โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แม่งงหนัก ครูชมลูกให้ฟัง บอกพ่อเด็กสอนมาดีมาก ทั้งๆ ที่สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว ฟังคำตอบจากปากลูก ทำจุกอกน้ำตาไหล (ตปท.)

สยามนิวส์

เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 02.00 น. • สยามนิวส์
แม่งงหนัก ครูชมลูกให้ฟัง บอกพ่อเด็กสอนมาดีมาก ทั้งๆ ที่สามีเสียชีวิตไปนานแล้ว ฟังคำตอบจากปากลูก ทำจุกอกน้ำตาไหล (ตปท.)

เรื่องนี้มีที่มาจาก เว็บไซต์ต่างประเทศ phunuphapluat ได้มีการเรื่องราวของคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวท่านหนึ่ง ซึ่งเธอมีลูกสาวที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ป.1 ส่วนสามีของเธอได้จากไปเมื่อ 3 ปีก่อน ลูกสาวของเธอไม่เคยถามถึงพ่อ หนูน้อยมักจะยิ้มและหัวเราะเอง เพื่อให้ทั้งสองรู้สึกว่าพวกเขายังคงเข้มแข็งแม้ไม่มีพ่ออยู่ข้าง ๆ แล้ว

หลายครั้งเธอถามลูกว่า เสียใจไหมที่ไม่มีพ่ออยู่ด้วย ซึ่งลูกก็ตอบว่า เสียใจนิดหน่อย เพราะสำหรับหนูแล้ว พ่ออยู่ข้าง ๆ แม่กับหนูเสมอ หนูไม่ต้องการใครมาเป็นพ่อแทน ในขฯะที่พูดก็กอดตุ๊กตาหมีตัวเล็กที่พ่อของเขาเคยให้ไว้เป็นของขวัญในวันเกิดก่อนจะจากไป ซึ่งหนูน้อยถือว่าเป็นตัวแทนของพ่อ

หลายครั้งที่คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวท่านนี้เคยคิดว่า จะลองเปิดใจรักใครสักคน เพื่อให้มีความอบอุ่นจากผู้ชายในบ้าน ลูกจะได้มีพ่อที่รักและคอยดูแล แต่ก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะในใจยังคงมีความรักให้กับสามีอยู่ และอีกส่วนหนึ่งก็คือ อยากให้ลูกยอมรับพ่อคนใหม่ได้ แต่ตอนนี้ในหัวใจของลูกสาวของเธอยังคงมีเพียงพ่อที่จากไปเท่านั้น

เธอเฝ้ามองเห็นลูกสาวใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและกระตือรือร้น พูดถึงพ่อกับเพื่อน ๆ ราวกับว่าเขายังมีชีวิตอยู่ ทำให้เธอไม่ค่อยกังวลนัก เพราะคิดว่าในวันหนึ่งลูกจะโตขึ้นและค่อย ๆ ยอมรับการจากไปของพ่อ และไม่พูดถึงพ่ออีกต่อไป แต่ทุกอย่างกลับเกิดไม่เป็นอย่างที่คิด เมื่อมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น

เมื่อคุณแม่เลี่ยงเดี่ยวรายนี้ มีนัดพบเพื่อนที่ร้านกาแฟ และบังเอิญเจอคุณครูของลูกอยู่ที่นั่น เธอเห็นว่าคุณครูกำลังทำงานอยู่ เธอจึงไม่กล้ารบกวน แต่เมื่อใกล้เวลาออกจากร้าน เธอก็เข้าไปทักทาย คุณครูเชิญให้เธอนั่งลง เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับผลการเรียนของลูก จากนั้น คุณครูก็หยิบผลการเรียนของลูกสาวเธอขึ้นมา พร้อมกับชมว่าเด็กนักเรียนทำได้ดีมาก

