โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

คุณดาว-ลภัสรดา เลิศภานุโรจ MASTER หญิงทัพหน้าอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงามไทย ที่ขอท้าชนความสวยด้วยนิยาม Be a Better You

Mirror Thailand

อัพเดต 10 ธ.ค. 2567 เวลา 11.53 น. • เผยแพร่ 10 ธ.ค. 2567 เวลา 11.53 น.
ภาพไฮไลต์

ทัศนคติความงามและความมั่นใจที่เฟรนด์ลี่กับการศัลยกรรมฯ

"ทุกคนอยากมีความสวยและความมั่นใจในตัวเอง ปัจจุบันนิยมสไตล์เกาหลีคือการทำแล้วไม่ให้รู้ว่าทำมา ถ้าสามสี่ปีก่อนสายฝอตาเฉี่ยวจมูกโด่งหน้าอกไซซ์ใหญ่เคยเป็นที่นิยม"

สำหรับ 'คุณดาว -ลภัสรดา เลิศภานุโรจ' ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) Masterpiece Hospital คือผู้คลุกคลีอยู่กับวงการความงามมาอย่างยาวนาน เธอบอกกับเราว่าเทรนด์เหล่านี้จะปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและคลื่นความนิยมทาง วัฒนธรรมที่มีผลกับคนทั่วไปที่รับสื่อในเวลานั้นๆ สำหรับใครที่เคยทำไปแล้วก็กลับมาแก้ไขให้เข้ากับความนิยมได้ตลอดเช่นกัน

แต่ไม่ว่าเทรนด์ไหนที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ คุณหมอของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชก็มีรองรับให้ลูกค้าเลือกตามสไตล์ที่ต้องการ คุณหมอของที่นี่สามารถออกแบบให้ลูกค้าได้ทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติในราคาเดียวกัน หรือที่เรียกว่า One Price Policy โดยราคาจะแตกต่างกันตามปัจจัย 3 ข้อคือคุณหมอที่เลือก เทคนิค และวัสดุ แต่ที่สำคัญเลยก็คือ เธออยากให้การทำศัลยกรรมฯ ของลูกค้าทุกคน เกิดมาจากความพึงพอใจของตัว ลูกค้าเอง ไม่ใช่การถูกใครกดดันให้เป็นไปตามค่านิยม เพราะทุกคนสามารถเซตมาตรฐานความงามของตัวเองได้ ซึ่งพอรู้แล้วว่าเราอยากสวยแบบไหน ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ก็พร้อมเนรมิตความสวยในแบบที่คุณต้องการอย่างสุดความสามารถ

ไม่ใช่หมอบริหารโรงพยาบาลไม่ได้…ไม่จริง

ความท้าทายแรกที่ ดาว ต้องเจอคือคำพูดของคนที่ยังไม่เชื่อมั่นในฝีมือการบริหารจากคนนอกที่ไม่ได้มีพื้นฐานการเป็นแพทย์มาก่อน

“นอกจากที่ดาวเป็นคนชอบการแข่งขัน ยังเป็นคนที่มีการปรับตัวอยู่เสมอ ตอนที่เข้ามาแรกๆ หลายคนบอกว่าเราไม่ใช่หมอจะมาบริหารโรงพยาบาลไม่ได้หรอก เราโดนบูลลี่ตั้งแต่เริ่มเลย แต่มันไม่จริง เราจะพิสูจน์ให้เห็น” เธอกล่าว

ซึ่งผลความสำเร็จและการเติบโตของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชอย่างต่อเนื่องพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นเป็นที่เรียบร้อยทั้งนี้สิ่งที่เธอได้รับหลังจากเข้ามาบริหารโรงพยาบาลที่ต้องทำงานเกี่ยวข้องกับ ‘คน’ จำนวนมากที่มาจากต่างที่กันทำให้จากคนที่เชี่ยวชาญและโดดเด่นในการใช้ Hard Skill มากๆ ก็จำเป็นตองเรียนรู้การใช้ Soft Skill ให้มากขึ้นด้วย เพื่อจะได้จัดสรรทรัพยากรให้เหมาะสมกับคาแรคเตอร์ภายนอกและภายในของแต่ละคน นำไปสู่การบาลานซ์จุดอ่อนและจุดแข็งของคนในทีมให้ทำงานกันได้อย่างราบรื่นมากที่สุด

