โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือกซื้อ ประกันชีวิต – สุขภาพ ตัวช่วยประหยัดภาษีโค้งสุดท้ายปี 67

การเงินธนาคาร

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 13.21 น. • เผยแพร่ 24 ธ.ค. 2567 เวลา 06.21 น.

คอลัมน์ Insurance : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม (ฉบับที่ 512)

บริษัท ประกันชีวิต นายหน้าประกันภัย ส่งประกันสะสมทรัพย์-บำนาญ-สุขภาพ ผ่านช่องทางออนไลน์ ตัวช่วยวางแผนลดหย่อนโค้งสุดท้ายปลายปี 67 นี้

ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี การซื้อประกันชีวิตถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าจากการได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิต ช่วยวางแผนการเงินที่ดี และยังสามารถสร้างเงินก้อนพร้อมใช้ในอนาคตไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และแบบตลอดชีพ ที่เบี้ยประกันชีวิตสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท รวมทั้งประกันสุขภาพที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท

รุกตลาดคนรุ่นใหม่

[caption id="attachment_147105" align="aligncenter" width="1000"]

นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]

นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life เปิดเผยว่า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการวางแผนภาษี บริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ ประกันชีวิตระยะสั้นที่เน้นการออม ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเพื่อการออมในระยะยาว และแบบประกันบำนาญ สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนเกษียณ ซึ่งเบี้ยประกันชีวิตสามารถใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีรวมกันแล้วได้สูงสุดถึง 300,000 บาท และประกันสุขภาพที่สามารถนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 25,000 บาท

สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตทั้ง 4 แบบของบริษัท ประกอบด้วย

1. Hero 10/3 เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน หรือคนทำอิสระที่มีรายรับหลายทาง ซึ่งจะต้องรับภาระจ่ายภาษีค่อนข้างมาก โดยเป็นแบบประกันที่ชำระเบี้ย 3 ปี รับความคุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนสูง 20% ต่อปี (ของจำนวนเงินเอาประกันภัย) ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท

2. ใจใจ 25/9 แผนประกันสำหรับเสาหลักของครอบครัว ที่ต้องการเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉินให้กับคนที่ตัวเองรัก ชำระเบี้ยประกัน 9 ปี รับความคุ้มครอง 25 ปี การันตีรับเงินคืน 2% ทุกปี และคุ้มครองกรณีเสียชีวิตสูงสุด 210% (ของจำนวนเงินเอาประกันภัย)

3. บำนาญมั่งมี 8555+ ซึ่งเป็นแผนประกันที่ตอบโจทย์คนวางแผนเกษียณ รับประกันตั้งแต่อายุ 25-53 ปี ระยะเวลาการชำระเบี้ยครบอายุ 55 ปี ระยะเวลาคุ้มครองครบอายุ 85 ปี เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท กรณีเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญ ปีกรมธรรม์ที่ 1 ถึงก่อนรับเงินบำนาญ บริษัทจ่าย 150% ของทุนประกันภัย หรือจ่ายเท่ากับมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ แล้วแต่กรณีใดจะสูงกว่ารับเงินบำนาญ

หากเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญครบ 15 ปี บริษัทจ่ายเงินบำนาญครั้งเดียว เท่ากับมูลค่าปัจจุบันของเงินบำนาญที่ยังไม่ได้จ่ายจนครบ 15 ปี ส่วนกรณีมีชีวิตอยู่ ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 55 ถึง 85 ปี บริษัทจ่ายเงินบำนาญรายปี 15% ของทุนประกันภัย

4. Health Smile แผนประกันสุขภาพสำหรับ First Jobber ที่ประกันแบบกลุ่มของบริษัทยังไม่ครอบคลุมทุกความต้องการ เบี้ยเริ่มต้น 348 บาท เมื่อใช้ร่วมกับสวัสดิการ พร้อมคุ้มครองสูงสุด 20 ล้านบาท ตอบโจทย์กรณีต้องแอดมิตที่โรงพยาบาล พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท

จัดเต็มแบบประกัน

[caption id="attachment_147106" align="aligncenter" width="1000"]

ประกันชีวิต

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด[/caption]

ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับ บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด นำเสนอแผนประกันชีวิตและ ประกันสุขภาพ เพื่อเป็นตัวช่วยในการวางแผนป้องกันความเสี่ยงในชีวิต และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโค้งสุดท้ายปลายปีอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ แผนประกันสุขภาพ All in One ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 20 บาท คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 400,000 บาท/ปี สำหรับวัยทำงานที่ต้องการการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุม หรือสำหรับผู้มีสวัสดิการหรือประกันสุขภาพอยู่แล้ว