แต่ที่น่าตกใจคือครูพูดขึ้นมาว่า คุณพ่อสอนลูกเก่งมากเลยนะคะคุณแม่ ปกติจะมีผู้ปกครองไม่กี่คนที่อดทนกับลูกแบบนี้ จากเด็กที่เขียนไม่เก่งและทำการบ้านไม่ค่อยเอาไหน ตอนนี้พัฒนาขึ้นมากเลยค่ะ คือเด็กบอกฉันว่า พ่อที่บ้านมักจะสอนการบ้าน ทำให้เด็กชอบเรียนรู้และพัฒนาการเรียนดีขึ้นในช่วงนี้ค่ะ เมื่อได้ฟังดังนั้น คุณแม่ก็ตกใจเป็นอย่างมาก พร้อมกับพูดสวนขึ้นมาว่า แต่สามีฉันจากไปแล้ว 3 ปี คุณครูก็ไม่รอช้าตอบกลับไปเช่นกันว่า เป็นไปไม่ได้ค่ะ เมื่อวันก่อนฉันยังเห็นพ่อมารับลูกที่ประตูโรงเรียนอยู่เลย

เมื่อฟังสิ่งที่คุณครูพูด ทำเอาเธอถึงกับพูดไม่ออก ทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว เพราะสามีของเธอจากไปหลายปีแล้ว และเธอก็ยังไม่ได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ลูกจะมีพ่อได้อย่างไร แถมทุกครั้งที่โรงเรียนเลิก เธอก็เป็นคนไปรับลูกเอง และไม่เคยได้ยินลูกพูดถึงสิ่งที่คุณครูพูดเลย นั่นจึงทำให้ทั้งเธอและคุณครูรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่อีกฝ่ายพูด จนต้องไปตามหาคำตอบที่แท้จริงจากลูกสาว

เมื่อกลับถึงบ้าน เธอจึงพยายามพูดคุยกับลูกอย่างระมัดระวัง เพื่อให้ลูกเล่าความจริงออกมา ปรากฏว่า ลูกได้ขอให้คุณลุงข้างบ้านช่วยสอนการบ้านและการเขียน โดยไม่ต้องขอความช่วยเหลือจากแม่ นอกจากนั้น ทั้งสองคนยังเข้ากันได้ดี ลูกจึงขออนุญาตเรียกคุณลุงว่า พ่อ และหลายครั้งผู้ชายคนนั้นก็ไปโรงเรียน ไปรับลูกสาวของเธอกลับก่อนเวลา ก่อนจะมาส่งกลับห้องเรียน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างลับ ๆ เป็นระยะเวลานาน โดยที่เธอไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย

อย่างไรก็ตาม หลังจากได้ฟังเรื่องจริงทั้งหมดเธอก็ด่าสั่งสอนลูกสาวสารพัด เธอบอกว่า ไม่ว่าเขาจะเป็นคนดีแค่ไหน การที่ลูกเรียกเขาว่าพ่อ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดนั้นเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ แต่พอลูกสาวตอบกลับมา แต่ลูกอยากมีพ่อ ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับอึดอัดพูดอะไรออก ได้แค่พูดเสียงเบาลงว่า ทำไมลูกถึงบอกว่าไม่เสียใจ ไม่คิดถึงพ่อละ เวลาแม่ถามทุุกครั้ง

จากนั้น ลูกก็ได้เผยความใจออกมาว่า หนูแค่โกหกเพื่อให้แม่มีความสุขเท่านั้น แต่เมื่อเห็นเพื่อนมีพ่อ หนูก็อยากมีพ่อเหมือนกันค่ะ เพื่อน ๆ มักจะพูดว่า หนูเป็นเด็กที่ไม่มีพ่อ หนูจึงขอให้คุณลุงมารับหนูที่โรงเรียน เพื่อให้เพื่อน ๆ เห็นและไม่มาแกล้งอีก หนูหวังว่าพ่อจะยังมีชีวิตอยู่และเล่นกับหฯุเหมือนพ่อของเพื่อน ๆ บ้าน พอได้ยินคำพูดที่ลูกพูดออกมา ทำให้ผู้เป็นแม่น้ำตาไหล เพราะสงสารลูกเหลือเกิน เด็กน้อยต้องเก็บซ่อนความรู้สึกไว้ในใจทั้งหมดเพียงเพราะรักแม่ แต่กลับไม่รู้ถึงผลที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตัวเอง

ข้อมูล phunuphapluat

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...