“ดาวมีเป้าหมายที่ชัดเจน ใช้ความมุ่งมั่นและวินัย เราเชื่อว่าทุกคนฝึกกันได้แต่จะทำยังไงให้ฝึกจนเข้าไปในเนื้อหนังมังสา เพราะท้ายที่สุดแล้วความมีวินัยในตัวเองจะไปได้ไกลกว่าคนที่มีแรงจูงใจหรือแพชชั่น”

ทุกคำพูดของ CEO สาวคนนี้พิสูจน์ด้วยการปฏิบัติให้ทุกคนเห็นถึงความมีวินัยและความสม่ำเสมอ ซึ่งทีมงานของเธอก็ยืนยันในระหว่างพูดคุยว่า CEO คนนี้เข้างานตรงเวลาและตอกบัตรทุกครั้ง!

เพียงแค่ในปี 2567 ดาวได้พิสูจน์ความเป็นผู้นำต้นแบบการันตีด้วยรางวัลจากหลายสถาบัน ประกอบด้วย

● นักวิชาชีพสตรีดีเด่น หอการค้าไทย ปี 2567 (ส่วนกลาง)

● รางวัลจรรยาบรรณดีเด่น หอการค้าไทย ปี 2567

● ศิษย์เก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และ รร.ตะพานหิน จังหวัดพิจิตร

● ผู้นำด้านการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศในองค์กร (Gender Equality Award)

● และรางวัล Best CEO จัดโดย สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA)

บุคลิกประเภทเสพความสำเร็จและชอบการแข่งขัน

“ดาวไม่เคยมี Comfort Zone เราเป็นคนชอบท้าทายตัวเองและการแข่งขัน ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วไม่มีอะไรให้ทำจะอยู่ไม่เป็นสุข”

ก่อนหน้าที่ คุณดาว จะรับตำแหน่ง CEO ของ บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) เข้ามาบริหารธุรกิจอย่างเต็มตัว เธอเริ่มต้นเส้นทางอาชีพจากสายงานด้านบัญชีในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ จนค้นพบเส้นทางของตัวเองหรือสิ่งที่ Born to be ในการเป็นวิทยากรที่ต้องพูดต่อหน้าคนหลายพันคนฟัง จึงขอเริ่มต้นใหม่ในองค์กรเอกชนและไต่ตำแหน่งขึ้นมาเรื่อยๆ จนอยากขยับขยายหน้าที่ให้มากขึ้นกว่าเดิม

ซึ่งเธอก็ได้กลับมาใช้ความรู้ด้านบัญชีและประสบการณ์การเป็นผู้ตรวจสอบภายในองค์กรเอกชน จึงหันมาจับทางการเป็น ผู้ตรวจสอบภายใน พิสูจน์ตัวเองจนมาเริ่มต้นงานใหม่ในสตำแหน่ง Vice President และนี่เองที่ทำให้เธอและ หมอเส - นพ.ระวีวัฒน์ มาศฉมาดล Group CEO MASTER ได้มาร่วมงานกันครั้งแรกจนเธอกลายมาเป็นผู้บริหารของที่นี่อย่างเต็มตัว โดยขณะนั้น หมอเส เปลี่ยน CFO ของบริษัทมาแล้ว 7 คน อยู่ระหว่างพาองค์กรเข้าตลาดหลักทรัพย์มาแล้วหลายครั้ง แต่ยังไม่สำเร็จ คุณหมอจึงชักชวนเธอมาทำงานด้วยกัน

“ดาวถามคุณหมอไปว่าปลายทางคืออะไร เราอยากเห็นภาพความสำเร็จเดียวกันก่อนตัดสินใจ เพราะถ้าเป็นเรื่องการเข้า IPO เราก็จะทำให้แค่นั้น คุณหมอทำให้ดาวได้เห็นวิสัยทัศน์ที่ใหญ่มากที่วางไว้ในอนาคต จึงทำให้สนใจอยากร่วมงานด้วยกัน” ดาวเล่าให้ฟัง และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นของเป้าหมายใหญ่ที่เธอจะพาองค์กรนี้ไปให้ถึงฝั่งฝันให้ได้

ภาพรวมอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงาม

จากข้อมูลที่ คุณดาวเปิดเผยกับเรา คาดว่าในปี พ.ศ. 2565-2573 อัตราการเติบโต CAGR (Compoundannual growth rate) ร้อยละ 9.6 ต่อปี ถึงแม้จะมีคลินิกเกิดขึ้นมากมาย แต่ผลสำรวจระบุว่ายังมีคนไทยเกิน 50% ที่ยังไม่รู้จักศัลยกรรมความงาม จากผลงานวิจัยทำให้เธอมองเป็นความเป็นไปได้ในการขยายโอกาสทางธุรกิจสำหรับ 50% ที่เหลือเป็นกลุ่มที่รู้จักอยู่แล้วและเคยทำมาก่อน ทั้งการหัตถการ และด้าน Anti-aging ปัจจุบัน หลักๆ แล้วจึงแบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มที่เคยทำแล้ว, กำลังตัดสินใจ และกลุ่มที่ไม่เคยทำมาก่อนเลย

“ก่อนที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชจะเป็นโรงพยาบาลศัลยกรรมรายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้สำเร็จ ต้องมีการเดินสายโรดโชว์ เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับสังคมว่าปัจจุบันมีการเปิดรับเรื่องนี้กันอย่างกว้างขวางขึ้น ถ้ามาเดินที่โรงพยาบาลแห่งนี้จะเห็นทั้งคนไทยและต่างประเทศเห็นคนไข้เห็นพร้อมเผือกจมูก หรือพันหน้าเดินจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว จากเดิมที่ต้องหลบๆ แอบๆ หายไปทำศัลยกรรมแล้วกลับมาสวยจนเพื่อนๆ จำไม่ได้ กลายเป็นหัวข้อสนทนาในวงกินข้าวได้โดยไม่ต้องเขินอายว่า ฉันไปทำจมูกที่นี่มา" ซึ่งสิ่งที่คุณดาวพูดนี้ ตอกย้ำถึงความประทับใจของลูกค้าที่ได้รับจากการเข้ามาทำศัลยกรรมฯ ที่โรงพยาบาลของเธอ

Regional Company แห่งภูมิภาคอาเซียน

คุณดาว กล่าวว่าการตั้งเป้าหมายเพื่อไปปักธงในตลาดต่างประเทศได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมาก เพราะนับตั้งแต่ก่อนช่วงโควิด-19 มีลูกค้าต่างชาติเข้ามารับบริการอยู่ที่ 1.7% พอหลังจากโควิด-19 ตัวเลขเติบโตขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 10% จนมาถึงปัจจุบันเฉพาะรายได้จากลูกค้าต่างชาติในปี 2567 จบไตรมาส 3 อยู่ที่ 25.85% คิดเป็น 1 ใน 4 ของรายได้ทั้งหมด เธอตั้งใจไว้ว่าสัดส่วนรายได้ภายในสามปีที่จะถึงนี้ ตัวเลขระหว่างลูกค้าคนไทยและต่างประเทศ จะขยับใกล้เข้ามาใกล้กันเรื่อยๆ จนอยู่ที่ 50/50 ของรายได้รวมทั้งหมดในไม่ช้า

Specialty Hospital Hub ของเมืองไทย

เพื่อเป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมทิศทางของ MASTER จึงมองหา Partner ที่ต้องการเติบโตและมีศักยภาพเฉพาะทางที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้เกิดการจับมือกันกับพาร์ทเนอร์ในเครืออีก 15 บริษัทที่ได้ไปร่วมลงทุน โดยปัจจุบันอยู่ภายใต้ MASTER GROUP ซึ่งแต่ละแห่งจะมีความชำนาญการเฉพาะด้านทั้งAesthetic และ Surgery ทำให้ปัจจุบันสามารถขยายตัวและมีส่วนแบ่งมากที่ที่สุดในประเทศ ณ ขณะนี้ รวมไปถึงธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุเพื่อสอดคล้องกับสังคมผู้สูงวัยและด้านจิตเวช

จะเห็นได้ว่าทิศทางการเติบโตของ MASTER คือการหาพันธมิตรแพทย์ผู้ชำนาญการด้านต่างๆ ทั่วประเทศ ที่มีชื่อเสียงและเป็นที่ไว้วางใจของคนในภูมิภาคนั้นๆ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงามของไทย

"เราไปจับมือกับพันธมิตร เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมาเป็นคู่แข่ง แต่เราจะช่วยกัน" นี่คือความคิดของ CEO คนเก่งคนนี้

จุดแข็งที่ไทยใช้แข่งขันกับคู่แข่งอันดับหนึ่ง

"แหล่งท่องเที่ยว การบริการ และสามารถหาข้อมูลแพทย์ได้" คุณดาว สรุป 3 กลยุทธ์ที่จะช่วยทำให้ประเทศไทยแตกต่างจากเกาหลีและเป็นปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าต่างประเทศจำนวนมากตัดสินใจเลือกมาทำศัลยกรรมความงามในประเทศของเรา โดยเฉพาะการที่ลูกค้าสามารถดูข้อมูลของแพทย์ที่จะมาให้บริการตัวเองได้นั้น เป็นการช่วยสร้างความรู้สึกมั่นใจและสบายใจที่ได้เห็นภาพเคสตัวอย่างจากหมอหลายๆ คนก่อนจะบินมารับบริการจริง

สำหรับจุดแข็งของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช อยู่ที่การมีแพทย์ประจำโรงพยาบาล 47 ท่านรวมแพทย์ในเครือข่ายมีทั้งหมด 142 ท่าน โดยคุณหมอรอพร้อมให้บริการลูกค้าโดยยึดคอนเซปต์ที่ว่า ‘เพราะความสวยรอไม่ได้’ แพทย์ของที่นี่จึงทำงานกัน 6 วันต่อสัปดาห์เพื่อสแตนด์บายให้คำปรึกษากับลูกค้า นอกจากนี้ถ้าเปรียบเทียบกันด้วยค่าใช้จ่ายเริ่มต้นกับทางเกาหลีก็ถือว่าที่ไทยมีราคาต่ำกว่าถึง 30% แถมการบินไปทำศัลยกรรมฯ ที่เกาหลียังมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในส่วนของการพักฟื้นอีกอย่างน้อย 15 วันถึงจะพร้อมขึ้นเครื่องบินกลับมา

After Care Service ที่ทางโรงพยาบาลมีรองรับจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้า และที่สำคัญคือสโลแกนขององค์กร Be a Better You นอกจากเป็นแนวทางที่ฉีกออกมาจากเกาหลีที่มีบล็อกหน้ายอดนิยม แต่ที่นี่คือการเสริมในสิ่งที่จะทำให้ลูกค้ามั่นใจในตัวเองยิ่งขึ้น ซึ่งต่างกับการศัลยกรรมฯ ที่เกาหลีที่ทำให้ตามงบ จนบางทีอาจเกินความสมดุลที่ร่างกายลูกค้ารับได้

"คาแรกเตอร์คุณหมอไทยที่ลูกค้าอินโดนีเซียชื่นชมกลับมาคือการแนะนำจุดที่ควรทำไปพร้อมกับจุดที่ไม่ควรทำไปด้วย"

โครงการสร้างความเท่าเทียมกันทางเพศในองค์กร MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 ที่โอบรับความหลากหลาย

ที่นี่เราได้เห็นว่าพนักงานของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช สามารถเลือกแต่งชุดได้ตามเพศวิถีของตัวเอง โดยพนักงานกว่า 30-40% ที่ขับเคลื่อนองค์กรอยู่ในตอนนี้ก็คือน้องๆ กลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

"เราเชื่อในความเท่าเทียมกันจึงส่งเสริมให้พนักงานได้แสดงตัวตนของตัวเอง ซึ่งน้องๆ ที่มีความหลากหลายเพศมีความสามารถในด้านงานขายและการดูแลที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้า" คุณดาวอธิบายให้เห็นภาพ เพราะที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชเปิดโอกาสให้กับคนทุกเพศเข้ามาพิสูจน์ความสามารถโดยมี Growth Mindset เป็นหลักเกณฑ์คัดเลือก

