เลือกซื้อ ประกันชีวิต – สุขภาพ ตัวช่วยประหยัดภาษีโค้งสุดท้ายปี 67
คอลัมน์ Insurance : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม (ฉบับที่ 512)
บริษัท ประกันชีวิต นายหน้าประกันภัย ส่งประกันสะสมทรัพย์-บำนาญ-สุขภาพ ผ่านช่องทางออนไลน์ ตัวช่วยวางแผนลดหย่อนโค้งสุดท้ายปลายปี 67 นี้
ใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการลดหย่อนภาษี การซื้อประกันชีวิตถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่คุ้มค่าจากการได้รับความคุ้มครองทั้งชีวิต ช่วยวางแผนการเงินที่ดี และยังสามารถสร้างเงินก้อนพร้อมใช้ในอนาคตไปพร้อมๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์และแบบตลอดชีพ ที่เบี้ยประกันชีวิตสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท และประกันชีวิตแบบบำนาญ ที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท รวมทั้งประกันสุขภาพที่ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท
รุกตลาดคนรุ่นใหม่
[caption id="attachment_147105" align="aligncenter" width="1000"]
นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]
นายกรณ์ ชินสวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แรบบิท ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ Rabbit Life เปิดเผยว่า เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการวางแผนภาษี บริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ ประกันชีวิตระยะสั้นที่เน้นการออม ประกันชีวิตแบบตลอดชีพเพื่อการออมในระยะยาว และแบบประกันบำนาญ สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนเกษียณ ซึ่งเบี้ยประกันชีวิตสามารถใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีรวมกันแล้วได้สูงสุดถึง 300,000 บาท และประกันสุขภาพที่สามารถนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 25,000 บาท
สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตทั้ง 4 แบบของบริษัท ประกอบด้วย
1. Hero 10/3 เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจ มนุษย์เงินเดือน หรือคนทำอิสระที่มีรายรับหลายทาง ซึ่งจะต้องรับภาระจ่ายภาษีค่อนข้างมาก โดยเป็นแบบประกันที่ชำระเบี้ย 3 ปี รับความคุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนสูง 20% ต่อปี (ของจำนวนเงินเอาประกันภัย) ลดหย่อนภาษีได้สูงสุดปีละ 100,000 บาท
2. ใจใจ 25/9 แผนประกันสำหรับเสาหลักของครอบครัว ที่ต้องการเตรียมพร้อมกรณีฉุกเฉินให้กับคนที่ตัวเองรัก ชำระเบี้ยประกัน 9 ปี รับความคุ้มครอง 25 ปี การันตีรับเงินคืน 2% ทุกปี และคุ้มครองกรณีเสียชีวิตสูงสุด 210% (ของจำนวนเงินเอาประกันภัย)
3. บำนาญมั่งมี 8555+ ซึ่งเป็นแผนประกันที่ตอบโจทย์คนวางแผนเกษียณ รับประกันตั้งแต่อายุ 25-53 ปี ระยะเวลาการชำระเบี้ยครบอายุ 55 ปี ระยะเวลาคุ้มครองครบอายุ 85 ปี เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 300,000 บาท กรณีเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญ ปีกรมธรรม์ที่ 1 ถึงก่อนรับเงินบำนาญ บริษัทจ่าย 150% ของทุนประกันภัย หรือจ่ายเท่ากับมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์ แล้วแต่กรณีใดจะสูงกว่ารับเงินบำนาญ
หากเสียชีวิตก่อนรับเงินบำนาญครบ 15 ปี บริษัทจ่ายเงินบำนาญครั้งเดียว เท่ากับมูลค่าปัจจุบันของเงินบำนาญที่ยังไม่ได้จ่ายจนครบ 15 ปี ส่วนกรณีมีชีวิตอยู่ ณ วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่อายุครบ 55 ถึง 85 ปี บริษัทจ่ายเงินบำนาญรายปี 15% ของทุนประกันภัย
4. Health Smile แผนประกันสุขภาพสำหรับ First Jobber ที่ประกันแบบกลุ่มของบริษัทยังไม่ครอบคลุมทุกความต้องการ เบี้ยเริ่มต้น 348 บาท เมื่อใช้ร่วมกับสวัสดิการ พร้อมคุ้มครองสูงสุด 20 ล้านบาท ตอบโจทย์กรณีต้องแอดมิตที่โรงพยาบาล พร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาท
จัดเต็มแบบประกัน
[caption id="attachment_147106" align="aligncenter" width="1000"]
ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด[/caption]
ดร.นภัสนันท์ พรรณนิภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ร่วมกับ บริษัท ทีคิวเอ็ม ไลฟ์อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ จำกัด นำเสนอแผนประกันชีวิตและ ประกันสุขภาพ เพื่อเป็นตัวช่วยในการวางแผนป้องกันความเสี่ยงในชีวิต และใช้สิทธิลดหย่อนภาษีโค้งสุดท้ายปลายปีอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ แผนประกันสุขภาพ All in One ที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) โดยไม่ต้องสำรองจ่าย เบี้ยประกันเริ่มต้นเพียงวันละ 20 บาท คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลสูงสุด 400,000 บาท/ปี สำหรับวัยทำงานที่ต้องการการดูแลสุขภาพอย่างครอบคลุม หรือสำหรับผู้มีสวัสดิการหรือประกันสุขภาพอยู่แล้ว
หากต้องการรับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลในวงเงินคุ้มครองเพิ่ม บริษัทได้นำเสนอแผนประกันสุขภาพ Health Top Up หรือ Health เบา เบา ที่มีให้เลือกทั้งแบบ คุ้มครองค่ารักษาทั้งผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอก หรือจะคุ้มครองเฉพาะผู้ป่วยใน จ่ายเบี้ยเริ่มต้น 2,940 ต่อปี
สำหรับแผนประกันชีวิต บริษัทได้นำเสนอแบบประกันสะสมทรัพย์ และแบบบำนาญ ที่เหมาะสำหรับการซื้อเพื่อลดหย่อนภาษีและมีเงินคืนทุกปี มีให้เลือกทั้งแบบออมระยะสั้นและออมระยะยาว ผ่านบริษัทประกันชีวิตชั้นนำกว่า 10 บริษัท อาทิ Hero 10/1 , ออมจุใจ 10/3 , Smart Saving 10/3 และ คุ้มสุข เต็มสิบ 10/5 เป็นต้น รวมทั้งสามารถซื้อผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบออนไลน์ ที่สามารถรู้ผลการพิจารณารับประกันทันที ได้ทางเว็บไซต์ ของบริษัทได้
ลดหย่อนภาษีผ่านออนไลน์
[caption id="attachment_147108" align="aligncenter" width="666"]
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]
นางนุสรา (อัสสกุล) บัญญัติปิยพจน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับการวางแผนลดหย่อนภาษีช่วงปลายปีนี้ บริษัทได้นำเสนอแบบประกันชีวิตผ่านช่องทางออนไลน์ คือ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/5 รับประกันภัยตั้งแต่อายุ 20-70 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 30,000 บาท ชำระเบี้ยประกัน 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนตั้งแต่ปีแรก ณ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-6 รับเงินคืนปีละ 20% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย จากนั้นสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 7-9 รับเงินคืนปีละ 100%
และสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 10 ครบกำหนดสัญญารับเงินคืน 140% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 560% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย ไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพียงแถลงสุขภาพในใบคำขอเอาประกันภัย โดยเบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้สูงสุด 100,000 บาท
ชู 3 แบบประกันลดหย่อนภาษี
[caption id="attachment_147107" align="aligncenter" width="1000"]
นายธฤทธิ์ พรหมนารถ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]
นายธฤทธิ์ พรหมนารถ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) แนะนำ 3 แบบประกันเพื่อเป็นตัวช่วยในการวางแผนภาษีช่วงสุดท้ายปลายปีผ่านช่องทางออนไลน์ ประกอบด้วย