หากต้องการรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในวงเงินคุ้มครองเพิ่ม บริษัทได้นำเสนอแผนประกันสุขภาพ Health Top Up หรือ Health เบา เบา ที่มีให้เลือกทั้งแบบ คุ้มครองค่ารักษาทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก หรือจะคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน จ่ายเบี้ยเริ่มต้น 2,940 ต่อปี
สำหรับแผนประกันชีวิต บริษัทได้นำเสนอแบบประกันสะสมทรัพย์ และแบบบำนาญ ที่เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีและมีเงินคืนทุกปี มีให้เลือกทั้งแบบออมระยะสั้นและออมระยะยาว ผ่านบริษัทประกันชีวิตชั้นนำกว่า 10 บริษัท อาทิ Hero 10/1 , ออมจุใจ 10/3 , Smart Saving 10/3 และ คุ้มสุข เต็มสิบ 10/5 เป็นต้น รวมทั้งสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบออนไลน์ ที่สามารถรู้ผลการพิจารณารับประกันทันที ได้ทางเว็บไซต์ ของบริษัทได้

ลดหย่อนภาษีผ่านออนไลน์

[caption id="attachment_147108" align="aligncenter" width="666"]

ประกันชีวิต

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]

นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับการวางแผนลดหย่อนภาษีช่วงปลายปีนี้ บริษัทได้นำเสนอแบบประกันชีวิตผ่านช่องทางออนไลน์ คือ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/5 รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 20-70 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 30,000 บาท ชำระเบี้ยประกัน 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนตั้งแต่ปีแรก ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-6 รับเงินคืนปีละ 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย จากนั้นสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 7-9 รับเงินคืนปีละ 100%

และสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 ครบกำหนดสัญญารับเงินคืน 140% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 560% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัย โดยเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาท

ชู 3 แบบประกันลดหย่อนภาษี

[caption id="attachment_147107" align="aligncenter" width="1000"]

ประกันชีวิต

นายธฤทธิ์ พรหมนารถ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]

นายธฤทธิ์ พรหมนารถ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) แนะนำ 3 แบบประกันเพื่อเป็นตัวช่วยในการวางแผนภาษีช่วงสุดท้ายปลายปีผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบด้วย

1. แม็กซ์ เท็น วัน พลัส เอ็กซ์ตร้า (10/1) ชำระเบี้ยประกันครั้งเดียว ระยะเวลาความคุ้มครอง 10 ปี มีเงินคืนทุกปี ตั้งแต่ปีแรก สูงสุด 2.5% ครบกำหนดสัญญา รับเงินคืน 102.5% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 122.5%

2. แม็กซ์ เท็น โฟร์ พลัส (10/4) เป็นแบบประกันออมทรัพย์ระยะสั้น ชำระเบี้ยประกัน 4ปี ระยะเวลาความคุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนระหว่างสัญญาอีก 3% ทุกๆ ปีกรมธรรม์ ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 1-9 และรับอีก 403% เมื่อครบกำหนดสัญญาในปีกรมธรรม์ที่ 10 รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญา 430% และ 3.แม็กซ์ อีเลฟเว่น ไฟว์ (11/5) ชำระเบี้ยฯ เพียง 5 ปี คุ้มครองถึง 11 ปี โดยมีเงินคืนระหว่างสัญญาตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 6-10 ปีละ 11% และเมื่อครบสัญญาสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 11 รับเงินก้อนคืน 500% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาทั้งสิ้น 555%

“เบี้ยประกันชีวิตทั้ง 3 แบบ สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร เพื่อให้คนไทยได้เตรียมพร้อมในการลดหย่อนภาษีและสนับสนุนการวางแผนทางการเงินผ่านแบบประกันที่หลากหลาย”

จัดตัวช่วยลดหย่อนภาษี

ทางด้าน บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำเสนอแผนประกันออนไลน์ 3 แบบ ที่ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีรวมกันได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ได้แก่

1. Easy E-Save 10/5 ชำระเบี้ยประกัน 5 ปี คุ้มครองถึง 10 ปี ผลตอบแทนแน่นอน การันตีรับเงินคืนทุกปีสูงสุดถึง 5% ต่อปี และรับผลตอบแทนรวม 390% ของทุนประกันภัย และยังสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด

2. Speed Saving 12/3 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชำระเบี้ยประกันระยะสั้น 3 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองถึง 12 ปี การันตีรับเงินคืนทุกปีสูงสุด 6% ต่อปี พร้อมรับผลตอบแทนรวม 348% ของทุนประกันภัย และยังสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

3. Easy E-Retire 90/5 ประกันบำนาญที่ช่วยวางแผนให้มีเงินใช้หลังเกษียณ การันตีรับเงินบำนาญทุกปีตั้งแต่อายุ 60-90 ปี รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดต่อปี สูงสุด 28% ของทุนประกันภัย และพร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท

โดยผู้ที่สมัครและชำระเบี้ยประกันช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุด 7% เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ รับบัตรกำนัลหรือของรางวัลทองคำหนักสูงสุด 1 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อการเกษียณ และผ่อนเบี้ยประกันภัย 0% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ

ดันสะสมทรัพย์ระยะสั้น

สำหรับ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำเสอนแบบประกันชีวิตออนไลน์สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการออมและลดหย่อนภาษีช่วงสุดท้ายปลายปี ดังนี้

