดีกว่า"
จากที่ คุณดาวและทีมได้เดินทางไปอัปเดตความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมด้านความงามที่ประเทศเกาหลีก็พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่ดูจะสอดคล้องกับฟีดแบ็กที่ได้รับจากลูกค้ากว่า 30% ที่มาแก้ไขหลังจากผ่านมือหมอเกาหลี ใต้ดูเหมือนว่าความยิ่งใหญ่ในด้านอุตสาหกรรมที่เคยดึงดูดลูกค้ากำลังเสื่อมมนต์ขลัง
“เกาหลีใต้เคยมีตึกสูง 15-16 ชั้นที่ทุกชั้นเปิดบริการเพื่อศัลยกรรมความงามทั้งหมด จากที่ได้ไปสำรวจมารอบล่าสุดกว่า 40% โดนแบ่งเป็นซาลอนและอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกัน ล่ามรอต้อนรับก็ไม่มีประจำแล้วเหมือนแต่ก่อน นี่เป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังลดลง”
ทางทีมจึงกลับมาปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มจำนวนเตียงและความจุเพื่อรองรับความต้องการที่มีแนวโน้มกำลังเปลี่ยนทิศทางจากเกาหลีใต้พัดเข้ามาที่ประเทศไทยต่อไป
สิ่งที่เราได้เห็นได้ยินและได้ฟังในการสนทนาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจให้เติบโต แต่เราวาดฝันที่จะได้เห็นอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงามของไทยกลายเป็น Soft Power พลังละมุนที่ใครๆ ก็ต้องคิดถึง นอกจากอุตสาหกรรมบันเทิงและอาหารที่ดึงดูดให้คนทั่วโลกหลงใหล แต่ผลพลอยได้ในการผลักดันธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องนี่แหละจะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะพาเม็ดเงินเข้าประเทศ โดยสิ่งที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชวางกลยุทธ์ในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรไว้เพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และความโดดเด่นของคอนเซปต์ Be a Better You นี่เองที่นอกจากจะสร้างความแตกต่าง แต่ยังทำให้คนยังรักษาตัวตนของตัวเองเอาไว้และเสริมด้วยศัลยกรรมความงามที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิต เพราะความสวยส่งผลกับภาพลักษณ์ภายนอกและส่งผลดีต่อความรู้สึกภายใน ยิ่งจะทำให้เรารักตัวเองมากขึ้นเช่นกัน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- คุณดาว-ลภัสรดา เลิศภานุโรจ MASTER หญิงทัพหน้าอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงามไทย ที่ขอท้าชนความสวยด้วยนิยาม Be a Better You
- MIRROR50 : คุณไพลิน อัมพุช ผู้อำนวยการใหญ่บริหารสินค้า บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ผู้นำที่กล้าวางแผนและ Take Action now ในยุคที่ต้องตัดสินใจให้ทันการเปลี่ยนแปลง
- มัดหมี่ - พิมดาว พานิชสมัย กับบทบาทใหม่ของการทำงาน Art Film ที่เล่าเรื่องความเป็นมนุษย์ผ่านความงามของซาวด์และศิลปะการเคลื่อนไหว
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com