"เราไม่ได้ทำงานกันแบบครอบครัว แต่เป็น Professional Sports Team เราทำงานกันหนักมาก ถ้าคุณพร้อมไปกับเราไม่สนว่าคุณจะเป็นเพศอะไร" การคัดเลือกพนักงานสักคนเข้ามาร่วมทีมคุณสมบัติสำคัญที่ คุณดาว และโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชต้องการคือการเป็นคนดี เพราะถ้าเป็นคนเก่งแต่ไม่ใช่คนดีก็ยากที่จะปรับเปลี่ยนภายหลังนี่จึงเป็นวัฒนธรรมองค์กรข้อแรกที่สำคัญที่สุด"

โดยโครงการ MASTER Job Fair: LGBTQ+ Friends 2024 เปิดรับสมัครงาน 150 อัตรา 80 ตำแหน่ง จากบริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ MASTER เพื่อสร้างโอกาสในการทำงานอย่างเท่าเทียมแบบไม่ระบุเพศ รับผู้สมัคร LGBTQ+ ทุกตำแหน่งงาน ร่วมเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาล Pride Month

ไม่มีนโยบาย Sell Drag จนกลายเป็น Overfill Syndrome

แน่นอนว่าทุกอย่างต้องมีความพอดีรวมไปถึงการศัลยกรรมความงามด้วยเช่นกัน ถ้าใครลองค้นคำว่า Overfill Syndrome จะเห็นถึงผลข้างเคียงของการฉีดจนล้น ซึ่ง คุณดาว บอกกับเราว่าปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดถ้าแพทย์มีจรรยาบรรณ

“อย่างแรกก่อนฉีดโบท็อกซ์เราจะถามก่อนว่าอยากให้เป็นธรรมชาติหรือไม่ ถ้าลูกค้าอยากให้หน้าตึงเราก็จะไม่ฉีดจนทำให้ยกคิ้วไม่ได้ นี่เป็นจรรยาบรรณที่แพทย์ต้องระมัดระวัง เพราะแพทย์จะรู้เลยว่าควรเติมกี่ซีซี ถ้าไม่อยากขายจน Overdose ก็จะไม่เกิดปัญหานี้ขึ้น ยกเว้นบริเวณปากจะฉีดให้ใหญ่แค่ไหนก็ได้ตามที่ลูกค้าต้องการ”เพราะดาวเชื่อว่า ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการศัลยกรรมฯ"

No More Beauty Standard

นิยามความสวยถูกตั้งคำถามในสังคมวงกว้าง ตลอดช่วงหลายปีให้หลังมานี้คำว่า ‘Beauty Standard’ ถูกหยิบยกมาขึ้นมาสนทนาทั้งในแบบระหว่างบุคคล รวมไปถึงในระดับโกลบอล สำหรับโรงพยาบาลด้านศัลยกรรมความงามที่ คุณดาว-ลภัสรดา นั่งเแท่น CEO อยู่นี้ เธอเองก็มีมุมมองในเรื่องนี้เช่นกัน เธอกล่าวว่า

“คอนเซปต์ของเราคือ Be a Better You เป็นคุณในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า นั่นคือความงามในรูปแบบของคุณเอง ซึ่งไม่ใช่เพียงรูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้นยังรวมถึงความงามภายในด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เพียงลูกค้าแต่รวมไปถึงพนักงานของเรา ดาวเชื่อว่าทุกคนที่อยู่ในองค์กรเป็นคนดีและมีความสวยงามจากข้างใน ลักษณะทางกายภาพถ้าเขาอยากจะทำเรามาออกแบบทำให้คุณดีกว่าคุณคนเดิมกันทีหลังได้ สำหรับดาวไม่มีคำว่า Beauty Standard เพราะการมองความสวยของแต่ละคนต่างกัน”

ความสวยงามสร้างความมั่นใจทำให้ชีวิตก้าวหน้า

ภาพลักษณ์ภายนอกถือเป็น First Impression แรกที่คนอื่นจะมองเห็นเรา การสร้างความมั่นใจให้ตัวเองรู้สึกชอบในหน้าตารูปร่างในเวอร์ชันที่ดีกว่าเดิมก็ทำให้มีความเชื่อมั่นมากขึ้นได้เช่นกัน การแก้ไขส่วนที่ไม่พอใจของตัวเองนอกจากเพื่อความชอบส่วนตัว ยังส่งผลกับความก้าวหน้าในอาชีพการงานของพวกเขาด้วย

