หนุ่ม-กรรชัย กําเนิดพลอย ผู้ผลักดันให้สังคมตื่นรู้ พร้อมเป็นกระบอกเสียงให้กับทุกคน
ปี 2024 นับเป็นอีกหนึ่งปีที่ทาง LINE TODAY ได้มอบรางวัล PEOPLE OF TODAY ซึ่งเป็นการยกย่อง 10 บุคคลที่มีอิทธิพลและสร้างสรรค์การเปลี่ยนแปลงในสังคม โดยพิจารณาจากผลงานที่มีความสำคัญและสร้างแรงบันดาลใจในหลากหลายด้าน อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ผู้คนให้ความสนใจในยุคปัจจุบัน
หนึ่งในบุคคลที่ได้รับการยกย่องในปีนี้คือ กรรชัย กําเนิดพลอย หรือที่หลายคนเรียกว่า 'พี่หนุ่ม' ซึ่งได้รับการยกย่องในสาขา Social Movement in Social Discourse จากผลงานที่มีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงการพูดคุยและการรับรู้ในสังคม ผ่านบทบาทในวงการสื่อสารมวลชนและการเคลื่อนไหวทางสังคมในหลากหลายมิติ
เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ LINE TODAY ได้สัมภาษณ์พี่หนุ่ม กรรชัย ผู้ซึ่งเป็นกระบอกเสียงสำคัญให้กับประชาชน และช่วยปลุกประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้ทุกคนได้ตื่นรู้ในหลายมิติ
ภาพรวมปี 2024 กับ 'พี่หนุ่ม'
บอกเลยว่าเป็นปีที่หนักหนาพอสมควร เพราะมีเรื่องราวเกิดขึ้นเยอะมาก ทั้งที่ไม่เคยเจอก็เจอ ทำให้ปีนี้เป็นปีที่ทำงานหนักและเหมือนเป็นจุดสนใจของหลายคน จึงต้องระมัดระวังตัวมากขึ้น
การรับมือคือเวลาจะพูดหรือทำอะไร ต้องคิดให้ดีและระมัดระวังมากขึ้น เพราะรายการ "โหนกระแส" เริ่มเป็นกระแสและถูกพูดถึงมากขึ้น คนก็เริ่มจ้องมองและจับตามองพวกเราเพิ่มขึ้น บางครั้งก็เหมือนการฝากความหวังไว้กับรายการ บางคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงนำเสนอแบบนี้ หรือทำไมไม่ทำแบบนั้น จนเกิดข้อโต้แย้งขึ้น ซึ่งบางคนที่ชอบก็จะชม แต่บางคนที่ไม่พอใจ ก็อาจจะวิจารณ์อย่างรุนแรง เราจึงต้องพยายามหาจุดสมดุลในการทำงานให้ได้
จุดเปลี่ยนจากนักแสดงสู่พิธีกรรายการข่าว
พี่เชื่อว่าน่าจะเป็นโอกาสโชคชะตามั้ง (หัวเราะ)
เพราะส่วนตัวคิดว่าก็ไม่ได้พลิกตัวเองด้วยความตั้งใจ เพียงแต่ว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จากเมื่อก่อนเล่นละครและพิธีกร ซึ่งในหน้าที่ของการเป็นพิธีกรก็ทำหลากหลาย ทั้งวาไรตี้ เกมส์โชว์ ทอล์กโชว์ หลังจากนั้นก็เลิกเล่นละครและหันมาจับในส่วนของงานพิธีกรอย่างเดียวแต่ยังไม่ได้ทําข่าว
จนกระทั่งวันหนึ่งได้มาทำหน้าที่พิธีกรรายการข่าว ก็ได้หยุดหน้าที่การเป็นพิธีกร วาไรตี้ เกมส์โชว์ ฯลฯ ที่ค่อนข้างไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เรากําลังทําอยู่ ปัจจุบันก็ยังมีรายการวาไรตี้ก็เป็น 3 แซ่บ , ข่าวใส่ไข่ (แต่ก็ยังเป็นรายการเชิงข่าว) แต่ถ้าย้อนกลับไปอีกรายการที่ได้ยุติบทบาทพิธีกรวาไรตี้นั้นคือรายการตีท้ายครัว