1. แม็กซ์ เท็น วัน พลัส เอ็กซ์ตร้า (10/1) ชำระเบี้ยประกันครั้งเดียว ระยะเวลาความคุ้มครอง 10 ปี มีเงินคืนทุกปี ตั้งแต่ปีแรก สูงสุด 2.5% ครบกำหนดสัญญา รับเงินคืน 102.5% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 122.5%
2. แม็กซ์ เท็น โฟร์ พลัส (10/4) เป็นแบบประกันออมทรัพย์ระยะสั้น ชำระเบี้ยประกัน 4ปี ระยะเวลาความคุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนระหว่างสัญญาอีก 3% ทุกๆ ปีกรมธรรม์ ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 1-9 และรับอีก 403% เมื่อครบกำหนดสัญญาในปีกรมธรรม์ที่ 10 รวมรับผลประโยชน์ตลอดสัญญา 430% และ 3.แม็กซ์ อีเลฟเว่น ไฟว์ (11/5) ชำระเบี้ยฯ เพียง 5 ปี คุ้มครองถึง 11 ปี โดยมีเงินคืนระหว่างสัญญาตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 6-10 ปีละ 11% และเมื่อครบสัญญาสิ้นปีกรมธรรม์ที่ 11 รับเงินก้อนคืน 500% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาทั้งสิ้น 555%
“เบี้ยประกันชีวิตทั้ง 3 แบบ สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร เพื่อให้คนไทยได้เตรียมพร้อมในการลดหย่อนภาษีและสนับสนุนการวางแผนทางการเงินผ่านแบบประกันที่หลากหลาย”
จัดตัวช่วยลดหย่อนภาษี
ทางด้าน บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำเสนอแผนประกันออนไลน์ 3 แบบ ที่ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีรวมกันได้สูงสุดถึง 300,000 บาท ได้แก่
1. Easy E-Save 10/5 ชำระเบี้ยประกัน 5 ปี คุ้มครองถึง 10 ปี ผลตอบแทนแน่นอน การันตีรับเงินคืนทุกปีสูงสุดถึง 5% ต่อปี และรับผลตอบแทนรวม 390% ของทุนประกันภัย และยังสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท ตามเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด
2. Speed Saving 12/3 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชำระเบี้ยประกันระยะสั้น 3 ปี แต่ได้รับความคุ้มครองถึง 12 ปี การันตีรับเงินคืนทุกปีสูงสุด 6% ต่อปี พร้อมรับผลตอบแทนรวม 348% ของทุนประกันภัย และยังสามารถลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
3. Easy E-Retire 90/5 ประกันบำนาญที่ช่วยวางแผนให้มีเงินใช้หลังเกษียณ การันตีรับเงินบำนาญทุกปีตั้งแต่อายุ 60-90 ปี รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเป็นขั้นบันไดต่อปี สูงสุด 28% ของทุนประกันภัย และพร้อมลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท
โดยผู้ที่สมัครและชำระเบี้ยประกันช่องทางออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2567 รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยสูงสุด 7% เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ รับบัตรกำนัลหรือของรางวัลทองคำหนักสูงสุด 1 บาท เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ประกันเพื่อการเกษียณ และผ่อนเบี้ยประกันภัย 0% นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับผลิตภัณฑ์ที่ร่วมรายการ
ดันสะสมทรัพย์ระยะสั้น
สำหรับ บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นำเสอนแบบประกันชีวิตออนไลน์สำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนการออมและลดหย่อนภาษีช่วงสุดท้ายปลายปี ดังนี้
1. บีแอลเอ สมาร์ทเซฟวิ่ง 10/1 หรือประกัน 10/1 เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคล่องตัว เพราะจ่ายเบี้ยครั้งเดียวจบ พร้อมรับเงินคืนทุกๆ ปีละ 1.75% รวมตลอดสัญญา 117.5%* เบี้ยประกันภัยรายปี เริ่มต้นปีละ 50,000 บาท
