เปิดกลยุทธ์สร้างการเติบโต ในปี 2568 ของ NER
หากพูดถึงหุ้นยางพาราในตลาดหุ้นไทย แน่นอนว่าต้องมี บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NERติดอยู่ในลิสต์อันดันต้นๆ อย่างแน่นอน เพราะเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยางพาราธรรมชาติขนาดใหญ่ของไทย ครอบคลุมทั้งยางแผ่นรมควัน (RSS), ยางแท่งมาตรฐาน STR (Standard Thai Rubber) และ ยางผสม (Mixture Rubber) โดย NER มีฐานการผลิตอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตยางพาราที่สำคัญของประเทศ อกีทั้งมีลูกค้าเป็นผู้ผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์และกลุ่มผู้ค้าคนกลางทั้งในและต่างประเทศ เช่น สาธารณรัฐ ประชาชนจีน สิงคโปร์ ญี่ปุ่น อินเดีย และฮ่องกง เป็นต้น
ดังนั้น Wealthy Thai จึงอยากชวนนักลงทุนมาสำรวจทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 พร้อมเปิดมุมมองจากนักวิเคราะห์ถึงปัจจัยพื้นฐานและความน่าสนใจของหุ้น NERว่าจะเป็นอย่างไร
สำหรับปี 2568 บริษัท นอร์ทอีส รับเบอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NERยังมุ่งสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายยอดขายยางที่ระดับ 500,000 ตัน และรายได้ประมาณ 33,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่มียอดขายยาง 440,000 ตัน และมีรายได้ 28,500 ล้านบาท
รวมถึงมีแผนขยายตลาด โดยมุ่งเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะในเกาหลีและอินเดีย ซึ่งมีความต้องการยางพาราเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างความหลากหลายของรายได้และลดการพึ่งพาตลาดเดิม ขณะเดียวกันบริษัทยังมุ่งเน้นการรักษาฐานลูกค้าเก่าให้แข็งแกร่ง เพื่อสร้างสมดุลทางธุรกิจที่ยั่งยืน
ขณะที่ธุรกิจแผ่นปูรองพื้นสำหรับปศุสัตว์และสัตว์เลี้ยง NER เน้นการพัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อผลิตในเชิงพาณิชย์สำหรับใช้ในคนมากขึ้น เช่น แผ่นปูกันกระแทก สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วย ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนได้ในปี 2568 โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะช่วยสร้างโอกาสใหม่ในตลาดและขยายพอร์ตโฟลิโอให้กับบริษัท
นอกเหนือจากแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโตแล้ว NER ยังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยง อย่างรอบคอบ ด้วยการใช้ระบบ "Matching" เพื่อล็อกต้นทุนวัตถุดิบให้สอดคล้องกับราคาขายของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นการป้องกันความผันผวนจากราคายางที่เปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลและตลาดโลก
ขณะเดียวกัน NER มีการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน หรือ Forward Contract เพื่อปิดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้บริษัทสามารถรักษาเสถียรภาพทางการเงินได้ในระยะยาว
โบรกฯ คาดปี 68 กำไรเติบโตราว 5-9%
จากข้อมูลข้างต้นนักลงทุนน่าจะเห็นทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2568 พอสมควรแล้ว มาลองสำรวจมุมมองของนักวิเคราะห์ที่มีต่อ NER กันว่าจะเป็นอย่างไร
โดยบริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ให้มุมมองว่า ได้ปรับประมาณการรายได้และกำไรสุทธิปี 2568 ของ NER ขึ้นราว 4% โดยรายได้ปรับตัวขึ้นมาอยูที่ 29,785ล้านบาท ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักๆ มาจากราคาขายเฉลี่ยมีแนวโน้มสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลงจากที่คาดไว้ 20% จากคาดการณ์สัดส่วนยอดขายต่างประเทศที่ลดลง ส่งผลให้โดยรวมกำไรสุทธิในปีหน้าจะปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 2,126ล้านบาท หรือคิดเป็นการเติบโต 5.7%พร้อมให้คำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568 ที่ 6 บาท
ซึ่งใกล้เคียงกับคาดการณ์ของบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ที่ประเมินว่า NER จะมีรายได้อยู่ที่ 29,741ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2,168ล้านบาท เนื่องจากยังมีมุมมองเชิงบวกต่อราคายางในปีหน้า อีกทั้งสัดส่วนรายได้จากยาง EUDR จะอยู่ในระดับที่มีนัยสำคัญมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนทั้งรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น โดยให้คำแนะนำ ซื้อ และ ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2568ที่ 7.30 บาท
อย่างไรก็ตาม ด้วยการขยายตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ปี 2568 NER ยังสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ท้าทาย และมุ่งมั่นสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้ถือหุ้นและพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง