โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ทางเดียวกันไปด้วยกัน’ Liluna กลับบ้านด้วยแอป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 07.14 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2563 เวลา 01.56 น.

ทางเดียวกันไปด้วยกัน คือแนวคิดของ “ลิลูน่า” Liluna แอปพลิเคชั่นที่ “นัฐพงษ์ จารวิจิต” ผู้พัฒนา สร้างขึ้นหลังจากเห็นเพื่อนร่วมชั้นในคอนโดมิเนียมเดียวกันต่อแถวเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งในจุดหมายเดียวกันหลาย ๆ คัน ทั้งที่ในยุโรปมีหลายแอปพลิเคชั่นที่ให้บริการ “ร่วมเดินทาง” ในลักษณะนี้ เช่น BlaBlaCar ที่ให้บริการในเบลเยียม โครเอเชีย เช็ก ฝรั่งเศส และเยอรมนี

“ลิลูน่า เหมือนติดรถเพื่อนไปในเส้นทางเดียวกัน กับเจ้าของรถซึ่งเป็นคนขับ ซึ่งอาจจะแชร์ค่าโดยสาร หรือไม่ต้องจ่ายเลยก็ได้ แล้วแต่เจ้าของรถ โดยทั้งค่าใช้จ่ายและเส้นทางของรถจะระบุไว้อย่างชัดเจนหน้าแอป”

ปัจจุบันให้บริการแล้ว 3 ปี ยอดดาวน์โหลดแอปราว 3 แสนครั้ง มีเส้นทางที่ให้บริการทั่วประเทศไทย โดยเส้นทางในต่างจังหวัดจะเป็นที่นิยมในช่วงเทศกาล มีจำนวนคนขับรถที่เข้าร่วม 9,000 กว่าคน แต่ส่วนใหญ่จะให้บริการในช่วงเทศกาล ส่วนช่วงเวลาปกติในวันจันทร์-ศุกร์ จะมีคนขับราว 1,000 คน

สำหรับความแตกต่างกับ Grab และ Line Man นั้นคือ ลิลูน่า ไม่ใช่การเรียกรถมารับแล้วให้ไปส่งตามจุดหมายที่ต้องการ แต่เป็นการขอร่วมเดินทางไปในเส้นทางเดียวกันกับเจ้าของรถ โดยอาจจะขอลงระหว่างทางหรือลงที่ปลายทางเดียวกับเจ้าของรถก็ได้

ที่สำคัญจุดเด่นของลิลูน่าคือ “ความปลอดภัย” ทั้งส่วนของผู้โดยสารและคนขับรถ โดยมีการเก็บข้อมูลของผู้โดยสาร ที่ให้ยืนยันรูป ชื่อจริง นามสกุลจริง เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล์ ในส่วนของการเช็กเบอร์โทร.นั้นใช้วิธีการเช็กการส่งรหัสแบบ OTP ให้ยืนยันตัวตน ฝั่งของคนขับรถก็จะมีการเก็บข้อมูลให้ยืนยันใบขับขี่ และป้ายภาษีรถยนต์

อีกทั้งยังเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น Police I Lert U ซึ่งเป็นแอปพลิเคชั่นของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ผู้โดยสารสามารถกดปุ่มในลิลูน่าเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน โดยข้อมูลของผู้โดยสารและคนขับรถจะถูกส่งไปยังสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดทันที

“เมื่อหลายปีก่อน รัฐบาลเคยรณรงค์โครงการรวมพลังหารสอง ทางเดียวกันไปด้วยกัน แต่เนื่องด้วยในขณะนั้นการเติบโตทางเทคโนโลยียังไม่มากเท่าปัจจุบัน จึงอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ปัจจุบันหลายคนหันมาใช้เทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกมากขึ้น จึงได้นำเอาแนวคิดทางเดียวกันไปด้วยกันมาแปลงร่างให้อยู่บนแพลตฟอร์มออนไลน์ในรูปแบบของแอปพลิเคชั่นที่ปิดจุดอ่อนเรื่องความปลอดภัย”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...