2. บีแอลเอ สมาร์ทรีเทิร์น 10/5 หรือ ประกัน 10/5 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสร้างเงินออมก้อนใหญ่ นำไปใช้จ่ายหรือลงทุนต่อยอด โดยแบบประกันนี้คืนเงินไวกว่ากองทุน SSF โดยในปีที่ 7-9 รับเงินคืน 100%* และปีที่ 10 รับเงินคืนถึง 205%* รวมตลอดสัญญา 525%* และ ชำระเบี้ยประกันภัยรายปีระยะเวลา 5 ปี เริ่มต้นปีละ 20,000 บาท หรือชำระเป็นรายเดือนเฉลี่ยเดือนละหลักพันบาท
3. บีแอลเอ ฟาสต์ รีเทิร์น 10/2 เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสภาพคล่องทางการเงินสูง เพราะจ่ายเบี้ยประกันเพียง 2 ปี ได้รับเงินก้อนคืนไวในปีที่ 3 รับเงินก้อนคืน 100% และปีครบกำหนดสัญญา รับเงินคืนอีก 100% กรณีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รับผลประโยชน์เพิ่ม 200% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยรายปี เริ่มต้นปีละ 29,100 บาท
4. แฮปปี้ เพนชั่น (มีเงินปันผล) เหมาะสำหรับคนที่เตรียมพร้อมวางแผนวัยเกษียณ มีเงินบำนาญใช้ถึงอายุ 99 ปี โดยการันตีรับเงินบำนาญ ตั้งแต่อายุ 60-99 ปี เลือกระยะเวลาชำระเบี้ยได้เอง 1 ปี/5 ปี/10 ปี หรือจนถึงอายุ 60 ปี
5 ประโยชน์ของแบบประกันสะสมทรัพย์
เหตุผลที่ 1 สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ ตามจำนวนเบี้ยประกันที่จ่ายจริงสูงสุด 100,000 บาท โดยเงื่อนไขคือ กรมธรรม์ประกันชีวิตต้องมีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป กรณีที่มีการจ่ายเงินคืนทุกปี จำนวนเงินต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยรายปี หรือหากเป็นการจ่ายเงินคืนตามช่วงเวลา จำนวนเงินต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยสะสมของแต่ละช่วงเวลา
เหตุผลที่ 2 ช่วยสร้างเงินออมเพื่ออนาคต โดยสามารถวางแผนทางการเงินได้ ซึ่งประกันสะสมทรัพย์แต่ละแผน จะมีรูปแบบในการชำระเบี้ยในระยะเวลาแตกต่างกันออกไป เช่น 1 ปี จ่ายครั้งเดียวจบ จ่ายเบี้ยฯสั้น 2 ปี หรือ 5 ปี โดยผู้เอาประกันภัยจะได้รับผลประโยชน์เงินคืนในรูปแบบที่แตกต่างออกไปตามแต่ละแผนปี ซึ่งรูปแบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการจะนำเงินออกมาใช้ก่อนถึงครบกำหนด เป็นตัวช่วยสร้างวินัยการออมเงินและวางแผนทางการเงินในอนาคตได้อย่างแน่นอน
เหตุผลที่ 3 ได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน ประกันสะสมทรัพย์เป็นประกันชีวิตในรูปแบบการสร้างเงินออมที่มีความเสี่ยงต่ำ โดยแต่ละแบบประกันจะมีแผนความคุ้มครองและรูปแบบผลประโยชน์เงินคืนที่กำหนดเอาไว้ ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับผลตอบแทนที่แน่นอน
เหตุผลที่ 4 ได้รับความคุ้มครองชีวิต ช่วยให้ผู้ทำประกันเตรียมพร้อมกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้น กรณีเสียชีวิต จะได้รับเงินก้อนคืนตามทุนประกันชีวิตโดยมอบให้ผู้รับผลประโยชน์ รวมถึงสามารถกำหนดสัดส่วนของผลประโยชน์เงินคืนนี้ได้อีกด้วย เหมาะกับผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัว ในการเตรียมพร้อมกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้น หรือในมุมของพ่อแม่สูงวัย ที่ต้องการสร้างความมั่นคงและลดภาระค่าใช้จ่ายกรณีที่ตนเองเสียชีวิตให้กับลูกหลานที่ยังอยู่ได้อีกด้วย เนื่องจากประกันสะสมทรัพย์บางแผน มีอายุรับประกันภัยสูงถึงอายุ 80 ปี
เหตุผลที่ 5 ผลประโยชน์เงินคืนได้จากประกันสะสมทรัพย์ได้รับการยกเว้นภาษี เป็นอีกหนึ่งข้อดีที่น่าสนใจ เนื่องจากผลประโยชน์เงินคืนที่ได้รับจะได้รับแบบเต็มจำนวน ต่างจากผลประโยชน์เงินคืนจากการสร้างเงินออมรูปแบบอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนกับหุ้น กองทุนรวม หรือแม้แต่ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการฝากเงินกับธนาคารที่ยังต้องเสียภาษี
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนธันวาคม 2567 ฉบับที่ 512 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/