เมื่อพูดถึงรายการตีท้ายครัว ก็รู้สึกผูกพันทั้งเพื่อนร่วมรายการเบื้องหน้าและเบื้องหลัง แต่ที่ต้องยุติบทบาทการเป็นพิธีกรรายการนี้ส่วนหนึ่งด้วยรูปแบบรายการที่จะต้องเข้าไปในบ้านแขกรับเชิญรายการ เขาไปรื้อของ คาแรคเตอร์แบบซุกซนซึ่งจะตรงข้ามกับสิ่งที่เราต้องจริงจังในการเป็นพิธีกรอ่านข่าว
ผู้ประกาศข่าวเต็มตัวกับความแตกต่างจากบทบาทอื่น ๆ
ถามว่าแตกต่างไหม สำหรับพี่ก็ไม่ได้แตกต่าง เพราะในมุมของตัวเองถือว่าเป็นคนโชคดี ส่วนหนึ่งเป็นคนที่อยู่ในแวดวงบันเทิงที่มาทำรายการข่าว เราก็สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทั้ง 2 หน้าที่ เปรียบเสมือนยืนได้ทั้งบนบกและบนน้ำ โดยที่ไม่ได้มีความเขินแต่อย่างใด ส่วนหนึ่งก็ยังมองตัวเองเป็นคนบันเทิง อีกส่วนหนึ่งก็มองว่าเราเป็นนักข่าวไปแล้ว
แต่สิ่งที่เราได้เปรียบก็คือเราสามารถเอาสิ่งที่ทําที่อยู่ในวงการบันเทิงมาใช้ในวงการข่าว อาทิ การละลายพฤติกรรมของแขกรับเชิญ ซึ่งในส่วนนี้ได้นำเทคนิคจากการแสดงละครมาปรับใช้ เพื่อในการพูดคุยกับแขกรับเชิญได้อย่างสบายใจเมื่อต้องพูดคุย
ทั้งหมดนี้ถือเป็นโอกาสดี แต่ก็เข้าใจว่าคนที่ทำงานข่าวมานานอาจจะไม่คุ้นชินกับวิธีการที่พี่ใช้ แต่สำหรับพี่มันเป็นสิ่งที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างดี
ความกดดัน ?
ตอนแรกพี่ก็รู้สึกกดดันบ้าง เพราะมันเป็นช่วงที่เราต้องลองผิดลองถูก และไม่รู้ว่าอะไรจะได้ผลบ้าง เมื่อก่อนคิดว่ารายการฮาร์ดทอล์คต้องถามคำถามแรง เสียงดัง เพื่อสร้างความตื่นเต้น แต่พอได้ลงมือทำจริง กลับพบว่าแนวคิดนั้นผิด
รายการฮาร์ดทอล์คไม่จำเป็นต้องถามแรงหรือกดดันแขกรับเชิญ แต่ควรเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้คนพูดคุยและรับฟังกัน และค่อยถามในประเด็นที่สำคัญ
การถามคำถามก็มีหลายวิธี เช่น ถามด้วยความสนุก หยอกล้อ หรือใช้วิธีอื่น ๆ ทำให้บรรยากาศไม่เครียดจนเกินไป ทุกอย่างที่เรียนรู้มาจากการทำงานมันช่วยให้พี่พัฒนาไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดพี่ก็พบจุดที่สามารถทำรายการฮาร์ดทอล์คในแบบของตัวเองได้ โดยไม่ต้องซีเรียสเกินไป ไม่ต้องพยายามโชว์ความสามารถหรือแสดงท่าทางเกินจำเป็น
สิ่งที่คาดหวังกับการเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน
“การเป็นกระบอกเสียง” อยากใช้โอกาสที่ได้รับมาให้เกิดความคุ้มค่าและอยู่ในที่ถูกที่ควรมากที่สุด ต้องยอมรับว่าเมื่อก่อนเราก็จะก๊อก ๆ แก๊ก ๆ และเสียงก็ไม่ได้ดังมากถึงขั้นขอความร่วมมือ หรือขอให้ใครช่วยเหลือคนใดคนหนึ่งได้ แต่ปัจจุบันเรามาทำรายการโหนกระแสและพิธีกรรายการข่าวต่าง ๆ ยอมรับว่าก็ได้เป็นกระบอกเสียงสำหรับตัวเราเองที่ใหญ่ขึ้น เพราะฉะนั้นเวลาที่เราไปบอกใครเสียงก็จะดังมากขึ้น มันคือการใช้โอกาสที่ดี
เสียงที่ดังกับการนำเสนอประเด็นและการช่วยเหลือ
อันดับแรกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือคําว่า “โหนกระแส” ถ้าเกิดว่าพูดถึงโหนกระแสคือคำที่ตรงตัว อะไรที่อยู่ในกระแสก็จะไปโหนและเล่นประเด็นดังกล่าว ฉะนั้นอันดับแรกมองที่กระแสและเรื่องที่กำลังอยู่ในสังคมและคนให้ความสนใจ แต่ถ้าไม่มีกระแสจริง ๆ จะทำหน้าที่สะกิดกระแสให้เกิดขึ้นจนเป็นประเด็นและเราพร้อมเป็นหน้าที่กระบอกเสียงให้กับคุณ
‘โหนกระแส’ กับความสำเร็จการเป็นผู้ประกาศข่าว
การทำงานคือกระบวนการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด ทุกวันมีสิ่งใหม่ ๆ ที่รอให้ได้เรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะใหม่ ความเข้าใจในประเด็นต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งมุมมองใหม่ ๆ ที่เรายังไม่เคยเจอในชีวิตการทำงาน ความท้าทายที่เกิดขึ้นในแต่ละวันไม่เพียงแค่เป็นเรื่องของการทำงานให้เสร็จตามเป้าหมาย แต่ยังเป็นโอกาสในการเติบโตและพัฒนาตัวเองในด้านต่าง ๆ ที่เราไม่สามารถคาดเดาได้ล่วงหน้า
ในทุก ๆ วัน เราอาจจะต้องเผชิญกับเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เช่น การสัมภาษณ์ผู้คนที่มีความแตกต่าง หรือการรับมือกับปัญหาที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ทันที สิ่งเหล่านี้เป็นประสบการณ์ที่ทำให้เราเรียนรู้เพิ่มเติมและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนเป็นบทเรียนที่เราสามารถนำไปใช้ในครั้งต่อไปได้
แม้จะรู้สึกว่าเราได้พัฒนาตนเองหรือทำงานไปถึงจุดที่น่าพอใจ แต่ในความเป็นจริงมันยังไม่เคยถึงที่สุด เพราะการทำงานและการเรียนรู้จะไม่มีวันสิ้นสุด ทุกวันมีความท้าทายใหม่ ๆ ที่รอให้เราได้เรียนรู้และปรับตัวตาม สุดท้ายแล้วจะเข้าใจว่า การเรียนรู้ในงานคือการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และความสำเร็จไม่ได้มาจากการถึงจุดสูงสุดเพียงครั้งเดียว แต่เป็นการเติบโตไปทีละขั้นในทุก ๆ วัน
‘โหนกระแส’ รายการที่ประสบความสำเร็จ ติดเทรนด์ฮิตอยู่เสมอ
โหนกระแส อาจเป็นรายการที่ถูกจริตผู้รับชมเพราะว่ามีหลากหลายรสชาติและมีประเด็นที่เกิดขึ้นในกระแสมากมาย ปัจจุบันผู้คนให้ความสนใจข่าวมากกว่าการดูละคร เพราะอยากติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงที่มันสนุกกว่าละคร ซึ่งใครจะไปคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในชีวิตจริง อาทิประเด็นข่าว แม่ตั๊กป๋าเบียร์ ลุงพลน้องชมพู่ ที่เป็นประเด็นให้คนได้ติดตามกันข้ามคืน ข้ามปี กันเลยทีเดียว
ส่วนที่ทำให้โหนกระแสติดเทรนด์ฮิตโลกออนไลน์อยู่บ่อยครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะประเด็นข่าวที่นำเสนอและผู้ชมก็ตามดูเรื่องของความเรียลจนประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่โหนกระแส แต่รวมถึงรายการข่าวทุกๆ รายการ
‘โหนกระแส’ รายการข่าวอันดับ 1 ?
รายการ "โหนกระแส" ไม่สามารถเรียกว่าเป็นรายการข่าวอันดับ 1 ได้ เพราะทุกรายการข่าวต่างทุ่มเททำงานหนักเหมือนกัน และรายการแนวฮาร์ททอล์คก็มีหลายช่อง บางช่องอาจจะมีแขกรับเชิญที่น่าสนใจกว่ารายการ "โหนกระแส" ด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่มีทางตัดสินได้ว่าอันไหนเป็นอันดับ 1 หรือ 2 แต่ว่าที่ "โหนกระแส" มีชื่อเสียงและได้รับความสนใจมาก ก็เพราะบางเรื่องราวมันสามารถสร้างกระแสและทำให้คนพูดถึงได้
แต่ส่วนตัวถ้าเปรียบเทียบโหนกระแส ก็เหมือน ‘ข้าวมันไก่’ ที่ทุกพื้นที่สามารถเปิดขายได้และเลือกซื้อได้ตามชอบใจ แต่โหนกระแสของเรานั้นอาจมีรสชาติที่ถูกปากของคนกิน
ด้วยเหตุนี้ "โหนกระแส" จึงไม่ได้ตั้งใจจะเป็นที่ 1 หรือ 2 เพราะเรายกย่องและให้เกียรติแก่รายการข่าวทุกช่องที่มีอยู่ในสื่อ ไม่ว่าจะเป็นรายการไหนก็มีคุณค่าของตัวเองทั้งนั้น
รสชาติของ ‘โหนกระแส’
เผ็ดและหวาน แต่คลุกเคล้ากันไป รายการ "โหนกระแส" อาจมีความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากรายการข่าวอื่น ๆ เพราะคาแรคเตอร์ของรายการค่อนข้างกวน ๆ ซึ่งตัวพี่เองก็ยอมรับว่าเป็นคนที่มีลักษณะนิสัยแบบนี้อยู่แล้ว จริง ๆ พี่เคยทำงานด้านการแสดงมาก่อน เลยอาจจะมีความสามารถในการนำความกวน ๆ มาใช้ในการดำเนินรายการได้ ซึ่งพี่ไม่ใช่คนที่รายงานข่าวแบบเป็นทางการหรือสุภาพมากนัก
ทุกคนที่ทำรายการข่าวก็มีสไตล์และวิธีการจัดรายการของตัวเอง ซึ่งมันเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถเลียนแบบกันได้ หากใครพยายามเลียนแบบกัน ก็จะไม่เกิดผลดี เพราะทุกคนต่างมีตัวตนและคาแรคเตอร์ของตัวเองที่ทำให้รายการมีคุณค่า การทำรายการให้ดี ต้องมีการตั้งต้นจากความเป็นตัวเองและเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น
ดังนั้น รายการ "โหนกระแส" จะมีคาแรคเตอร์กวน ๆ เป็นสิ่งที่สะท้อนตัวตนของพี่ในการดำเนินรายการ ซึ่งความกวนนี้ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้รายการมีความสนุกและแตกต่างจากที่อื่น
รับมือเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในฉบับ ‘หนุ่ม กรรชัย’
การวิพากษ์วิจารณ์เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่อยู่ในสื่อ ซึ่งมันไม่มีทางที่จะมาบาลานซ์ให้เสียงทั้งสองฝั่งเท่ากัน มันมีแค่อะไรคือความถูกต้องมากกว่า เพราะเรื่องราว 1 เรื่องจะมีความจริงแค่เรื่องเดียว เพราะฉะนั้นจึงตอบไม่ได้เหมือนกับหลายคนที่พูดว่า ‘ความเป็นกลางไม่มี มีแต่ความเป็นธรรม’
ประเด็นข่าวที่ยากต่อการนำเสนอของ ‘หนุ่ม กรรชัย’
ยอมรับว่าเมื่อเรานำเสนอเรื่องราวต่าง ๆ ในรายการ "โหนกระแส" มักจะมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางครั้งเหยื่อของเหตุการณ์ถูกมองว่าเป็นผู้ถูกกระทำ แต่กลับโดนด่าว่า "โง่" ซึ่งพี่รู้สึกว่าสังคมบางครั้งก็ดูแปลก ๆ เหมือนกัน แต่เราก็ไม่สามารถไปด่าเหยื่อว่าโง่ได้ เพราะเขาคือเหยื่อจริง ๆ ซึ่งเรื่องแบบนี้ถือเป็นประเด็นที่ค่อนข้างยาก เพราะมันยากที่จะทำให้คนดูเข้าใจได้หมด เพราะแต่ละคนก็มีมุมมองและความคิดที่ต่างกันออกไป
ส่วนรายการ "โหนกระแส" เป็นพื้นที่ที่สามารถพูดความจริง บางคนอาจจะมองว่า การมาออกรายการคือการมาฟอกตัวเอง แต่พี่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นปัญหา เพราะ "โหนกระแส" เป็นพื้นที่ที่ให้ทุกคนสามารถพูดได้อย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะถูกหรือผิด คุณสามารถมาอธิบายตัวเองได้ แต่สุดท้ายคำพูดที่ออกจากปากคุณจะเป็นสิ่งที่คุณต้องรับผิดชอบเอง เพราะคำพูดมันคือนายของคุณเอง
สำคัญที่สุดคือ "โหนกระแส" ไม่ใช่ศาล เราไม่ได้มีกฎหมายเหมือนตำรวจ หรือมีอำนาจตัดสินในทางกฎหมาย เราแค่เป็นกระบอกเสียงและสิ่งที่คุณพูดออกมาสังคมจะเป็นคนพิพากษาคุณเอง
ถ้า ’หนุ่ม กรรชัย’ ต้องมานั่งออกโหนกระแสเอง!