“มีน้องๆ หลายคนที่เราช่วยแก้ไขความผิดพลาดจากที่เคยทำมาจากที่อื่น แต่ไม่มีที่ไหนรับแก้และไม่มีทุนทรัพย์ทางโรงพยาบาลรับเข้ามาเป็นเคสเพื่อเป็นการ CSR เพราะหวังว่าจะเป็นการช่วยทำให้คนๆ หนึ่งได้กลับไปยืนในสังคม ได้ทำงานในสิ่งที่รัก นอกจากเสริมความมั่นใจยังช่วยสนับสนุนความก้าวหน้าในชีวิตเขาด้วย” คุณดาวย้ำ

Be a Better YOU NOW

“ในทุกอณูของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชปกคลุมไปด้วยคอนเซปต์ Be a Better You ไว้ทั้งหมด ไม่ว่าสิ่งที่เราส่งมอบให้กับลูกค้าหรือสิ่งที่เรามอบให้กับพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของเรา ทุกคนทุกต้อง Be a Better You กว่าเดิมไปด้วยเช่นกัน” ดาวเชื่อแบบนั้น

ความฝันของ ดาว-ลภัสรดา แม่ทัพหญิงแห่ง MASTER

คุณดาว-ลภัสรดา มองภาพอนาคตไว้ว่าต้องการให้เวลาที่มีคนพูดถึงศัลยกรรมความงามจะนึกถึงประเทศไทยพอๆ กับเกาหลี ใต้ ถึงแม้ปัจจุบันขนาดอุตสาหกรรมด้านความงามของเกาหลีใต้จะโตกว่าไทย 10 เท่า และครองส่วนแบ่งการตลาดซึ่งเป็นประเทศเดียวที่ประเทศไทยของเราเป็นรองอยู่ในขณะนี้เท่านั้น แต่ทิศทางลมเริ่มหันเหมาที่ประเทศไทยมากขึ้นอย่างมีอย่างมีนัยสำคัญ

“ยกตัวอย่างเคสของลูกค้าประเทศอินโดนีเซียที่เคยมองเกาหลีใต้เป็น Top of Mind มาเสมอ แต่จากตัวเลขของเราพบว่าลูกค้าจากอินโดนีเซียเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง 100% จากปีที่แล้ว นี่อาจเป็นการส่งสัญญาณที่ดีว่าสิ่งที่ MASTER GROUP กำลังทำอยู่นั้นมาถูกทางแล้วนั่นเอง”

กลยุทธ์ที่จะพาความฝันนี้ขององค์กรและอุตสาหกรรมทั้งหมดไปถึงได้สำเร็จคือการจับมือกันให้แน่นและไม่ลงไปในสงครามราคาที่จะยิ่งทำให้ภาพรวมเสียขบวนไปด้วยกันทั้งหมด

การที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชสามารถพาองค์กรเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้สำเร็จ ถึงแม้จะไม่ใช่โรงพยาบาลรักษาโรคการแผ้วถางทางในครั้งนั้นจึงทำให้กลายเป็น Role Model สำหรับผู้ประกอบธุรกิจที่คล้ายๆ กันได้ใช้เป็นแนวทางให้กับผู้ประกอบการที่ต้องการขยายธุรกิจและมีความฝันที่ต้องการเข้าตลาดหลักทรัพย์ด้วยเช่นกัน

ในทางตรงธุรกิจเกิดการขยายตัว แต่ผลดีในระยะยาวคือการสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้า ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี อัตราการเสียชีวิตของคนไข้ลดลงถือเป็นการยกระดับศักยภาพและมาตรฐานอุตสาหกรรมนี้ให้ขยับขึ้นไปพร้อมกัน

Roadmap ของโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชที่กำลังเดินไปให้ถึง

