โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วีรกรรมเรือดำน้ำในไทย มาช่วยจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้ากทม. สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 13 ส.ค. 2564 เวลา 04.10 น. • เผยแพร่ 13 ส.ค. 2564 เวลา 04.10 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ความเสียหายหลังจากการทิ้งระเบิด

ยุทโธปกรณ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญของกองทัพในการทำสงคราม แต่บางครั้งก็ถูกนำมาใช้อำนวยความสะดวกแก่พลเรือนดังเช่นข้อมูลที่ปรากฏในเอกสารบันทึกโดยศูนย์ยุทธศาสตร์ทหารเรือที่อ้างอิงว่า เมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 เรือดำน้ำ 2 ลำคือ ร.ล. มัจฉาณุ และร.ล. วิรุณ เคยจ่ายไฟฟ้าเข้ามาอำนวยความสะดวกในกรุงเทพฯ ท่ามกลางสถานการณ์เสี่ยงอันตราย

ร.ล. มัจฉาณุ และ ร.ล. วิรุณ เป็น 2 ใน 4 เรือดำน้ำแรกของสยาม ส่วนอีก 2 ลำคือ ร.ล. สินสมุทร และ ร.ล. พลายชุมพล เรือดำน้ำ 4 ลำแรกในประวัติศาสตร์กองทัพเรือไทยนั้น เป็นกองทัพเรือเลือกบริษัทมิตซูบิชิ จากประเทศญี่ปุ่น ที่เสนอราคาต่ำสุด โดยเสนอสร้างเรือดำน้ำขนาด 370 ตัน มีปืนใหญ่และลูกปืน มีท่อตอร์ปิโด ไม่มีลูกตอร์ปิโด เสนอสร้าง 3 ลำ ราคาลําละ 826,452 บาท เสนอสร้าง 4 ลํา ราคาลำละ 820,000 บาท กองทัพเรือตกลงเลือกบริษัทมิตซูบิชิ ปรากฏบันทึกลงนามเซ็นสัญญากับบริษัทมิตซูบิชิ วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2478 ณ เมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น

เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำ เดินทางออกจากญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2481 เดินทางถึงกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2481 ฝ่ายไทยจัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ

หลังจากขึ้นระวางประจำการแล้ว ปรากฏว่ากองทัพใช้เรือดำน้ำฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ กระทั่งเกิดสงครามอินโดจีน เมื่อ พ.ศ. 2484 และปรากฏยุทธนาวีเกาะช้างขึ้น

17 มกราคม พ.ศ.2484: ทัพเรือไทยปะทะทัพเรือฝรั่งเศสใน “ยุทธนาวีเกาะช้าง”

การสู้รบบริเวณเกาะช้างเริ่มขึ้นในช่วงเช้าตรู่วันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2484 กำลังรบทางเรือของฝ่ายไทยที่รักษาการณ์อยู่ในบริเวณนั้น ประกอบด้วย เรือหลวงธนบุรี เรือหลวงชลบุรี และเรือหลวงสงขลา ได้เข้าต่อสู้ขัดขวางกองเรือฝรั่งเศส ซึ่งมีกำลังทางเรือถึง 7 ลำ ประกอบด้วย เรือลาดตระเวน 1 ลำ เรือสลุป 2 ลำ และเรือปืน 4 ลำ ผลของการสู้รบทำให้ฝ่ายไทยต้องเสียเรือทั้ง 3 ลำ พร้อมชีวิตของทหารเรือรวม 36 นาย ขณะที่ฝ่ายฝรั่งเศสแทบไม่ได้รับความสูญเสียใดๆ แต่ก็เป็นฝ่ายล่าถอยออกไปเอง

ภายหลังยุทธนาวีเกาะช้าง เรือดำน้ำทั้ง 4 ลำออกลาดตระเวนใกล้ฐานทัพเรือฝรั่งเศส แต่เพื่อผลทางยุทธการ จึงตัดสินใจเลี่ยง ให้เข้ามาปฏิบัติการในน่านน้ำไทย เพราะเกรงว่าจะถูกต่อตีด้วยเรือดำน้ำ

เวลาล่วงเลยมาถึงช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นที่ทราบกันดีว่า กรุงเทพฯ ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดโจมตีอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันฝ่ายสัมพันธมิตรยังโปรยทุ่นระเบิดปิดกั้นเส้นทางเดินเรือบริเวณสันดอนปากน้ำ ทางเข้าออกแม่น้ำเจ้าพระยาถูกปิดไประยะหนึ่ง ร.ล. พลายชุมพล และ ร.ล. สินสมุทร ซึ่งออกไปปฏิบัติการกำลังเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จึงต้องแวะเกาะสีชังจนกว่าจะกวาดทุ่นระเบิดเสร็จเรียบร้อย

ในช่วงที่โรงไฟฟ้าสามเสนและวัดเลียบถูกระเบิดทำลาย กรุงเทพฯ ไม่มีไฟฟ้าพอใช้ ผู้จัดการไฟฟ้ากรุงเทพฯ ทราบว่า เรือดำน้ำสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ จึงร้องขอมายังกองทัพเรือ จากนั้นปรากฏการอนุมัติให้ ร.ล. มัจฉาณุ และ ร.ล. วิรุณ ไปเทียบท่าบริเวณท่าเรือกรุงเทพฯ (คลองเตย) และจ่ายกระแสไฟฟ้าให้รถรางสายหลักเมือง-ถนนตก

บันทึกเรื่อง “ประวัติเรือดำน้ำของกองทัพเรือ” โดยศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ ระบุว่า ขณะที่เรือทั้ง 2 ลำ จ่ายกระแสไฟฟ้าอยู่ ทหารเรือต้องทำงานเสี่ยงอันตรายอย่างมาก และต้องคอยหลบการโจมตีทางอากาศจากฝ่ายสัมพันธมิตรอยู่ตลอดเวลา

อ้างอิง:

ศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์ทหารเรือ. (2554). ประวัติเรือดำน้ำของกองทัพเรือ. นาวิกาธิปัตย์สาร. ฉบับที่ 82

เผยแพร่เนื้อหาในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 สิงหาคม 2563

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...