บอกเลยว่าไม่ไป (หัวเราะ)
ล้อเล่น…ไปครับ (หัวเราะ)
จริง ๆ แล้ว "โหนกระแส" ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิดเลย ถ้าคุณอยากมาชี้แจงอะไร ก็สามารถมาได้ ถ้ามีเรื่องที่ต้องอธิบายหรือชี้แจง พี่เองก็พร้อมที่จะมานั่งพูดในรายการ เพราะ "โหนกระแส" เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนได้พูดและชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา อย่างตอนที่พี่ยังอยู่ในวงการบันเทิง ก็เคยมีเรื่องที่ต้องชี้แจงเหมือนกัน ซึ่งพี่ก็เคยไปออกรายการของพี่สรยุทธเพื่ออธิบายให้ผู้ชมเข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
มีเรื่องกับใครก็ได้ อย่างมีเรื่องกับ ‘หนุ่ม กรรชัย’
วลีจากมดดำที่ว่า “มีเรื่องกับใครก็ได้ อย่างมีเรื่องกับ หนุ่ม กรรชัย” พี่บอกเลยว่าไม่ใช่ความจริง คำพูดนี้ทำให้หลายคนตกใจและนำไปตีความกันเองมากกว่า
จริง ๆ แล้วเรื่องมันเกิดจากเมื่อก่อนที่พี่เคยมีปัญหากับคน ๆ หนึ่งที่พี่เคยไปขายโฆษณาให้เขา เขารับปากว่าจะซื้อโฆษณาลงในรายการ แต่พอถึงเวลาจริง กลับไม่ซื้อ ทำให้เสียโอกาสจากการขายให้เจ้าที่ยังเหลืออยู่ แล้วเขาก็ไปซื้อโฆษณากับรายการอื่นที่พี่เป็นพิธีกรร่วมอยู่ในตอนนั้น พี่เลยบอกว่า ถ้าเขามาซื้อกับผม ผมขอไม่ไปทำรายการนั้นเอง เรื่องมันก็แค่นี้ แต่มดดำเอาไปพูดและคนก็เริ่มตีความกันไปเองจนเกิดเป็นประเด็นใหญ่
ทุกคนมีเรื่องกับพี่หนุ่มได้ ?