เป้าหมายแรกในการพาโรงพยาบาลมาสเตอร์พีชเข้าตลาดหลักทรัพย์บรรลุตามหมุดหมายที่ตั้งไว้แล้ว สำหรับเป้าหมายถัดมาคือการเป็น Surgery and Aesthetic ที่ใหญ่ที่สุดแห่งอาเซียนซึ่งปัจจุบัน MASTER ก็สามารถก้าวมายืนแถวหน้าเป็นที่เรียบร้อย ในอนาคตอันใกล้ภายใน 3 ปีข้างหน้า ในฐานะ CEO ขององค์กร คุณดาว กำลังพาทีมของเธอเดินหน้าสู่การเป็น Specialty Hospital Hub ซึ่งต้องใช้เครือข่ายพันธมิตรร่วมกันกับโรงพยาบาลที่เข้าไปลงทุนเพื่อขยายตลาดและขับเคลื่อนให้ไทยแข่งขันกับพี่ใหญ่อย่างเกาหลีใต้ที่ครองตลาดอยู่ได้อย่างสูสีไม่เป็นรองกัน แต่เธอย้ำว่าถ้าลูกค้าบินไปเกาหลีใต้หน้าที่ได้กลับมาก็อาจบล็อกเดียวกันกับต้นแบบ ต่างจากที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชที่คุณหมอสามารถออกแบบนิยามความสวยที่หลากหลายตามความต้องการโดยให้คำแนะนำจากโครงสร้างพื้นฐานของหน้าเดิมของลูกค้า

"โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชจะเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีคาแรคเตอร์หลายแบบเพื่อชูจุดแข็งในเรื่องความสวยที่หลากหลาย เพราะบางทีไม่ต้องไปทำที่เกาหลีใต้ แต่เพราะมาจากความเชื่อว่าที่นั่นน่าจะทำได้ดีกว่า"

จากที่ คุณดาวและทีมได้เดินทางไปอัปเดตความเคลื่อนไหวของอุตสาหกรรมด้านความงามที่ประเทศเกาหลีก็พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่ดูจะสอดคล้องกับฟีดแบ็กที่ได้รับจากลูกค้ากว่า 30% ที่มาแก้ไขหลังจากผ่านมือหมอเกาหลี ใต้ดูเหมือนว่าความยิ่งใหญ่ในด้านอุตสาหกรรมที่เคยดึงดูดลูกค้ากำลังเสื่อมมนต์ขลัง

“เกาหลีใต้เคยมีตึกสูง 15-16 ชั้นที่ทุกชั้นเปิดบริการเพื่อศัลยกรรมความงามทั้งหมด จากที่ได้ไปสำรวจมารอบล่าสุดกว่า 40% โดนแบ่งเป็นซาลอนและอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกัน ล่ามรอต้อนรับก็ไม่มีประจำแล้วเหมือนแต่ก่อน นี่เป็นสัญญาณถึงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังลดลง”

ทางทีมจึงกลับมาปรับกลยุทธ์ในการเพิ่มจำนวนเตียงและความจุเพื่อรองรับความต้องการที่มีแนวโน้มกำลังเปลี่ยนทิศทางจากเกาหลีใต้พัดเข้ามาที่ประเทศไทยต่อไป

สิ่งที่เราได้เห็นได้ยินและได้ฟังในการสนทนาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการขยายธุรกิจให้เติบโต แต่เราวาดฝันที่จะได้เห็นอุตสาหกรรมด้านศัลยกรรมความงามของไทยกลายเป็น Soft Power พลังละมุนที่ใครๆ ก็ต้องคิดถึง นอกจากอุตสาหกรรมบันเทิงและอาหารที่ดึงดูดให้คนทั่วโลกหลงใหล แต่ผลพลอยได้ในการผลักดันธุรกิจที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องนี่แหละจะเป็นอีกหนึ่งกลไกที่จะพาเม็ดเงินเข้าประเทศ โดยสิ่งที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีชวางกลยุทธ์ในการสร้างเครือข่ายพันธมิตรไว้เพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยที่เป็นสิ่งสำคัญที่สุด และความโดดเด่นของคอนเซปต์ Be a Better You นี่เองที่นอกจากจะสร้างความแตกต่าง แต่ยังทำให้คนยังรักษาตัวตนของตัวเองเอาไว้และเสริมด้วยศัลยกรรมความงามที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิต เพราะความสวยส่งผลกับภาพลักษณ์ภายนอกและส่งผลดีต่อความรู้สึกภายใน ยิ่งจะทำให้เรารักตัวเองมากขึ้นเช่นกัน

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...