1. บีแอลเอ สมาร์ทเซฟวิ่ง 10/1 หรือประกัน 10/1 เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคล่องตัว เพราะจ่ายเบี้ยครั้งเดียวจบ พร้อมรับเงินคืนทุกๆ ปีละ 1.75% รวมตลอดสัญญา 117.5%* เบี้ยประกันภัยรายปี เริ่มต้นปีละ 50,000 บาท

2. บีแอลเอ สมาร์ทรีเทิร์น 10/5 หรือ ประกัน 10/5 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างเงินออมก้อนใหญ่ นำไปใช้จ่ายหรือลงทุนต่อยอด โดยแบบประกันนี้คืนเงินไวกว่ากองทุน SSF โดยในปีที่ 7-9 รับเงินคืน 100%* และปีที่ 10 รับเงินคืนถึง 205%* รวมตลอดสัญญา 525%* และ ชำระเบี้ยประกันภัยรายปีระยะเวลา 5 ปี เริ่มต้นปีละ 20,000 บาท หรือชำระเป็นรายเดือนเฉลี่ยเดือนละหลักพันบาท

3. บีแอลเอ ฟาสต์ รีเทิร์น 10/2 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสภาพคล่องทางการเงินสูง เพราะจ่ายเบี้ยประกันเพียง 2 ปี ได้รับเงินก้อนคืนไวในปีที่ 3 รับเงินก้อนคืน 100% และปีครบกำหนดสัญญา รับเงินคืนอีก 100% กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รับผลประโยชน์เพิ่ม 200% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยรายปี เริ่มต้นปีละ 29,100 บาท

4. แฮปปี้ เพนชั่น (มีเงินปันผล) เหมาะสำหรับคนที่เตรียมพร้อมวางแผนวัยเกษียณ มีเงินบำนาญใช้ถึงอายุ 99 ปี โดยการันตีรับเงินบำนาญ ตั้งแต่อายุ 60-99 ปี เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยได้เอง 1 ปี/5 ปี/10 ปี หรือจนถึงอายุ 60 ปี

5 ประโยชน์ของแบบประกันสะสมทรัพย์

เหตุผลที่ 1 สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายจริงสูงสุด 100,000 บาท โดยเงื่อนไขคือ กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป กรณีที่มีการจ่ายเงินคืนทุกปี จำนวนเงินต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี หรือหากเป็นการจ่ายเงินคืนตามช่วงเวลา จำนวนเงินต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา

เหตุผลที่ 2 ช่วยสร้างเงินออมเพื่ออนาคต โดยสามารถวางแผนทางการเงินได้ ซึ่งประกันสะสมทรัพย์แต่ละแผน จะมีรูปแบบในการชำระเบี้ยในระยะเวลาแตกต่างกันออกไป เช่น 1 ปี จ่ายครั้งเดียวจบ จ่ายเบี้ยฯสั้น 2 ปี หรือ 5 ปี โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลประโยชน์เงินคืนในรูปแบบที่แตกต่างออกไปตามแต่ละแผนปี ซึ่งรูปแบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการจะนำเงินออกมาใช้ก่อนถึงครบกำหนด เป็นตัวช่วยสร้างวินัยการออมเงินและวางแผนทางการเงินในอนาคตได้อย่างแน่นอน

เหตุผลที่ 3 ได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน ประกันสะสมทรัพย์เป็นประกันชีวิตในรูปแบบการสร้างเงินออมที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยแต่ละแบบประกันจะมีแผนความคุ้มครองและรูปแบบผลประโยชน์เงินคืนที่กำหนดเอาไว้ ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน

เหตุผลที่ 4 ได้รับความคุ้มครองชีวิต ช่วยให้ผู้ทำประกันเตรียมพร้อมกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินก้อนคืนตามทุนประกันชีวิตโดยมอบให้ผู้รับผลประโยชน์ รวมถึงสามารถกำหนดสัดส่วนของผลประโยชน์เงินคืนนี้ได้อีกด้วย เหมาะกับผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ในการเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น หรือในมุมของพ่อแม่สูงวัย ที่ต้องการสร้างความมั่นคงและลดภาระค่าใช้จ่ายกรณีที่ตนเองเสียชีวิตให้กับลูกหลานที่ยังอยู่ได้อีกด้วย เนื่องจากประกันสะสมทรัพย์บางแผน มีอายุรับประกันภัยสูงถึงอายุ 80 ปี

เหตุผลที่ 5 ผลประโยชน์เงินคืนได้จากประกันสะสมทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษี เป็นอีกหนึ่งข้อดีที่น่าสนใจ เนื่องจากผลประโยชน์เงินคืนที่ได้รับจะได้รับแบบเต็มจำนวน ต่างจากผลประโยชน์เงินคืนจากการสร้างเงินออมรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนกับหุ้น กองทุนรวม หรือแม้แต่ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการฝากเงินกับธนาคารที่ยังต้องเสียภาษี

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2567 ฉบับที่ 512 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...