ก็มามีประเด็นกับพี่ได้ อยากมีก็มี แต่พี่เป็นคนไม่ยอมใครก็เท่านั้น (หัวเราะ)
เอาจริงถ้าในเรื่องของความถูกต้อง ถ้าถูกจริง ๆ ก็สู้เต็มที่ แต่ถ้าเรื่องไหนที่ผิด ก็พร้อมที่จะขอโทษ ซึ่งการขอโทษไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าในสิ่งที่ได้นำเสนอออกไปแล้วกระทบใคร จนทำให้รู้สึกเสียหายก็พร้อมที่จะแก้ข่าวและขอโทษทันที
อุ๊ย! คำอุทานแบบ ‘หนุ่ม กรรชัย’
ตอนนี้ไม่ติดคำว่า ‘อุ๊ย’ แต่เป็น ‘อุ๊ย ตายแล้ว’ พี่เองก็ไม่รู้ตัว จู่ ๆ ก็ติดคำนี้
แต่คำว่า ‘อุ๊ย’ คือติดมาตั้งแต่สมัยเล่นละครตอนนี้ก็ยังหาสาเหตุไม่ได้จริง ๆ
และที่เห็นพูดว่า อุ๊ย! หรือ ‘อุ๊ย! ตายแล้ว’ พี่ก็จะพูดอีกเรื่อย ๆ เพราะไม่มีใครมาสั่งหยุดพี่ได้ เพราะรายการเป็นของพี่เอง
ฉายาของ หนุ่ม กรรชัย
ฉายาของพี่นี่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาจริง ๆ ตอนนี้ก็มี ครูกะปิ พี่หน่วง อาหวัง แต่อาหวังไม่ค่อยมีคนเรียก ฉายาทั้ง 3 ก็ชอบทุกชื่อ แต่ถ้าถามว่าชอบที่สุดก็น่าจะ ‘พี่หน่วง’ เพราะดูใกล้ตัวคล้องจองกับ ‘พี่หนุ่ม’
2025 กับ ‘หนุ่ม กรรชัย’
ขึ้นปี 2025 ก็จะได้เห็นพี่ในรูปแบบเหมือนเดิม แต่ขณะนี้กำลังคุยกับทางช่อง 3 คาดว่าจะมีรายการเพิ่มให้แฟนรายการโหนกระแสหรือแฟน ๆ ช่อง 3 ให้ได้ติดตามกัน (เรื่องนี้ยังเป็นความลับ แต่ขอเผยกับทาง LINE TODAY เป็นที่แรก ) เพราะฉะนั้นก็อยากให้ติดตามว่าจะเป็นรายการรูปแบบไหน แต่รับประกันว่าเป็นรายการที่จะถูกใจคนดูอย่างแน่นอน
อยากออกโหนกระแส กับ ‘หนุ่ม กรรชัย’
เป็นที่แน่นอนว่าเมื่อรายการได้รับความนิยมก็มักจะมีคนที่นึกถึงโหนกระแสเป็นอันดับต้น ๆ เพราะอยากมาเคลียร์ประเด็น แฉเรื่องที่ได้พบเจอ หรือไม่รับความเดือดร้อน พี่เองก็ต้องขอบคุณที่ทุกคนที่ติดตามกันมาตลอดและนึกถึงพี่เสมอ แต่ทว่าพี่ก็ยังคงยืนยันตามที่เคยพูดมาตั้งแต่เริ่มทำรายการใหม่ ๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ
“พี่ไม่ใช่ซุปเปอร์แมน พี่ไม่สามารถช่วยทุกคนได้ คือพี่เป็นแค่กระบอกเสียงเท่านั้นเอง และการที่่มาออกโหนกระแสใช่ว่าทุกอย่างจะประสบความสำเร็จตามที่คุณคิด เพราะสุดท้ายแล้วกระบวนการทั้งหมดจะไปจบที่กฏหมาย”
ที่ผ่านมาเคยได้พูดคุยกับผู้พิพากษาท่านเคยบอกว่า “ขอบคุณมากที่ทำให้คนไทยได้รู้ถึงข้อกฏหมายมากขึ้น”
ทิ้งท้ายกับ ‘หนุ่ม กรรชัย’
ขอขอบคุณผู้ชมทุกท่านที่ติดตามรายการ "โหนกระแส" มาโดยตลอดนะครับ ทั้งนี้พี่อยากยืนยันว่า ถ้าไม่มีคุณผู้ชม ไม่มีคนดู รายการก็จะไม่มีทางอยู่ได้ ไม่ว่า "โหนกระแส" จะเป็นกระบอกเสียงให้ใครมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีคนที่เดินเข้ามาหาเรา หรือไม่ติดตามรายการเพื่อเป็นกระบอกเสียง มันก็ไม่มี "โหนกระแส"
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นรางวัลจาก LINE TODAY หรือที่ไหนก็ตาม พี่ขอมอบรางวัลนี้ให้กับผู้ชมทุกคนที่ให้การสนับสนุนรายการ รวมถึงพิธีกรและทีมงานทุกคน เพราะพี่เชื่อว่าทุกคนต่างก็ทำงานหนักเหมือนกัน